ผู้เขียน แอดซีรักhuawei | ยอดวิวผู้เข้าชม 3,603 Views
บางครั้งเราไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายรูปเลยด้วยซ้ำnเดินผ่านคาเฟ่แล้วเจอแสงสวย ๆ เห็นแมวตัวหนึ่งนอนอยู่ริมหน้าต่าง เจอวิวระหว่างทางที่ดูดีเกินกว่าจะปล่อยผ่าน หรือบางทีแค่จานอาหารตรงหน้าก็ทำให้ต้องหยิบมือถือขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
มือถือจึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสำหรับโทร แชต หรือเล่นโซเชียลอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น “กล้องที่เราเดินทางไปด้วยทุกวัน” และนี่คือพื้นที่ที่ HUAWEI Pura 90s Series พยายามเข้ามาเล่น
ซีรีส์นี้ไม่ได้มีแค่เรื่องตัวเลขกล้องที่ดูอลังการ แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ถ่ายภาพ ตั้งแต่การเก็บสีของภาพ การถ่ายระยะใกล้ ไปจนถึงการใช้ AI เข้ามาช่วยจัดองค์ประกอบและปรับแต่งภาพหลังถ่าย
สำหรับ HUAWEI Pura 90s Series ที่ทำตลาดอยู่ในตอนนี้ มี 2 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Pura 90s Pro และ HUAWEI Pura 90s Pro Max โดยทั้งคู่มีแนวทางด้านการถ่ายภาพที่ชัดเจน แต่เหมาะกับคนละสไตล์กันเล็กน้อย
บทความนี้จะพาไปดูภาพรวมของทั้งสองรุ่น และที่สำคัญกว่านั้นคือช่วยตอบว่า “รุ่นไหนเหมาะกับชีวิตของเรา” มากกว่าการถามเพียงว่ารุ่นไหนสเปกสูงกว่า
HUAWEI Pura 90s Series มีอะไรให้เลือกบ้าง?
ถ้ามองแบบง่ายที่สุด HUAWEI Pura 90s Series แบ่งออกเป็นสองคาแรกเตอร์
รุ่นแรกคือ HUAWEI Pura 90s Pro ที่เหมาะกับคนซึ่งอยากได้มือถือสายถ่ายภาพที่หยิบขึ้นมาใช้ได้สนุกในชีวิตประจำวัน จุดเด่นอยู่ที่การถ่ายภาพระยะใกล้ โดยเฉพาะกล้องเทเลโฟโต้มาโครที่สามารถโฟกัสใกล้สุดประมาณ 5 เซนติเมตร ทำให้เราไม่ได้ต้องรอไปเที่ยวที่ไหนไกล ๆ ถึงจะได้ใช้กล้อง เพราะแม้แต่สิ่งเล็ก ๆ รอบตัวก็กลายเป็นวัตถุให้ลองถ่ายได้
ลองนึกภาพการเดินเล่นในสวนแล้วเห็นแมลงตัวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนใบไม้ หรือเจอดอกไม้ที่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ซึ่งมองด้วยตาเปล่าอาจไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไร แต่พอยกมือถือเข้าไปใกล้ ภาพที่ได้ก็เปิดอีกโลกหนึ่งขึ้นมา
นอกจากนี้ยังมีเลนส์เสริมสีจริง 2.0 ซึ่ง HUAWEI ระบุว่าช่วยถ่ายทอดสีให้สมจริงและเป็นธรรมชาติ รวมถึงระบบ AI ที่ช่วยแนะนำการจัดมุมภาพแบบเรียลไทม์ ทำให้คนที่ไม่ได้เรียนถ่ายภาพมาก่อนมีตัวช่วยเรื่ององค์ประกอบตั้งแต่ตอนกดชัตเตอร์
ส่วน HUAWEI Pura 90s Pro Max ขยับคาแรกเตอร์ไปทางคนที่จริงจังกับการถ่ายภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายระยะไกล จุดเด่นสำคัญคือกล้องเทเลโฟโต้ 200MP พร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ระดับเรือธง และรองรับวิดีโอเทเลโฟโต้ 20 เท่า ตามข้อมูลจาก HUAWEI ประเทศไทย
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ถ้า Pro ทำให้เราอยากเดินเข้าไปดูรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ใกล้ขึ้น Pro Max ก็เหมือนชวนให้เราถอยออกมา แล้วใช้กล้องดึงสิ่งที่อยู่ไกลกลับเข้ามา
เหมาะกับสถานการณ์อย่างการถ่ายวิวจากระยะไกล ถ่ายบุคคลแบบพอร์ตเทรตโดยไม่ต้องยืนติดตัวแบบ หรือเก็บรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งเป็นมุมที่กล้องเทเลโฟโต้เข้ามาช่วยได้ชัดเจน ดังนั้นสองรุ่นนี้ไม่ได้จำเป็นต้องมองว่าใคร “ดีกว่า” ใคร แต่ควรมองว่าเราเป็นคนถ่ายรูปแบบไหนมากกว่า
ถ้าคุณเป็นคนที่เห็นอะไรก็อยากถ่าย Pura 90s Series น่าจะคุยกับคุณรู้เรื่อง
ความสนุกของมือถือสายกล้องไม่ได้อยู่ที่การมีโหมดถ่ายภาพเยอะจนต้องเปิดคู่มือก่อนกดชัตเตอร์ ตรงกันข้าม สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการทำให้เราอยากหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายในจังหวะธรรมดา ๆ เช่น เวลาไปเที่ยวแล้วเห็นร้านเล็ก ๆ ที่ตกแต่งสวย ถ่ายอาหารก่อนกิน หรือเจอแสงช่วงเย็นตกกระทบใบหน้าของเพื่อนพอดี
HUAWEI Pura 90s Series วางตัวเองไว้ตรงนี้ค่อนข้างชัด ด้วยการเน้นระบบกล้องและเครื่องมือที่ช่วยให้การถ่ายภาพง่ายขึ้น โดย Pura 90s Pro มี AI แนะนำการจัดมุมภาพแบบเรียลไทม์ ขณะที่ทั้งระบบยังมีเครื่องมือสำหรับปรับแต่งภาพหลังถ่าย เช่น AI ลบแสงสะท้อนและ AI ปรับตำแหน่งวัตถุ
สมมติว่าเราไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปผ่านกระจก แต่ดันมีแสงสะท้อนจากด้านข้างเข้ามาพอดี ภาพที่ตั้งใจว่าจะเอาไปลงโซเชียลก็กลายเป็นภาพที่ต้องนั่งเสียดายทีหลัง
ฟีเจอร์ AI ลบแสงสะท้อนถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับสิ่งรบกวนลักษณะนี้ โดย HUAWEI ระบุว่าสามารถช่วยลดแสงสะท้อนส่วนเกิน พร้อมรักษาความสว่างและรายละเอียดของภาพไว้ได้
หรือบางครั้งถ่ายรูปมาแล้วองค์ประกอบยังไม่ถูกใจ ตัวแบบอยู่ผิดตำแหน่ง หรืออยากขยับวัตถุในภาพให้เข้ากับเฟรมมากขึ้น ระบบ AI ปรับตำแหน่งวัตถุก็เข้ามาช่วยแก้ภาพหลังถ่ายได้ มันอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนที่ถ่ายรูปด้วยมือถือเป็นประจำ ความสามารถแบบนี้ช่วยลดช่วงเวลาที่ต้องคิดว่า “ถ่ายใหม่ดีไหม” ลงไปได้พอสมควร
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือแนวคิดเรื่องสีของภาพ HUAWEI ใช้เลนส์เสริมสีจริง 2.0 เพื่อช่วยถ่ายทอดสีให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่มองเห็นมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องผลักสีให้จัดจนโลกกลายเป็นดาวเคราะห์ลูกใหม่
และตรงนี้เองที่ทำให้ Pura 90s Series มีคาแรกเตอร์ต่างจากมือถือที่พยายามขายคำว่า “กล้องดี” ด้วยจำนวนพิกเซลเพียงอย่างเดียว เพราะประสบการณ์ถ่ายภาพจริง ๆ มีตั้งแต่ตอนจัดองค์ประกอบ กดชัตเตอร์ ไปจนถึงการแก้ไขภาพหลังจากนั้น ถ้าเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปเล่นในชีวิตประจำวัน เรื่องพวกนี้อาจสำคัญกว่าตัวเลขบนกระดาษเสียอีก
Pura 90s Series เริ่มเห็นความต่างตรงไหน?
มองแบบสั้น ๆ ได้ประมาณนี้ Pura 90s Pro เหมาะกับคนที่อยากสนุกกับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภาพระยะใกล้ มาโคร อาหาร คน และรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว
Pura 90s Pro Max เหมาะกับคนที่อยากขยับไปทางการถ่ายภาพระยะไกลมากขึ้น ทั้งวิว พอร์ตเทรต และคอนเทนต์ที่ต้องการใช้ความสามารถของเทเลโฟโต้
เพราะฉะนั้น ก่อนจะไปดูว่า “รุ่นไหนสเปกสูงกว่า” ลองถามตัวเองก่อนว่าเวลาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เรามักเดินเข้าไปหาอะไร หรือชอบถอยออกมาแล้วดึงอะไรกลับเข้ามาในภาพมากกว่ากัน คำตอบนั้นอาจช่วยเลือกรุ่นได้ง่ายกว่าการอ่านตารางสเปกยาวเป็นหางว่าวเสียอีก
Pura 90s Pro เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายภาพแบบไหน?
ลองนึกภาพวันหยุดที่เราเดินเล่นแบบไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ อยู่ ๆ ก็เจอร้านกาแฟที่จัดมุมสวยมาก โต๊ะข้าง ๆ มีขนมหน้าตาดี หรือเดินไปเจอดอกไม้เล็ก ๆ ที่รายละเอียดสวยกว่าที่คิด คนทั่วไปอาจเดินผ่านไป แต่ถ้าเป็นสายถ่ายรูป มือถือก็จะถูกยกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ตรงนี้คือคาแรกเตอร์ที่ HUAWEI Pura 90s Pro ดูจะเข้าทาง เพราะกล้องของรุ่นนี้ไม่ได้เน้นแค่การถ่ายภาพทั่วไป แต่มีจุดเด่นเรื่องการถ่ายระยะใกล้ด้วยกล้อง Ultra Lighting Macro Telephoto 50MP ซึ่งรองรับการโฟกัสใกล้สุดประมาณ 5 เซนติเมตร
พูดง่าย ๆ คือ ไม่จำเป็นต้องรอวิวระดับโปสการ์ดถึงจะได้ใช้กล้องเต็มที่ ของเล็ก ๆ รอบตัวก็กลายเป็นของเล่นได้เหมือนกัน
อย่างการถ่ายอาหารก็เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด ลองขยับเข้าไปเก็บรายละเอียดของขนม หรือถ่ายพื้นผิวของอาหารให้เห็นเนื้อสัมผัสมากขึ้น ภาพก็จะมีมิติขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเดินถอยไปไกล
หรือถ้าเป็นคนชอบถ่ายดอกไม้ สัตว์เลี้ยง ของสะสม หรือรายละเอียดเล็ก ๆ ในสถานที่ที่ไปเที่ยว ความสามารถด้านมาโครก็ทำให้มีมุมให้เล่นมากขึ้น
อีกอย่างที่น่าสนใจคือระบบ AI ช่วยจัดองค์ประกอบภาพแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยแนะนำการจัดเฟรมระหว่างถ่าย เหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากคิดเรื่ององค์ประกอบภาพทุกครั้งก่อนกดชัตเตอร์
และถ้าถ่ายมาแล้วเจอปัญหาอย่างแสงสะท้อน ก็ยังมี AI ช่วยลบแสงสะท้อน รวมถึง AI ที่ช่วยปรับตำแหน่งวัตถุในภาพหลังจากถ่ายเสร็จ
มันไม่ได้หมายความว่าถ่ายรูปพลาดแล้ว AI จะเสกให้กลายเป็นภาพรางวัลช่างภาพโลกได้ทันที เพราะนั่นก็เกินไปหน่อย แต่ช่วยแก้ปัญหาจุกจิกที่เกิดขึ้นกับภาพจากชีวิตประจำวันได้มากกว่าเดิม
ดังนั้น Pura 90s Pro จึงเหมาะกับคนที่อยากได้มือถือที่ ถ่ายรูปสนุก ใช้งานง่าย และมีลูกเล่นให้หยิบมาลองเรื่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายสิ่งของ ผู้คน อาหาร และรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว
Pura 90s Pro Max เหมาะกับคนที่อยากไปไกลกว่าแค่การถ่ายรูปทั่วไป
ทีนี้ลองเปลี่ยนสถานการณ์ คุณไปเที่ยวอยู่บนจุดชมวิว แล้วเห็นอาคารหรือคนอยู่ไกลออกไป เดินเข้าไปใกล้ไม่ได้ แต่ก็อยากเก็บภาพนั้นไว้ นี่เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เห็นความแตกต่างของ HUAWEI Pura 90s Pro Max ได้ชัดขึ้น
เพราะจุดขายสำคัญของรุ่นนี้อยู่ที่กล้องเทเลโฟโต้ 200MP พร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ระดับเรือธง ซึ่งถูกวางมาให้รองรับการถ่ายภาพระยะไกลและการซูมได้จริงจังมากขึ้น
สำหรับคนทั่วไป คำว่า 200MP อาจฟังเหมือนตัวเลขที่เอาไว้ทำให้กล่องดูเท่ แต่ประโยชน์จริง ๆ ต้องดูว่ามันเอาไปใช้กับอะไร
ในกรณีนี้คือการเก็บรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ไกลออกไป เช่น เวลาไปเที่ยวแล้วอยากถ่ายสถาปัตยกรรมจากอีกฝั่งของถนน ถ่ายคนโดยไม่ต้องเดินเข้าไปจ่อ หรือถ่ายวิวที่มีวัตถุอยู่ไกล ๆ แล้วอยากดึงรายละเอียดกลับมาอยู่ในเฟรม นี่คือพื้นที่ที่ Pro Max เริ่มมีเหตุผลมากขึ้นสำหรับคนที่จริงจังกับการถ่ายภาพ
โดยเฉพาะคนที่ชอบภาพพอร์ตเทรต เพราะการใช้ระยะเทเลโฟโต้สามารถช่วยให้การจัดองค์ประกอบภาพมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และทำให้ไม่จำเป็นต้องเอามือถือเข้าไปใกล้ตัวแบบเกินไป
สำหรับสายท่องเที่ยวก็เช่นกัน บางครั้งวิวที่เราชอบที่สุดไม่ได้อยู่ตรงหน้า แต่อยู่ไกลออกไปบนภูเขา อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ หรืออยู่บนอาคารอีกฟากหนึ่ง กล้องเทเลโฟโต้จึงไม่ได้มีไว้เพื่อ “ซูมให้ไกลที่สุด” อย่างเดียว แต่ช่วยเปลี่ยนวิธีมองโลกผ่านกล้องมือถือด้วย
จากเดิมที่เราต้องเดินเข้าไปหาสิ่งที่อยากถ่าย ก็กลายเป็นเลือกตำแหน่งที่ยืน แล้วใช้เลนส์ช่วยจัดภาพแทน ตรงนี้แหละที่ Pura 90s Pro Max เหมาะกับคนที่ไม่ได้มองมือถือเป็นเพียงกล้องติดตัว แต่เริ่มใช้มือถือเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างภาพอย่างจริงจังมากขึ้น
กล้อง Pura 90s Series ต่างกันตรงไหน?
ถ้าต้องเลือกระหว่างสองรุ่น อย่าเริ่มจากคำถามว่า “ตัวไหนกล้องดีกว่า” เริ่มจากถามว่า เราถ่ายอะไรบ่อยที่สุด ถ้าชอบถ่ายภาพทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งคน อาหาร สถานที่ และรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว Pura 90s Pro มีแนวทางที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยเฉพาะความสามารถในการถ่ายระยะใกล้และมาโคร
ถ้าชอบถ่ายสิ่งที่อยู่ไกล ชอบซูม ชอบพอร์ตเทรต หรือเดินทางแล้วมักเจอวิวที่ต้องใช้ระยะเลนส์เข้ามาช่วย Pura 90s Pro Max จะมีความน่าสนใจมากกว่า เพราะมีเทเลโฟโต้ 200MP เป็นหนึ่งในจุดเด่นหลัก
ส่วนคนที่ทำคอนเทนต์ ความต่างจะอยู่ที่วิธีทำงานของแต่ละคน ถ้าถ่ายภาพสำหรับโซเชียล ถ่ายอาหาร ถ่ายสินค้า หรือถ่ายชีวิตประจำวัน Pura 90s Pro ก็มีเครื่องมือให้เล่นค่อนข้างหลากหลาย แต่ถ้าคอนเทนต์ต้องอาศัยการถ่ายระยะไกล ภาพพอร์ตเทรต หรืออยากมีความยืดหยุ่นกับการจัดองค์ประกอบมากขึ้น Pro Max ก็เริ่มตอบโจทย์มากกว่า
พูดแบบง่าย ๆ คือ Pro เหมือนกล้องที่ชวนเราเดินเข้าไปสำรวจรายละเอียด ส่วน Pro Max เหมือนกล้องที่บอกว่า “ยืนตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันดึงภาพมาให้” และนั่นเป็นความต่างที่มีความหมายกว่าการดูว่าตัวเลขไหนมากกว่ากันเสียอีก
AI Photography ช่วยให้การถ่ายรูปง่ายขึ้นอย่างไร?
AI ในมือถือกล้องยุคนี้มีอยู่เต็มไปหมดจนบางครั้งเหมือนมือถือจะสมัครงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพกันทั้งโลกแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องดูว่า AI เหล่านั้นช่วยแก้ปัญหาอะไรได้จริง
สำหรับ Pura 90s Series มีฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพและการแก้ไขภาพหลายอย่าง โดย HUAWEI ระบุถึง AI ที่ช่วยเรื่องการจัดองค์ประกอบ การลบแสงสะท้อน และการปรับตำแหน่งวัตถุในภาพ
ลองนึกถึงการถ่ายรูปผ่านกระจก เราเห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่าสวยมาก กดถ่ายเสร็จเรียบร้อย กลับมาเปิดดูอีกที… อ้าว แสงสะท้อนมาแล้วจ้า นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาไปคาเฟ่ ร้านค้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกระจก
AI ลบแสงสะท้อนจึงมีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือช่วยแก้ภาพที่ถ่ายมาแล้ว มากกว่าการเป็นลูกเล่นที่เอาไว้โชว์ว่ามือถือมี AI อีกสถานการณ์หนึ่งคือถ่ายภาพมาแล้วรู้สึกว่าองค์ประกอบยังไม่พอดี ตัวแบบหรือวัตถุอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกใจ
ระบบ AI ที่ช่วยปรับตำแหน่งวัตถุจึงเข้ามาช่วยทำให้ภาพเข้าใกล้สิ่งที่เราต้องการมากขึ้น ส่วน AI ช่วยจัดองค์ประกอบภาพแบบเรียลไทม์ก็ทำหน้าที่ตั้งแต่ก่อนกดชัตเตอร์ ช่วยให้คนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดเฟรมมีแนวทางในการถ่ายมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่ “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ AI ช่วยลดจำนวนครั้งที่เราต้องถ่ายใหม่ได้แค่ไหน สำหรับคนถ่ายรูปด้วยมือถือเป็นประจำ นี่ต่างหากที่มีผลต่อประสบการณ์ใช้งานจริง
แบตเตอรี่และการชาร์จ มีผลกับชีวิตคนถ่ายรูปอย่างไร?
เรื่องแบตเตอรี่อาจไม่ใช่หัวข้อที่ทำให้ใครตื่นเต้นเท่ากล้อง 200MP แต่พอออกไปเที่ยวทั้งวัน มันกลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมาทันที เพราะหนึ่งวันของนักท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่การถ่ายรูป เปิดแผนที่ เช็กเส้นทาง แชต ส่งรูป เล่นโซเชียล ถ่ายวิดีโอ แล้วก็ถ่ายรูปต่อ
Pura 90s Pro และ Pura 90s Pro Max ต่างมาพร้อมแบตเตอรี่ 6,000 mAh แต่ความเร็วในการชาร์จต่างกัน โดยรุ่น Pro รองรับ HUAWEI SuperCharge 66W ส่วน Pro Max รองรับ 100W และรองรับการชาร์จไร้สาย
ลองนึกภาพกลับถึงโรงแรมตอนกลางคืน แบตเหลือน้อย แต่พรุ่งนี้ยังต้องออกไปเที่ยวต่อ การชาร์จที่เร็วขึ้นจึงไม่ได้หมายถึงแค่ “ตัวเลขวัตต์สูงกว่า” แต่หมายถึงเวลาที่ต้องเสียบสายชาร์จน้อยลง และมีโอกาสกลับมาใช้งานต่อได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใช้มือถือเป็นทั้งกล้อง แผนที่ และอุปกรณ์สื่อสารในทริปเดียวกัน เรื่องนี้มีความหมายมากกว่าที่คิด
Insight: สำหรับคนถ่ายรูป แบตเตอรี่ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เครื่องเปิดอยู่ แต่คือการทำให้เรายังมี “กล้อง” อยู่ในมือจนจบทริป
Pura 90s Series เหมาะกับคนที่ใช้มือถือแบบไหน?
จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเป็นช่างภาพมืออาชีพถึงจะเหมาะกับมือถือสายถ่ายภาพ
สายเที่ยว จะได้ประโยชน์จากความสามารถด้านกล้องและแบตเตอรี่ เพราะมือถือหนึ่งเครื่องต้องรับหน้าที่ทั้งกล้อง แผนที่ และเครื่องมือสื่อสารตลอดวัน
สายคอนเทนต์ อาจสนใจความยืดหยุ่นของระบบกล้องและเครื่องมือ AI มากขึ้น เพราะหลังจากถ่ายภาพแล้ว ยังมีขั้นตอนการเลือกและปรับภาพต่อ
สายถ่ายรูปเล่น น่าจะสนุกกับ Pura 90s Series เป็นพิเศษ เพราะสิ่งของธรรมดารอบตัวสามารถกลายเป็นวัตถุให้ทดลองถ่ายได้ตั้งแต่ภาพระยะใกล้ไปจนถึงระยะไกล
ส่วน คนทำงาน ก็ยังใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นถ่ายเอกสาร ถ่ายสินค้าสำหรับส่งให้ลูกค้า หรือเก็บภาพระหว่างเดินทาง
เพียงแต่ต้องเลือกให้ตรงกับลักษณะการถ่ายของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว กล้องที่มีฟีเจอร์เยอะไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับทุกคน
Pura 90s Pro กับ Pura 90s Pro Max เลือกจากอะไรดี?
ถ้ายังลังเล ลองตัดสินใจด้วยคำถามง่าย ๆ
เลือก HUAWEI Pura 90s Pro ถ้าคุณอยากได้มือถือที่เน้นการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ชอบถ่ายคน อาหาร ของเล็ก ๆ หรือภาพระยะใกล้ และอยากได้ความสมดุลระหว่างความสามารถด้านกล้องกับการใช้งานทั่วไป
เลือก HUAWEI Pura 90s Pro Max ถ้าคุณเป็นคนที่ถ่ายภาพระยะไกลบ่อย ชอบซูม สนใจพอร์ตเทรต ต้องการความยืดหยุ่นของเทเลโฟโต้มากขึ้น หรือกำลังมองหาเครื่องมือสำหรับสร้างคอนเทนต์ที่จริงจังกว่าเดิม
ส่วนเรื่องราคา ยังไม่ควรฟันธงว่ารุ่นไหน “คุ้มกว่า” จนกว่าจะมีราคาจำหน่ายประเทศไทยที่ยืนยันได้ เพราะความคุ้มค่าของสองรุ่นนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ความสามารถด้านกล้องเหล่านั้นจริงแค่ไหน
และนี่แหละคือคำถามสำคัญที่สุดก่อนเลือก Pura 90s Series เราอยากได้กล้องที่เก่งกว่า หรือเราอยากได้กล้องที่เข้ากับวิธีถ่ายรูปของเรามากกว่า? บางทีคำตอบสองอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสียด้วยสิ