ผู้เขียน Advice ขายหมึก | ยอดวิวผู้เข้าชม 229 Views
เครื่องปริ้นจะซื้อยากแค่ไหนไม่รู้ แต่พอ หมึกหมด นี่แหละที่หลายคนเริ่มงงว่า “แล้วฉันต้องซื้อขวดไหนวะ?” สีอะไร รุ่นอะไร รหัสอะไร แล้วหมึกที่ราคาถูกกว่าหมึกแท้ใช้แทนกันได้ไหม
จริง ๆ แล้วเรื่อง หมึกเครื่องปริ้น ไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ขวดไหนถูกกว่า” แต่ต้องดูตั้งแต่รุ่นเครื่องปริ้น รหัสหมึก สีที่ใช้ ไปจนถึงรูปแบบของหมึก เพราะซื้อถูกสีแต่ผิดรุ่นก็มีสิทธิ์กลายเป็นงานเข้าได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่อง หมึกแท้กับหมึกเทียบ ก็ไม่ได้แปลว่าฝั่งหนึ่งดีทุกอย่าง อีกฝั่งแย่ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ควรพิจารณาคือความเข้ากันได้กับเครื่อง คุณภาพของงานพิมพ์ แหล่งที่มา และเงื่อนไขการรับประกันหรือบริการที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้เลยจะพาไล่ตั้งแต่ หมึกเครื่องปริ้นมีกี่แบบ วิธีเลือกหมึก ไปจนถึงวิธีเช็กหมึก Epson แท้ด้วย Hologram และ QR Code ก่อนตัดสินใจซื้อ
หมึกเครื่องปริ้นมีกี่แบบ?
ถ้าพูดแบบที่คนซื้อเจอกันจริง ๆ หมึกเครื่องปริ้นแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
1. หมึกแท้จากผู้ผลิตเครื่องปริ้น
คือหมึกที่แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ทำหรือระบุให้ใช้กับเครื่องของตัวเอง เช่น Epson Genuine Ink สำหรับเครื่องพิมพ์ Epson
ข้อสำคัญคือหมึกกลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่า “ใช้กับ Epson รุ่นไหนก็ได้” แต่ต้องดูว่าเป็นรหัสที่รองรับกับเครื่องรุ่นนั้นด้วย
2. หมึกเทียบ
เป็นหมึกที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่น ไม่ใช่แบรนด์เดียวกับเครื่องปริ้น โดยอาจมีตัวเลือกด้านราคาและรุ่นให้เลือกหลากหลาย
แต่ก่อนซื้อควรตรวจสอบ Compatibility หรือความเข้ากันได้กับเครื่องรุ่นที่ใช้อยู่ รวมถึงเงื่อนไขการรับประกันของทั้งหมึกและเครื่องปริ้น
3. หมึกสำหรับเครื่องระบบแทงก์
เป็นรูปแบบหมึกที่ผู้ใช้เติมลงในถังหมึกของเครื่องโดยตรง แทนการเปลี่ยนตลับหมึกแบบบางระบบ
Epson EcoTank เป็นตัวอย่างของเครื่องพิมพ์ระบบแทงก์ แต่ก็ต้องระวังจุดหนึ่งมาก ๆ คือ EcoTank แต่ละรุ่นไม่ได้ใช้หมึกชุดเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นอย่าเห็นคำว่า EcoTank แล้วหยิบขวดหมึกมาเติมแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
พูดง่าย ๆ คือ “หมึกแท้” กับ “หมึกเทียบ” เป็นเรื่องของ ผู้ผลิตหมึก ส่วน “ตลับ” หรือ “ขวดเติม” เป็นเรื่องของ รูปแบบการใช้งานหมึก คนละประเด็นกัน
ก่อนซื้อหมึกเครื่องปริ้น ต้องเช็กอะไรบ้าง?
ก่อนกดซื้อหมึกสักขวด แนะนำให้เช็ก 5 อย่างนี้ก่อน
1. รุ่นเครื่องปริ้น
ดู Model ของเครื่องให้ตรงก่อน เช่น L1310, L3310 หรือ L5390 เพราะแต่ละรุ่นอาจรองรับหมึกคนละรหัส
2. รหัสหมึก
อย่าดูแค่คำว่า “Epson” หรือ “หมึกสีดำ” เพราะหมึกสีเดียวกันก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้แทนกันได้ทุกเครื่อง
Epson เองมีหน้า Ink Finder ที่ให้ค้นหาจากรุ่นเครื่องพิมพ์หรือรหัสหมึกโดยตรง ซึ่งช่วยลดโอกาสหยิบผิดรุ่นได้
3. สีหมึก
เช็กว่าเครื่องใช้กี่สี และต้องซื้อสีอะไรบ้าง
4. รูปแบบหมึก
ดูว่าเครื่องของเราใช้ตลับหมึก หรือเป็นระบบแทงก์ที่เติมจากขวด
5. แหล่งซื้อ
ถ้าต้องการหมึกแท้ ควรเลือกแหล่งซื้อที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบบรรจุภัณฑ์รวมถึงเครื่องหมายสำหรับตรวจสอบของแท้ตามที่ผู้ผลิตระบุ จำง่าย ๆ ว่า เช็กเครื่อง → เช็กรหัส → เช็กสี → เช็กรูปแบบ → เช็กแหล่งซื้อ อย่าเพิ่งเริ่มจากราคา เพราะหมึกถูกแต่ใช้กับเครื่องไม่ได้ ก็ไม่ได้ถูกขึ้นมาเลย

สีหมึกเครื่องปริ้น มีอะไรบ้าง?
สำหรับงานพิมพ์สีทั่วไป สีที่เจอกันบ่อยคือ
-
Black (BK) — สีดำ
-
Cyan (C) — สีฟ้าอมเขียว
-
Magenta (M) — สีแดงอมม่วง
-
Yellow (Y) — สีเหลือง
เครื่องแต่ละรุ่นอาจมีระบบหมึกและจำนวนสีแตกต่างกัน จึงไม่ควรเหมารวมว่าเครื่องปริ้นทุกเครื่องต้องใช้ 4 สีนี้เหมือนกันทั้งหมด และสำหรับ Epson EcoTank ก็ต้องเช็กตามรุ่นเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น Epson Thailand ระบุว่า L1310, L3310 และ L5390 สามารถใช้หมึกตระกูล 003 ได้ แต่รายละเอียดการรองรับต้องดูเป็นรายรุ่น ไม่ใช่เห็นว่ารหัสเหมือนกันแล้วเอาไปใช้กับเครื่อง Epson ทุกรุ่น
ตรงนี้เป็นจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนพลาด เพราะขวดหมึกหน้าตาคล้ายกันมาก แต่เครื่องปริ้นไม่ได้สนใจว่าเรารู้สึกว่ามัน “น่าจะใช้ได้” ครับเจ้านาย มันสนใจ Compatibility อย่างเดียว
หมึกแท้กับหมึกเทียบ ต่างกันอย่างไร?
ถ้าแยกแบบเข้าใจง่าย ความแตกต่างหลัก ๆ อยู่ที่ ผู้ผลิตหมึกและการออกแบบให้ใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ มากกว่าจะตัดสินว่าฝั่งไหน “ดีกว่า” เสมอไป
หมึกแท้ คือหมึกจากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์หรือแบรนด์ที่ระบุให้ใช้กับเครื่อง โดยในกรณีของ Epson คือ Epson Genuine Ink ซึ่ง Epson ระบุว่าพัฒนาหมึกโดยคำนึงถึงการทำงานร่วมกับเครื่องพิมพ์และหัวพิมพ์ของ Epson รวมถึงเทคโนโลยีหัวพิมพ์อย่าง Micro Piezo และ PrecisionCore
หมึกเทียบ คือหมึกที่ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่น ไม่ใช่แบรนด์เดียวกับเครื่องพิมพ์ ราคาต่อหน่วยอาจแตกต่างจากหมึกแท้ แต่สิ่งที่ต้องเช็กเป็นพิเศษคือ ความเข้ากันได้กับเครื่องรุ่นที่ใช้อยู่ รวมถึงเงื่อนไขการรับประกันของทั้งเครื่องและผู้ผลิตหมึก ดังนั้น ถ้ากำลังเลือกอยู่ ไม่จำเป็นต้องคิดว่า “หมึกเทียบ = ไม่ดี” แต่ควรดูว่าเราต้องการอะไร และหมึกที่เลือกนั้นรองรับเครื่องของเราหรือไม่
สำหรับคนที่ต้องการลดความไม่แน่นอนเรื่อง Compatibility การเลือก หมึกแท้ที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับกับเครื่องรุ่นนั้นโดยตรง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเครื่องเดียวกันและมีช่องทางบริการรองรับ
ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเลือกหมึกแท้หรือหมึกเทียบ ต้องเช็กรหัสหมึกให้ตรงกับรุ่นเครื่องก่อนซื้อเสมอ เพราะหมึกสีเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนกันได้ทุกเครื่อง
หมึกแท้ Epson ต่างจากหมึกเทียบตรงไหน?
สำหรับ Epson Genuine Ink จุดที่ Epson สื่อสารไว้คือการพัฒนาหมึกให้ทำงานร่วมกับระบบเครื่องพิมพ์และหัวพิมพ์ของ Epson โดยเอกสารของ Epson กล่าวถึงเทคโนโลยีหัวพิมพ์อย่าง Micro Piezo และ PrecisionCore Print Head รวมถึงเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของงานพิมพ์
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่า “ใช้หมึกแท้แล้วเครื่องจะไม่มีวันมีปัญหา” เพราะเครื่องพิมพ์ก็ยังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชิ้นส่วนและปัจจัยอื่น ๆ เกี่ยวข้องอยู่
แต่สำหรับคนที่ไม่อยากเพิ่มความไม่แน่นอนเรื่อง Compatibility การเลือกหมึกที่ผู้ผลิตเครื่องระบุว่ารองรับกับรุ่นนั้นโดยตรง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการจัดการความเสี่ยง
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้ซื้อเพราะคำว่า “แท้” อย่างเดียว แต่ซื้อเพราะ รู้ว่าหมึกนั้นถูกระบุให้ทำงานกับเครื่องของเราอย่างไร
เครื่องปริ้นหมึกหมดเร็ว เกิดจากอะไร?
ถ้ารู้สึกว่า เครื่องปริ้นหมึกหมดเร็ว อย่าเพิ่งโทษหมึกทันที เพราะมีหลายปัจจัยที่ควรเช็กก่อน
เช่น
-
พิมพ์เอกสารสีเป็นประจำ
-
พิมพ์รูปภาพหรือเอกสารที่มีพื้นที่สีจำนวนมาก
-
มีปริมาณงานพิมพ์ต่อเดือนสูง
-
ใช้เครื่องไม่ตรงกับลักษณะงานที่ต้องการ
-
มีการทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามระบบของเครื่อง
ดังนั้นคำว่า “หมึกหมดเร็ว” ต้องดูด้วยว่าพิมพ์อะไรและพิมพ์มากแค่ไหน และไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า หมึกเทียบทำให้หมดเร็วกว่า หรือ หมึกแท้ทำให้หมดช้ากว่า หากไม่มีข้อมูลทดสอบเปรียบเทียบที่ควบคุมเงื่อนไขเดียวกัน
แต่ถ้ารู้ตัวตั้งแต่แรกว่าเป็นคนพิมพ์เอกสารค่อนข้างบ่อย การเลือกเครื่องระบบแทงก์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะกลุ่ม Epson EcoTank ที่มีไลน์ผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ
อยากลดค่าใช้จ่ายเรื่องหมึก ควรทำยังไง?
วิธีลดค่าใช้จ่ายเรื่องหมึกไม่ได้มีแค่การหาขวดที่ราคาถูกที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายจริงควรมองทั้งระบบ ตั้งแต่เครื่องที่ใช้ ปริมาณงาน ไปจนถึงหมึกที่รองรับ
1. เลือกเครื่องให้เหมาะกับปริมาณงาน
ถ้าพิมพ์นาน ๆ ครั้ง เครื่องหนึ่งอาจเหมาะกว่าอีกเครื่อง แต่ถ้าพิมพ์เอกสารเป็นประจำ ระบบแทงก์อาจเป็นรูปแบบที่ควรนำมาเปรียบเทียบตั้งแต่ต้น
2. เลือกหมึกให้ตรงรุ่น
การซื้อหมึกผิดรหัสเพราะราคาถูกกว่าไม่ได้ช่วยประหยัดอะไรเลย และอาจทำให้ต้องเสียเวลาเปลี่ยนหรือหาหมึกใหม่
3. ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการหมึกแท้ เพราะการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และระบบยืนยันของแท้จะทำได้ง่ายกว่าเมื่อซื้อจากช่องทางที่น่าเชื่อถือ
4. อย่าดูแค่ราคาต่อขวด
ลองดูทั้งปริมาณหมึก ลักษณะงาน และความถี่ในการพิมพ์ประกอบกัน เพราะ “ถูกต่อขวด” กับ “เหมาะกับการใช้งาน” เป็นคนละเรื่องกัน
วิธีเช็คหมึกเครื่องปริ้นแท้ของ Epson ทำยังไง?
มาถึงส่วนที่น่าจะมีประโยชน์ที่สุดสำหรับคนที่กำลังจะซื้อ Epson Genuine Ink Epson มีระบบตรวจสอบหมึกแท้ผ่านบรรจุภัณฑ์และ QR Code โดยเว็บไซต์ Epson Thailand ระบุขั้นตอนการตรวจสอบไว้โดยตรง แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากย้ำ อย่าใช้การเห็น Logo อย่างเดียวเป็นหลักฐานยืนยันของแท้ 100% ให้ใช้ระบบตรวจสอบ Hologram และ QR Code ตามขั้นตอนของ Epson จะตรงจุดกว่า
วิธีเช็กหมึก Epson แท้แบบทีละขั้น
Step 1: ตรวจสอบกล่อง
มองหาเครื่องหมายและรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ Epson Hologram Epson ระบุว่าบริเวณ Hologram สามารถสังเกตลักษณะโลโก้แบบสามมิติและการเปลี่ยนแปลงเมื่อกระทบแสงหรือเอียงกล่องได้
Step 2: มองหา QR Code
จากข้อมูลของ Epson สามารถใช้ QR Code ที่เกี่ยวข้องกับ Hologram เพื่อเข้าสู่ระบบตรวจสอบได้
Step 3: สแกน QR Code ด้วยโทรศัพท์
เปิดกล้องมือถือหรือเครื่องมือสแกน QR Code แล้วสแกนตามที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์
Step 4: เปิด Link ที่ปรากฏ
เข้าสู่ลิงก์ที่ระบบแสดงขึ้นมา และทำตามขั้นตอนการตรวจสอบ
Step 5: ดูผลยืนยัน
ระบบของ Epson ระบุว่าสามารถตรวจสอบและแสดงผลว่าหมึกที่นำมาตรวจสอบเป็นของแท้หรือไม่ โดยหากพบข้อผิดพลาดหรือข้อสงสัย Epson แนะนำให้รายงานทันที สรุปสั้น ๆ คือ อย่าดูแค่หน้ากล่อง → เช็ก Hologram → สแกน QR → ตรวจสอบผล แบบนี้น่าเชื่อถือกว่าการมอง Logo แล้วเดาเอาเองเยอะ
ถ้าจะซื้อหมึก Epson ควรเลือกยังไง?
ก่อนจ่ายเงิน ลองใช้ Checklist นี้เช็กอีกครั้ง
1. เครื่องรุ่นอะไร?
จด Model ของเครื่องเอาไว้ก่อน
2. ใช้หมึกรหัสอะไร?
เช็กจากคู่มือ เครื่อง หรือหน้า Ink Finder ของ Epson
3. ต้องใช้กี่สี?
เช็กให้ครบว่าต้องซื้อ Black, Cyan, Magenta, Yellow หรือสีอื่นตามระบบของเครื่อง
4. เป็นหมึกแท้หรือหมึกเทียบ?
อ่านฉลากและข้อมูลผู้ผลิตให้ชัดเจน
5. ถ้าเป็นหมึก Epson Genuine Ink ตรวจสอบได้ไหม?
เช็ก Hologram และ QR Code ตามระบบของ Epson
สิ่งสำคัญคืออย่าให้คำว่า “หมึกแท้” กลายเป็นข้ออ้างให้ข้ามขั้นตอน Compatibility เพราะ หมึกแท้แต่ผิดรุ่นก็ยังไม่ใช่หมึกที่ควรเอามาใช้กับเครื่องของเรา
ถ้ายังไม่มีเครื่องปริ้น แต่ไม่อยากเจอปัญหาหมึกหมดบ่อย?
ถ้ายังไม่ได้ซื้อเครื่องปริ้น และรู้อยู่แล้วว่าตัวเองต้องพิมพ์เอกสารเป็นประจำ ลองพิจารณา เครื่องปริ้นระบบแทงก์ ตั้งแต่ต้นก็ได้
Epson EcoTank เป็นหนึ่งใน Product Line ที่มีหลายกลุ่มการใช้งาน ไม่ได้มีไว้สำหรับโจทย์เดียว โดยเอกสาร Epson ระบุไลน์ผลิตภัณฑ์มากกว่า 35 รุ่น ครอบคลุมทั้ง Home Use, Smart Office, Photo Printer และ Mono EcoTank
สำหรับกลุ่มที่เน้นงาน A4 รุ่นที่ Epson ระบุไว้ในเอกสาร ได้แก่ L1310/L1350 ในกลุ่ม Single A4, L3310/L3350 ในกลุ่ม MFP A4 และ L5390 ในกลุ่ม MFP A4 ที่มี Fax และ ADF และข้อมูลบนเว็บไซต์ Epson Thailand ปัจจุบันก็ยังมีรุ่นเหล่านี้อยู่ในระบบสินค้าและหน้าข้อมูลหมึก เช่น L1310, L1350, L3310, L3350 และ L5390
อย่างไรก็ตาม เวลาเลือกจริงควรดู รุ่น + รหัสหมึกที่รองรับ เป็นคู่กันเสมอ เพราะแม้จะอยู่ในตระกูล EcoTank เหมือนกัน แต่ระบบหมึกไม่ได้เหมือนกันทุกเครื่อง
แล้วหมึกแท้เกี่ยวอะไรกับการรับประกัน?
อีกเรื่องที่ควรอ่านก่อนตัดสินใจคือ เงื่อนไขการรับประกันของเครื่องรุ่นที่ใช้อยู่ Epson ระบุในเอกสารเกี่ยวกับหมึกแท้ว่าการใช้หมึกที่ไม่ใช่ของแท้อาจมีผลต่อเงื่อนไขการรับประกันในบางกรณี ดังนั้นถ้ากำลังพิจารณาหมึกเทียบ ควรอ่านเงื่อนไขของเครื่องรุ่นนั้นโดยตรง ไม่ควรเหมารวมว่าใช้หมึกเทียบแล้ว “ประกันหลุดทันที” ทุกกรณี
ในทางกลับกัน เงื่อนไขการรับประกันของ Epson ก็แตกต่างกันตามรุ่น เช่น เว็บไซต์ Epson Thailand ระบุว่ากลุ่ม L1310, L1350, L3310, L3350 และ L5390 อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันที่มีระยะและจำนวนหน้าตามที่กำหนด และมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการรับประกันที่ขยายออกไป ดังนั้นเรื่องประกันควรดูเป็น รายรุ่น จะปลอดภัยกว่าการจำแบบเหมารวม
สรุป หมึกเครื่องปริ้นเลือกยังไง?
จริง ๆ แล้ววิธีเลือกหมึกเครื่องปริ้นไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด ขอแค่ไม่รีบกดซื้อจากราคาถูกสุดก่อน จำ Logic นี้ไว้ได้เลย เครื่องรุ่นอะไร → ใช้หมึกรหัสไหน → มีกี่สี → หมึกแท้หรือเทียบ → ซื้อจากที่ไหน
ถ้าเป็นหมึก Epson ก็เพิ่มอีกขั้นคือ Epson Hologram + QR Code → ตรวจสอบผล
สำหรับคนที่ต้องการเลือก Epson Genuine Ink การเลือกหมึกที่ Epson ระบุว่ารองรับกับเครื่องรุ่นนั้นโดยตรง และตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ผ่านระบบ Hologram/QR Code ก็เป็นวิธีหนึ่งในการลดความไม่แน่นอนก่อนนำหมึกมาใช้งาน
ส่วนคนที่ยังไม่มีเครื่องและรู้ตัวว่าจะพิมพ์งานเป็นประจำ ก็อาจมองระบบแทงก์อย่าง Epson EcoTank เป็นหนึ่งในตัวเลือกตั้งแต่ตอนเลือกเครื่อง ไม่ต้องรอให้เจอประสบการณ์ “หมึกหมดตอนต้องส่งงานในอีก 5 นาที” แล้วค่อยกลับมาศึกษาเรื่องหมึกทีหลัง
สุดท้ายแล้ว หมึกเครื่องปริ้นอาจดูเหมือนของสิ้นเปลืองที่เลือกจากราคาอย่างเดียวก็พอ แต่จริง ๆ สิ่งสำคัญกว่าคือเลือกให้ตรงกับเครื่อง และรู้ว่าหมึกที่กำลังจะซื้อเป็นหมึกแบบไหน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเรื่องหมึกเครื่องปริ้น
Q:หมึกเครื่องปริ้นมีกี่แบบ?
A:โดยภาพรวมที่ผู้ใช้พบได้บ่อยคือหมึกแท้จากผู้ผลิตเครื่อง หมึกเทียบจากผู้ผลิตรายอื่น และหมึกสำหรับระบบแทงก์หรือขวดเติมหมึก โดยต้องแยกให้ออกว่า “หมึกแท้/หมึกเทียบ” เป็นเรื่องของผู้ผลิต ส่วน “ตลับ/ขวด” เป็นเรื่องของรูปแบบหมึก
Q:หมึกแท้กับหมึกเทียบต่างกันอย่างไร?
A:หมึกแท้เป็นหมึกจากผู้ผลิตเครื่องหรือแบรนด์ที่ระบุ ส่วนหมึกเทียบผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่น ความแตกต่างที่ควรพิจารณาคือ Compatibility คุณภาพ และเงื่อนไขการรับประกันของผลิตภัณฑ์
Q:หมึกเครื่องปริ้นมีสีอะไรบ้าง?
A:สีที่พบได้ทั่วไปในเครื่องพิมพ์สี ได้แก่ Black, Cyan, Magenta และ Yellow แต่จำนวนสีและระบบหมึกแตกต่างกันตามรุ่น จึงควรเช็กจากเครื่องหรือรหัสหมึกก่อนซื้อ
Q:เครื่องปริ้นหมึกหมดเร็วควรทำอย่างไร?
A:ลองดูปริมาณและลักษณะงานพิมพ์ก่อน เช่น พิมพ์สีหรือภาพบ่อยหรือไม่ และมีการทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามระบบของเครื่องหรือไม่ หากพิมพ์จำนวนมากเป็นประจำ อาจพิจารณาเครื่องระบบแทงก์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
Q:วิธีเช็คหมึกเครื่องปริ้นแท้ Epson ทำอย่างไร?
A:ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และ Epson Hologram จากนั้นสแกน QR Code ที่เกี่ยวข้อง เปิดลิงก์ที่ระบบแสดง และตรวจสอบผลยืนยันหมึกตามขั้นตอนของ Epson
Q:หมึก Epson แท้ดูตรงไหน?
A:บนบรรจุภัณฑ์สามารถสังเกตเครื่องหมายที่ Epson ระบุ เช่น Epson Logo, Epson Genuine, Ready to Refill และ Epson Hologram แต่ไม่ควรใช้การเห็น Logo เพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานยืนยันของแท้ ควรใช้ระบบ Hologram และ QR Code ตรวจสอบเพิ่มเติม