
ในตลาดสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นถึงกลางที่แข่งขันกันดุเดือด Redmi Note Series ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่มองหาความคุ้มค่าในราคาจับต้องได้ และในปี 2025 นี้ Redmi Note 14 5G ก็กลับมาสานต่อความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการยกระดับสเปคหลายด้านให้ "ดีเกินราคา" อย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่เปลี่ยนไปในรุ่นนี้คือการ อัปเกรดหน้าจอมาเป็น AMOLED 120Hz, ความสว่างสูงถึง 2,100 nits, และกล้องหลัง 108MP พร้อมระบบกันสั่น OIS ที่ไม่เคยมีในรุ่นก่อนหน้านี้ รวมถึงกล้องหน้าที่ขยับขึ้นมาที่ 20MP การเลือกใช้ ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7025 Ultra (6nm) ก็ช่วยให้การใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่แบตเตอรี่ 5,110mAh ก็ยังคงอึด พร้อมชาร์จไว 45W ที่แถมมาให้ในกล่อง
จุดที่ Redmi คิดมาไกลกว่าเดิมคือเรื่องซอฟต์แวร์ เพราะรุ่นนี้ใช้ Android 14 พร้อม HyperOS ใหม่ล่าสุด รองรับอัปเดตสูงสุดถึง Android 17 และยังมี AI ฟีเจอร์ ที่ใช้งานได้จริงติดมาจากโรงงาน ทั้งการลบภาพคน เปลี่ยนท้องฟ้า หรือแม้แต่ใช้งาน Gemini AI ของ Google ได้เลย
ถ้ามองหามือถือที่ “ครบ” จบในราคาประหยัด ไม่ว่าจะเพื่อใช้งานทั่วไป เล่นเกม หรือเน้นกล้องสวยไม่แกว่ง รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุดในงบไม่ถึงหมื่น
กล้อง 108MP พร้อม OIS ภาพนิ่งสวย วิดีโอนิ่งกว่าที่คิด
หนึ่งในไฮไลต์ที่ Redmi Note 14 5G ทำได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าชัดเจนคือ การอัปเกรดกล้องทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เพิ่มตัวเลข แต่เพิ่มคุณภาพแบบจริงจัง โดยเฉพาะกล้องหลังที่มาพร้อมความละเอียดสูงถึง 108MP (f/1.7) พร้อม ระบบกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ที่ช่วยให้ภาพนิ่งแม้ในสภาพแสงน้อยหรือมือไม่นิ่ง
กล้องหลัง 108MP เก็บรายละเอียดครบ สีดี คมชัด
ในสภาพแสงปกติ ภาพจากกล้องหลักให้สีสันค่อนข้างตรงธรรมชาติ เก็บมิติของแสงและเงาได้ดี มี HDR ช่วยดึงรายละเอียดในจุดมืด-จุดสว่างได้แม่นยำ ถ้าเปิดโหมด 108MP ภาพที่ได้สามารถครอปต่อเพื่อใช้งาน เช่น ถ่ายเอกสาร ป้าย หรือซูมตัดภาพโดยไม่เสียความละเอียด
ในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน โหมด Night Mode ช่วยให้ภาพดูสว่าง สีไม่ดร็อปจนหม่น และ Noise ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมือถือระดับเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อใช้กล้องหลักที่มี OIS ช่วยประคอง
กล้อง Ultra-Wide + Macro ใช้งานได้จริงในสถานการณ์ทั่วไป
Redmi Note 14 5G ยังให้กล้อง Ultra-Wide 8MP (f/2.2) มาใช้งานถ่ายวิว กลุ่มเพื่อน หรือสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ซึ่งแม้รายละเอียดจะลดลงจากเลนส์หลัก แต่ยังจัดการแสงและคอนทราสต์ได้ดีระดับหนึ่ง ภาพไม่เพี้ยนมากที่ขอบภาพ
ส่วนกล้อง Macro 2MP (f/2.4) ก็เหมาะกับการถ่ายใกล้แบบทดลองเล่น เช่น ดอกไม้ เหรียญ หรือของจิ๋ว โดยต้องอยู่ในสภาพแสงดีจึงจะได้ผลลัพธ์คมชัด
กล้องหน้า 20MP ใส สวย ไม่หลอกตา
กล้องหน้าความละเอียด 20MP (f/2.2) ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดขายของรุ่นนี้ ให้ภาพเซลฟี่ที่ คมชัด ใส และสวยธรรมชาติ โดยมีโหมดปรับหน้าสวยที่ละเอียดกว่ารุ่นก่อน เช่น ปรับความเนียน ความเรียว ความสว่าง และยังมี Night Mode สำหรับกล้องหน้า ที่ช่วยให้เซลฟี่กลางคืนออกมาสว่างโดยไม่ต้องเปิดแฟลช
วิดีโอ นิ่งพอตัว แม้ไม่มี 4K
กล้องหน้าหลังของ Redmi Note 14 5G สามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 1080p 30fps ซึ่งอาจดูธรรมดาเมื่อเทียบกับบางรุ่นที่มี 4K แต่จุดแข็งคือความนิ่งของภาพ โดยกล้องหลักที่มี OIS และระบบ EIS ช่วยให้วิดีโอไม่สั่นจนน่ารำคาญ ไม่ว่าจะถ่าย Vlog เดินเล่น หรือถ่ายคนพูดหน้ากล้อง
การบันทึกจากกล้องหน้าก็สามารถเปิด “หน้าเนียน” ขณะถ่ายวิดีโอได้เลย ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่าหลายรุ่นที่ยังจำกัดแค่ระดับ 720p

ประสิทธิภาพและชิป Dimensity 7025 Ultra ใช้งานลื่น เล่นเกมดี คุมความร้อนได้
แม้จะเปิดราคามาในเรทไม่ถึงหมื่น แต่ Redmi Note 14 5G มาพร้อมกับ ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7025 Ultra ซึ่งใช้ สถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร แบบ Octa-Core ความเร็วสูงสุด 2.5GHz ที่ให้ทั้ง ความแรงและการประหยัดพลังงาน ในระดับที่น่าประทับใจสำหรับสมาร์ทโฟนราคานี้
จากการทดสอบจริง ทั้งการใช้งานทั่วไป และการเล่นเกม พบว่า Redmi Note 14 5G ทำผลงานได้เกินมาตรฐานของกลุ่ม mid-range รุ่นเริ่มต้น
ประสบการณ์ใช้งานทั่วไป ลื่นไหล ไม่มีสะดุด
การเปิดแอป สลับแอป หรือใช้งานพร้อมกันหลายอย่าง เช่น Social Media + YouTube + Chat + Web Browser ยังสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องแบบ ไม่กระตุก RAM 8GB / 12GB ที่ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานหลากหลาย และยังรองรับ RAM เสมือนสูงสุดอีก +8GB จากพื้นที่เก็บข้อมูล ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเปิดกี่แอปพร้อมกันก็ยังไหลลื่น
ROM ที่ใช้เป็น UFS 2.2 แม้จะไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุดที่สุด แต่ก็ช่วยให้การอ่าน-เขียนข้อมูลเร็วพอสำหรับการเปิดแอป โหลดเกม หรือบันทึกวิดีโอขนาดใหญ่แบบไม่เสียเวลา
การเล่นเกม ได้มากกว่าที่คาดในเรตราคาไม่ถึงหมื่น
Redmi Note 14 5G รองรับการเล่นเกมยอดนิยมได้ดีมาก เช่น
-
● PUBG Mobile – ปรับกราฟิก Smooth/Ultra เล่นได้ลื่น มี Gyroscope และการควบคุมที่ตอบสนองดีมาก
-
● RoV – เฟรมเรตนิ่ง 60 FPS แม้จะเข้าไฟต์ใหญ่
-
● Call of Duty Mobile – ปรับกราฟิก High / Max Frame Rate ได้แบบนิ่ง
-
● Genshin Impact – ปรับ Low / 30 FPS ยังเล่นได้ แม้ตัวเกมจะหนักมาก
-
● Asphalt 9 – แสดงผล 60 FPS ได้ในระดับลื่น และกราฟิกยังคมชัด
จากการทดสอบจริง 1 ชั่วโมงเต็ม พบว่า เครื่องไม่ร้อนจัดเกินไป โดยเฉพาะเกมที่ไม่ได้ดึงพลังงานเต็มที่ อย่าง PUBG และ RoV อุณหภูมิยังควบคุมได้อยู่ในช่วง 37–39 องศาเซลเซียส ส่วน Genshin ที่หนักกว่า ตัวเครื่องอาจร้อนขึ้นไปแตะ 41.8 องศาบ้างในบางช่วง แต่ไม่ถึงกับทำให้ใช้งานไม่ได้
คะแนน Antutu วัดความแรงได้เทียบเท่ารุ่นราคาแพงกว่า
จากผลการวัดคะแนนด้วย Antutu Benchmark ทำได้ประมาณ 439,380 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูง เหนือกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่นที่มีราคาสูงกว่า แสดงให้เห็นถึงการปรับแต่งซอฟต์แวร์ที่ดีของ HyperOS + ประสิทธิภาพของชิป Dimensity 7025 Ultra ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกม
การเล่นเกม ลื่นไหลในเกมยอดนิยม ควบคุมเฟรมเรตและความร้อนได้ดี
แม้จะอยู่ในกลุ่มมือถือราคาไม่ถึงหมื่น แต่ Redmi Note 14 5G กลับทำผลงานด้านการเล่นเกมได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่ระหว่าง ชิป Dimensity 7025 Ultra กับ จอ AMOLED รีเฟรชเรต 120Hz ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมลื่นไหลกว่าที่คาดไว้
เกมที่ทดสอบ พร้อมผลลัพธ์จริง
-
● RoV
-
- ปรับกราฟิกระดับสูง เล่นที่ 60 FPS ได้สบาย
-
- แบตลดประมาณ 12% หลังเล่น 1 ชั่วโมง
-
- ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ 37.8°C
-
-
● PUBG Mobile
-
- ปรับได้ที่ Smooth / Ultra Frame Rate
-
- แบตลดราว 11% และความร้อนสูงสุดที่ 37.4°C
-
- Gyroscope ตอบสนองไว เหมาะกับคนเล่นสายยิง
-
-
● Call of Duty Mobile
-
- ตั้งค่ากราฟิก High / Max Frame Rate
-
- แบตเตอรี่ลดลง 15%, อุณหภูมิประมาณ 38.5°C
-
-
● Asphalt 9
-
- เล่นที่ High / 60 FPS ได้แบบลื่น ๆ
-
- แบตเตอรี่ลดมากสุดที่ 20%, ความร้อนสูงสุด 38.8°C
-
-
● Genshin Impact
-
- เล่นได้ที่ Low / 30 FPS
-
- อุณหภูมิสูงสุด 41.8°C ถือว่าค่อนข้างร้อน แต่ยังพอเล่นได้
-
จุดเด่นด้านการเล่นเกม
-
● เฟรมเรตนิ่ง ไม่มีอาการกระตุกแม้เล่นในฉากหนัก ๆ
-
● จอ 120Hz ให้ความรู้สึกลื่นแม้ไม่ได้ใช้ FPS สูงเสมอ
-
● ลำโพงคู่ Dolby Atmos ช่วยให้มิติเสียงในเกมชัดเจน
-
● เครื่องไม่ร้อนเร็ว แม้เล่นต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมง
ข้อจำกัดที่ควรรู้
-
● เกมส่วนใหญ่ยังล็อกไว้ที่ 60 FPS แม้จอรองรับ 120Hz
-
● หากเล่นเกมกินกราฟิกนาน ๆ (โดยเฉพาะ Genshin) แนะนำให้พักเครื่องหรือใช้พัดลมเสริม
หน้าจอ AMOLED 120Hz ความสว่างสูง 2,100 nits: คม ชัด ลื่น ใช้งานกลางแจ้งสบาย
หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ Redmi Note 14 5G ดูโดดเด่นเหนือรุ่นอื่นในช่วงราคาไม่เกินหมื่นบาท คือหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ที่มาพร้อมกับการปรับปรุงหลายด้านแบบจัดเต็ม
จุดเด่นของหน้าจอรุ่นนี้
-
● พาเนล AMOLED ความละเอียด Full HD+ ให้สีดำลึก คอนทราสต์สูง และการแสดงผลที่สวยสมจริง
-
● รองรับ Refresh Rate สูงถึง 120Hz การเลื่อนหน้า ฟีดโซเชียล หรือเล่นเกมที่รองรับจะลื่นไหลอย่างรู้สึกได้ทันที
-
● ความสว่างสูงสุดถึง 2,100 nits ช่วยให้การใช้งานกลางแจ้ง เช่น การถ่ายรูป ดูแผนที่ หรืออ่านข้อความในแสงแดดจัด ยังมองเห็นได้ชัดเจน
-
● กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 5 เพิ่มความแข็งแรง ลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
-
● มีโหมดถนอมสายตา (Eye Protection Mode) เหมาะสำหรับคนที่ใช้มือถืออ่านหนังสือ หรือดูหน้าจอเป็นเวลานาน
-
● รองรับ Always-On Display แสดงข้อมูลเวลา/แจ้งเตือน แม้ขณะปิดหน้าจอ
ประสบการณ์ใช้งานจริง
-
● ในการดู Netflix, YouTube, หรือ TikTok ภาพคมชัด สีสวยสด โดยเฉพาะเมื่อเปิดโหมด Vivid หรือ Standard ที่มีให้เลือกใน HyperOS
-
● ใช้งานกลางแจ้งไม่มีปัญหา หน้าจอสู้แสงได้ดีมาก
-
● รองรับ Widevine L1 ทำให้สามารถดูคอนเทนต์ความละเอียด Full HD จากแอปสตรีมมิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แบตเตอรี่ 5,110mAh + ชาร์จไว 45W ใช้งานได้เต็มวัน ไม่ต้องลุ้น
Redmi Note 14 5G มากับ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,110mAh ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่กำลังพอดีสำหรับสมาร์ทโฟนยุคนี้ โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับ ชิป 6nm อย่าง Dimensity 7025 Ultra ที่บริหารพลังงานได้ดี ทำให้การใช้งานในชีวิตจริงอึดและยืดหยุ่นกว่าที่คิด
จุดเด่นด้านแบตเตอรี่
-
● ความจุ 5,110mAh อยู่ในเกณฑ์ “อึดกว่าค่าเฉลี่ย” ใช้งานทั่วไปอยู่ได้ ข้ามวัน สบาย ๆ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้เล่นเกมหรือเปิดหน้าจอสูงสุดตลอดเวลา
-
● รองรับ ชาร์จไว 45W ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดจากรุ่นก่อน (ที่รองรับ 33W เท่านั้น)
-
● ใช้เวลาชาร์จเต็ม 0–100% เพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 8 นาที จากการทดสอบจริง
-
● แถมอะแดปเตอร์ 45W ในกล่อง ไม่ต้องซื้อเพิ่ม เหมือนบางค่าย
การใช้งานจริง
-
● หากใช้งานทั่วไป เช่น โซเชียล ดูวิดีโอ ถ่ายรูป ใช้งานได้ประมาณ 8–10 ชั่วโมงต่อเนื่อง
-
● หากเล่นเกมหนัก เช่น Genshin Impact แบตจะลดเร็วขึ้น แต่ยัง ไม่ร้อนจัด และมีระบบควบคุมความร้อนที่ดี
-
● มีโหมด Battery Saver และ Ultra Battery Saver ช่วยยืดเวลาการใช้งานในยามจำเป็น
-
● เมื่อเปิดใช้ 120Hz + ความสว่างจอสูงสุด อาจทำให้แบตลดไว แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์ตลอดเวลา
ระบบเสียง / มัลติมีเดีย ลำโพงคู่ Dolby Atmos เสียงแน่นรอบด้าน
Redmi Note 14 5G ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปอีกขั้นด้วย ลำโพงคู่ (Dual Stereo Speakers) ที่ให้เสียงออกมาทั้งบน-ล่าง เพิ่มมิติเสียงรอบทิศ ไม่ว่าจะถือเครื่องแนวนอนหรือแนวตั้ง เสียงก็ยังสมดุล
จุดเด่นของระบบเสียง
-
● ลำโพงสเตอริโอคู่ ให้เสียงแยกซ้าย-ขวาชัดเจน เวลาดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมให้ความรู้สึก “อยู่ในเหตุการณ์”
-
● รองรับ Dolby Atmos ซึ่งช่วยขยายมิติของเสียงให้กว้างและลึกขึ้น โดยเฉพาะเวลาใช้กับหูฟังหรือหูฟังไร้สายที่รองรับระบบนี้
-
● ความดังของลำโพงอยู่ในระดับ สูงพอสมควร ไม่แตกหรือแหบแม้เปิดเสียงสุด
-
● คุณภาพเสียงถือว่า ดีกว่ารุ่นก่อน ฟังแล้วรู้สึก “เต็มอิ่ม” มากขึ้น ไม่แบน หรือขาดมิติ
-
● หากใช้หูฟัง Redmi ยังให้ฟีเจอร์ปรับแต่งเสียง (Equalizer) ได้หลากหลาย รวมถึงฟีเจอร์ถนอมหู
ใช้งานจริง
-
● เวลาดู Netflix / YouTube ได้เสียงแยกชัดทั้งภาพและเสียง โดยรองรับ Widevine L1 ดูได้แบบ Full HD พร้อมเสียงชัดใส
-
● เวลาเล่นเกมอย่าง RoV หรือ PUBG จะได้ยินเสียงฝีเท้าหรือทิศทางของศัตรูแม่นยำขึ้น เหมาะกับสายเล่นจริงจัง
FAQ Redmi Note 14 5G
1. Redmi Note 14 5G ราคาเท่าไหร่?
Redmi Note 14 5G เปิดตัวที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 7,990 บาท สำหรับรุ่น RAM 8GB / ROM 256GB และประมาณ 9,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 12GB / ROM 512GB (อัปเดตตามร้านค้าอาจเปลี่ยนแปลง)
2. รุ่นนี้รองรับ 5G ไหม?
รองรับแน่นอน! Redmi Note 14 5G มาพร้อมกับชิป Dimensity 7025 Ultra ที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual-SIM
3. กล้องหลัง 108MP ดีจริงไหม?
ดีเกินราคา! กล้องหลัก 108MP มี OIS กันสั่น พร้อมถ่ายภาพกลางคืนได้ดี มี HDR สีสด ถ่ายพอร์ตเทรตคมชัด ถ่าย Ultra-Wide ก็ได้ ครบเครื่อง
4. ใช้เล่นเกมได้ลื่นไหม?
ลื่นไหลในระดับราคานี้ โดยเฉพาะ RoV และ PUBG ทำเฟรมเรทได้ดี เล่นได้นานโดยเครื่องไม่ร้อนเกิน คุมอุณหภูมิอยู่ ชิป Dimensity 7025 Ultra จัดว่าคุ้มค่า
5. หน้าจอ AMOLED 120Hz เป็นยังไง?
สวย คม ลื่นตา ความสว่างสูงสุด 2,100 nits ใช้งานกลางแดดสบาย ตอบสนองเร็ว รองรับ Widevine L1 ดู Netflix ชัดระดับ Full HD

6. มีของแถมอะไรบ้างในกล่อง?
กล่องแถม Adapter ชาร์จเร็ว 45W, สาย USB-C, เคส TPU และฟิล์มกันรอยติดมาให้เรียบร้อย ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
7. Redmi Note 14 5G กันน้ำไหม?
รุ่นนี้มีคุณสมบัติ กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP64 (กันละอองฝน, ละอองฝุ่นได้)
8. ระบบปฏิบัติการและอัปเดตเป็นอย่างไร?
ติดตั้ง Android 14 พร้อม HyperOS และจะได้รับอัปเดตข้ามเวอร์ชัน ยาวถึง Android 17 พร้อมแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว
9. มีโฆษณาในเครื่องไหม?
ยังมีบ้างในบางแอป (เช่น แอปเคลียร์แรม) แต่ถือว่าลดลงจากรุ่นก่อนมาก และไม่มีแอปเงินกู้แฝงมาติดเครื่อง
10. เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือคุ้มค่า สเปกจัดเต็ม กล้องดี หน้าจอสวย เล่นเกมลื่น ใช้งานได้ยาวนาน เหมาะทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือสายคอนเทนต์ก็รอด


