logo
logo
ยกเลิก
10/09/2026
โปรเจคเตอร์ รุ่นไหนดี ปี 2026? เลือกอย่างไรสำหรับดูหนัง ห้องเรียน และห้องประชุม

ผู้เขียน Advice ขาย Projector | ยอดวิวผู้เข้าชม 344 Views

เลือกโปรเจคเตอร์บางทีก็ยากกว่าที่คิด เพราะแค่เปิดหน้าสเปกก็เจอทั้ง Lumens, Resolution, Throw Distance, Wi-Fi, Optical Zoom เต็มไปหมด แล้วคนซื้ออย่างเรา ๆ ก็ได้แต่มองว่า “แล้วตกลงต้องเลือกตัวไหน?”

 

ยิ่งถ้าจะเอาไปใช้ในห้องเรียน ห้องประชุม หรือดูหนังที่บ้าน ปัญหายิ่งชัด เพราะแต่ละสถานที่มีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน ห้องเรียนอาจมีแสงจากหน้าต่าง ห้องประชุมอาจเปิดไฟตลอดเวลา ส่วนห้องดูหนังอาจควบคุมแสงได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นคำถามว่า โปรเจคเตอร์ รุ่นไหนดี จริง ๆ ไม่ควรเริ่มจาก “รุ่นไหนดีที่สุด” แต่ควรเริ่มจาก ห้องของเราต้องการอะไร

 

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ วิธีเลือกโปรเจคเตอร์, ความสว่าง Lumens, Resolution, ขนาดภาพ และ Throw Distance ไปจนถึงแนวทางเลือก Epson Projector ให้เหมาะกับห้องเรียน ห้องประชุม และการใช้งานด้าน Entertainment


 

ก่อนซื้อโปรเจคเตอร์ ต้องรู้ก่อนว่าจะเอาไปใช้ที่ไหน

ก่อนเปิดดูราคาโปรเจคเตอร์ ลองตอบคำถามง่าย ๆ ก่อนว่าเครื่องนี้จะเอาไปใช้ทำอะไร เพราะนี่เป็นตัวกำหนดสเปกเกือบทั้งหมด

 

ดูหนังและ Entertainment

ถ้าเอาไว้ดูหนังหรือวิดีโอที่บ้าน สิ่งที่ควรสนใจจะเป็นเรื่อง Resolution, ขนาดภาพ, สี, ความสว่าง และสภาพแสงในห้อง ห้องที่ปิดไฟและควบคุมแสงได้ จะมีความยืดหยุ่นในการเลือกความสว่างมากกว่าห้องที่มีแสงเข้าตลอดเวลา

 

ห้องเรียน

สำหรับ โปรเจคเตอร์สำหรับห้องเรียน ต้องคิดถึงมากกว่าความละเอียด เพราะเนื้อหาที่ฉายอาจมีทั้ง PowerPoint ตัวหนังสือ ตาราง ภาพประกอบ และวิดีโอ ที่สำคัญคือห้องเรียนจำนวนมากไม่ได้มืดสนิท ดังนั้นความสว่างจึงเป็นหนึ่งในเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ Epson ระบุว่า ห้องที่มีแสงจากภายนอกมากควรใช้โปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงขึ้น ขณะที่ห้องที่ควบคุมแสงได้จะมีตัวเลือกด้านความสว่างหลากหลายกว่า

 

ห้องประชุม

ส่วน โปรเจคเตอร์สำหรับห้องประชุม มักเจอทั้ง Presentation, Spreadsheet, กราฟ, เอกสาร และบางครั้งก็มีวิดีโอหรือการประชุมออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจาก Brightness และ Resolution แล้ว ควรดู Throw Distance และ Connectivity ประกอบด้วย เพราะต่อให้ภาพสวยแค่ไหน แต่ติดตั้งแล้วสายต่อไม่ถึงหรือวางเครื่องไม่ได้ตรงตำแหน่ง ก็มีเรื่องให้ปวดหัวได้เหมือนกัน

 

วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ ดูอะไรบ้าง?

ถ้าไม่อยากหลงอยู่ในโลกของตัวเลข ให้จำไว้ก่อนว่า วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ มีแกนหลักประมาณนี้

1. ความสว่าง (Brightness / Lumens)
ดูว่าห้องสว่างแค่ไหน และต้องฉายภาพใหญ่แค่ไหน

2. Resolution
ดูว่าเนื้อหาที่ฉายเป็นเอกสาร ตัวหนังสือ ภาพ หรือวิดีโอ และต้องการรายละเอียดระดับไหน

3. ขนาดภาพ
ต้องการภาพประมาณ 100, 120, 150 หรือ 200 นิ้วหรือไม่

4. Throw Distance
มีพื้นที่ให้วางโปรเจคเตอร์ห่างจากจอแค่ไหน

5. สภาพแสงในห้อง
ห้องมืด ห้องควบคุมแสงได้ หรือมีหน้าต่างและไฟเปิดอยู่ตลอด

6. ฟีเจอร์ที่จำเป็น
เช่น Wi-Fi, Screen Mirroring, Split Screen, Optical Zoom หรือฟังก์ชันปรับภาพ ขึ้นอยู่กับรุ่น

7. งบประมาณ
เมื่อรู้ 6 ข้อแรกแล้วค่อยย้อนกลับมาดูราคา จะเลือกง่ายกว่าการตั้งงบก่อนแล้วพยายามยัดทุกอย่างลงไปในเครื่องเดียว

 

Lumens สำคัญแค่ไหน? ยิ่งเยอะยิ่งดีหรือเปล่า?

Lumens คือค่าที่ใช้บอกความสว่างของโปรเจคเตอร์ ยิ่งค่ามากก็หมายถึงตัวเครื่องมีความสามารถในการให้แสงสว่างมากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่า “ยิ่งเยอะยิ่งดี” ในทุกสถานการณ์ เพราะความสว่างที่เหมาะสมต้องดูทั้ง ขนาดภาพและสภาพแสงของห้อง  Epson มีแนวทางจับคู่ขนาดจอกับความสว่างไว้ประมาณนี้

  • 100 นิ้ว: ประมาณ 3,000–3,600 Lumens

  • 120 นิ้ว: ประมาณ 3,300–4,000 Lumens

  • 150 นิ้ว: ประมาณ 3,800–5,000 Lumens

  • 200 นิ้ว: 5,100 Lumens ขึ้นไป

ตัวเลขนี้ควรอ่านว่าเป็น แนวทางจาก Epson ไม่ใช่สูตรตายตัวที่เอาไปใช้กับโปรเจคเตอร์ทุกแบรนด์และทุกห้อง เพราะการเลือกจริงยังต้องดูสภาพแสง ระยะฉาย และลักษณะการติดตั้งด้วย หลักคิดง่าย ๆ คือ ถ้าห้องสว่างและต้องการภาพใหญ่ ก็ต้องให้ความสำคัญกับ Brightness มากขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าเป็นห้องดูหนังที่ควบคุมแสงได้ดี ก็ไม่จำเป็นต้องไล่หาตัวเลข Lumens สูงที่สุดจนงบพุ่ง เพราะโจทย์ของห้องไม่ได้เหมือนห้องประชุมที่เปิดไฟคุยกันตลอดเวลา

 

Resolution ของโปรเจคเตอร์ เลือก XGA, WXGA หรือ Full HD ยังไง?

อีกตัวเลขที่เจอบ่อยคือ Resolution หรือความละเอียดของภาพ ในกลุ่ม Epson Business Projector ตามเอกสาร มีตั้งแต่ XGA, WXGA ไปจนถึง Full HD โดยแต่ละระดับเหมาะกับลักษณะเนื้อหาที่แตกต่างกัน

 

คิดแบบง่าย ๆ ได้ว่า XGA เหมาะกับงานนำเสนอและเอกสารทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ภาพกว้างมากนัก WXGA เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับเนื้อหาที่เป็นภาพกว้างขึ้น เช่น Presentation และวิดีโอในอัตราส่วนที่กว้างกว่า XGA Full HD เหมาะกับคนที่ต้องการรายละเอียดของภาพมากขึ้น โดยเฉพาะภาพและวิดีโอที่มีรายละเอียดเยอะ

 

แต่ไม่ควรตีความว่า Resolution สูงกว่าจะเหมาะกับทุกคน เพราะถ้าการใช้งานหลักคือเปิดเอกสารพื้นฐานในห้องเรียนขนาดเล็ก การจ่ายเพิ่มเพื่อ Resolution ที่สูงขึ้นอาจไม่ได้สร้างประโยชน์เท่ากับการเลือก Brightness หรือฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ห้องจริง

 

โปรเจคเตอร์สำหรับห้องเรียน ควรเลือกแบบไหน?

สำหรับ โปรเจคเตอร์สำหรับห้องเรียน ให้เริ่มจากคำถามว่า “เด็กที่นั่งหลังห้องมองเห็นไหม?” ก่อนที่จะถามว่า “เครื่องนี้กี่พิกเซล?” เพราะการเรียนการสอนอาจมีทั้ง

  • PowerPoint

  • เอกสารและตัวหนังสือ

  • ตาราง

  • ภาพประกอบ

  • วิดีโอ

  • เนื้อหาจากคอมพิวเตอร์

ดังนั้นควรดู Brightness + ขนาดภาพ + Resolution + สภาพแสงของห้อง ไปพร้อมกัน ถ้าห้องมีหน้าต่างใหญ่และแสงเข้ามาก การเลือกโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างเหมาะสมจะสำคัญมากกว่าในห้องที่ปิดม่านและควบคุมแสงได้


 

โปรเจคเตอร์สำหรับห้องประชุม ต้องดูอะไรเป็นพิเศษ?

สำหรับ โปรเจคเตอร์สำหรับห้องประชุม ลองคิดจากสิ่งที่ต้องฉายเป็นหลัก ถ้าต้องเปิด Presentation, Spreadsheet, กราฟ และเอกสาร ตัวหนังสือควรเห็นได้ชัดจากตำแหน่งนั่งต่าง ๆ

สิ่งที่ควรดูจึงมี 4 เรื่องหลัก

Brightness - ห้องประชุมเปิดไฟหรือมีแสงจากหน้าต่างหรือไม่

Resolution - ต้องแสดงตัวหนังสือ ตาราง หรือรายละเอียดของกราฟมากแค่ไหน

Throw Distance - มีพื้นที่ให้วางเครื่องห่างจากจอเท่าไร

Connectivity - ต้องต่อโน้ตบุ๊กหลายเครื่อง ใช้ Wi-Fi หรือแชร์ภาพแบบไร้สายหรือไม่

Epson เองก็แบ่งกลุ่มโปรเจคเตอร์ Business ตามลักษณะการใช้งาน เช่น Education, Corporate และ Food & Beverage โดยในกลุ่ม Corporate มีการวางรุ่นตามระดับ Brightness และ Resolution ที่แตกต่างกัน ดังนั้นสำหรับห้องประชุม อย่าเลือกจากราคาอย่างเดียว เพราะเครื่องที่ถูกกว่าแต่ติดตั้งไม่เหมาะกับห้อง อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายจุกจิกทีหลังได้


 

ถ้าจะเอาไปดูหนังที่บ้าน ต้องเลือกโปรเจคเตอร์แบบไหน?

สำหรับการดูหนัง โจทย์จะเปลี่ยนจาก “ต้องสู้กับแสงในห้อง” มาเป็น “อยากได้ภาพแบบไหน” สิ่งที่ควรดูคือ Resolution, ขนาดภาพ, สี, Brightness และระยะฉาย Epson ใช้เทคโนโลยี 3LCD ในโปรเจคเตอร์ และเอกสารระบุจุดเด่นด้าน Wide Color Gamut, Color Accuracy และ Vivid Color Brightness จุดนี้สามารถมองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คนดูหนังอาจสนใจ Epson ได้ แต่ไม่ควรแปลต่อว่า “ภาพดีที่สุด” เพราะคุณภาพภาพจริงยังขึ้นกับรุ่น สภาพแวดล้อม หน้าจอ และการตั้งค่าด้วย อีกอย่างที่สำคัญคือ ถ้าห้องดูหนังสามารถควบคุมแสงได้ดี ความต้องการด้าน Brightness จะไม่เหมือนห้องประชุมที่มีไฟเปิดเต็มห้อง

 

ระยะห่างระหว่างโปรเจคเตอร์กับจอ สำคัญกว่าที่คิด

เรื่องนี้เรียกว่า Throw Distance หรือระยะระหว่างตัวโปรเจคเตอร์กับจอ หลักการง่าย ๆ คือ เมื่อระยะระหว่างเครื่องกับจอเปลี่ยน ขนาดภาพที่ฉายก็เปลี่ยนตามความสามารถของเลนส์และรุ่นนั้น ๆ

 

เอกสาร Epson ยกตัวอย่างช่วงระยะประมาณ 3–5 เมตร และ 5–8 เมตร พร้อมอธิบายว่าเมื่อระยะห่างมากขึ้นและต้องการภาพขนาดใหญ่ขึ้น ก็ควรพิจารณาความสว่างให้เหมาะสมมากขึ้นด้วย แต่ตรงนี้มีคำเตือนตัวโต ๆ ว่า อย่าเอาระยะของโปรเจคเตอร์รุ่นหนึ่งไปใช้กับอีกรุ่น ก่อนซื้อควรวัดพื้นที่จริงก่อนว่า จากตำแหน่งติดตั้งเครื่อง → ถึงจอ มีระยะกี่เมตร? จากนั้นค่อยดู Throw Ratio และช่วงขนาดภาพของรุ่นที่สนใจ นี่เป็นหนึ่งในข้อมูลที่คนมักลืมเช็ก เพราะมัวแต่ดู Lumens กับ Resolution แล้วค่อยกลับมาพบทีหลังว่า “เอ้า แล้วจะเอาเครื่องไปวางตรงไหน?”

 

ห้อง 100 นิ้ว 120 นิ้ว 150 นิ้ว หรือ 200 นิ้ว ควรใช้กี่ Lumens?

ถ้าต้องการตัวเลขไว้เป็นจุดเริ่มต้น เอกสาร Epson ให้แนวทางตามขนาดภาพไว้ดังนี้

100 นิ้ว → ประมาณ 3,000–3,600 Lumens

120 นิ้ว → ประมาณ 3,300–4,000 Lumens

150 นิ้ว → ประมาณ 3,800–5,000 Lumens

200 นิ้ว → 5,100 Lumens ขึ้นไป

แต่ให้ใช้ตัวเลขนี้เป็น “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่ใบสั่งยา เพราะห้องที่มีหน้าต่างเยอะกับห้องที่ปิดม่านสนิท แม้ใช้จอขนาดเท่ากัน ก็อาจต้องการความสว่างต่างกัน พูดง่าย ๆ คือ ขนาดจอ + แสงในห้อง + ระยะฉาย ต้องดูพร้อมกัน

 

Epson Projector มีรุ่นให้เลือกแบบไหน?

Epson มี Product Line Up สำหรับ Business Projector หลายระดับ เช่น

  • EB-E12

  • EB-E24

  • EB-X52

  • EB-W53

  • EB-W55

  • EB-FH54

  • EB-W565

แต่ละรุ่นต่างกันทั้ง Resolution, Brightness, Wireless, Optical Zoom, Split Screen และฟีเจอร์อื่น ๆ

ปัจจุบันเว็บไซต์ Epson Thailand ก็ยังมีโปรเจคเตอร์สำหรับ Business และ Education หลายกลุ่ม โดยมีตัวเลือกตั้งแต่รุ่น Entry ไปจนถึงรุ่น Brightness สูงและ Laser Projector ตัวอย่างเช่น EB-FH54 เป็น Full HD ที่ Epson ระบุความสว่าง 4,000 Lumens พร้อม Wireless Connectivity ขณะที่ EB-E12 ใช้ความละเอียด XGA และถูกวางสำหรับงานนำเสนอและห้องเรียน


 

ทำไม Epson Projector ถึงน่าสนใจสำหรับ Business และ Education?

ถ้าถามว่าทำไมบทความนี้ถึงหยิบ Epson Projector มาเป็นตัวเลือกสำหรับ Business และ Education จุดหนึ่งคือ Epson มี Product Line Up ค่อนข้างกว้าง ทำให้ไม่ได้มีแค่โปรเจคเตอร์แบบเดียวสำหรับทุกสถานการณ์  Epson ระบุว่าโปรเจคเตอร์ใช้เทคโนโลยี 3LCD โดยเน้น Wide Color Gamut, Color Accuracy และ Vivid Color Brightness

 

อีกเรื่องคือกลุ่ม Lamp-free ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระด้านการบำรุงรักษา และระบุการใช้งานได้สูงสุดประมาณ 20,000 ชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด คำว่า “20,000 ชั่วโมง” จึงไม่ควรอ่านว่าเครื่องจะทำงานเหมือนใหม่ตลอด 20,000 ชั่วโมง แต่เป็นตัวเลขอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตระบุภายใต้เงื่อนไขของระบบนั้น ๆ สำหรับการใช้งานจริง เรื่องนี้น่าสนใจโดยเฉพาะในองค์กรหรือสถานศึกษาที่ต้องเปิดโปรเจคเตอร์เป็นประจำ เพราะการวางแผนดูแลรักษาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการใช้งานระยะยาว

 

Epson Projector เหมาะกับงานแบบไหน?

ลองสรุปให้เห็นภาพแบบไม่ต้องจำรุ่นเยอะ ๆ

ห้องเรียน
ให้ความสำคัญกับ Brightness, ขนาดภาพ, Resolution และสภาพแสง โดยเฉพาะห้องที่มีแสงจากหน้าต่าง

 

ห้องประชุม
ดู Brightness + Resolution + Throw Distance + Connectivity เป็นหลัก โดยเฉพาะห้องที่ต้องฉาย Presentation และ Spreadsheet เป็นประจำ

 

Corporate / Small Meeting Room
ดูขนาดห้อง ระยะติดตั้ง และ Resolution ที่ต้องการก่อน จากนั้นค่อยเลือกฟีเจอร์อย่าง Wireless หรือ Split Screen ตามรูปแบบการประชุม

 

Food & Beverage / Café / Party Room
ให้ความสำคัญกับขนาดภาพ Brightness และสภาพแสง เพราะบรรยากาศของสถานที่ประเภทนี้มักไม่ได้มืดเหมือนห้องดูหนัง


 

แล้วโปรเจคเตอร์ราคาเท่าไหร่?

ราคาของโปรเจคเตอร์แตกต่างกันค่อนข้างมาก เพราะขึ้นกับ Resolution, Brightness, ระบบแหล่งกำเนิดแสง, Connectivity และฟีเจอร์ของแต่ละรุ่น ปัจจุบัน Epson Thailand มี Product Line Up กว้างกว่านั้นมาก รวมถึง Business Projector รุ่นใหม่และกลุ่ม Laser Projector ด้วย ดังนั้นก่อนซื้อควรเช็กราคาจริงตามรุ่นและช่องทางจำหน่ายอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญกว่าการตั้งคำถามว่า “โปรเจคเตอร์ราคาเท่าไรถึงจะดี?” คือ งบที่ตั้งไว้ได้ Brightness, Resolution และฟีเจอร์ที่เหมาะกับห้องของเราหรือไม่

 

สรุป วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ รุ่นไหนดี ปี 2026?

ถ้าจะซื้อโปรเจคเตอร์สักเครื่อง อย่าเพิ่งเริ่มจากการเปิดหน้าสินค้าแล้วไล่ดูว่าเครื่องไหน Lumens เยอะที่สุด ให้ไล่ตามนี้ก่อน

1. รู้ก่อนว่าจะใช้ที่ไหน
ดูหนัง ห้องเรียน ห้องประชุม หรือพื้นที่อื่น

2. วัดระยะจาก Projector ถึงจอ
จะได้รู้ว่าต้องเลือกรุ่นที่รองรับระยะติดตั้งแบบไหน

3. ดูขนาดภาพที่ต้องการ
100 นิ้ว 120 นิ้ว หรือใหญ่กว่านั้น

4. ดูแสงในห้อง
ห้องสว่างมากต้องให้ความสำคัญกับ Brightness มากขึ้น

5. เลือก Brightness ให้เหมาะ
ไม่ใช่เลือกจากหลัก “ยิ่งเยอะยิ่งดี”

6. เลือก Resolution ตามเนื้อหา
เอกสาร Presentation ภาพ หรือวิดีโอ อาจมีความต้องการต่างกัน

7. ค่อยเลือกรุ่นและราคา
เมื่อรู้โจทย์แล้ว ค่อยเปรียบเทียบรุ่นจะง่ายกว่าเยอะ

สำหรับคนที่กำลังมองหา โปรเจคเตอร์สำหรับห้องเรียนหรือโปรเจคเตอร์สำหรับห้องประชุม Epson เป็นแบรนด์ที่มี Product Line Up ครอบคลุมตั้งแต่ Business Projector ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นความสว่างสูงและ Laser Projector ทำให้สามารถเลือกตามขนาดห้อง ลักษณะงาน และรูปแบบการติดตั้งได้มากขึ้น สุดท้ายแล้ว โปรเจคเตอร์ที่เหมาะไม่ได้วัดจากตัวเลขตัวเดียว แต่เป็นการเอา ห้อง + แสง + ขนาดภาพ + ระยะฉาย + เนื้อหา + งบประมาณ มาประกอบกัน

 

เพราะโปรเจคเตอร์ 3,000 Lumens ในห้องหนึ่งอาจกำลังดี แต่อีกห้องอาจไม่พอ ส่วนโปรเจคเตอร์ 5,000 Lumens ก็ไม่ได้ทำให้ทุกสถานการณ์ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ โลกของโปรเจคเตอร์นี่ก็เหมือนการเลือกแอร์นั่นแหละ ซื้อ BTU เยอะสุดไม่ได้แปลว่าห้องจะมีความสุขที่สุด ต้องดูว่าห้องมันเป็นห้องอะไรเสียก่อน

 

 

FAQ

Q:โปรเจคเตอร์ รุ่นไหนดี ปี 2026?

A:ไม่มีรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรเลือกจากขนาดห้อง สภาพแสง ขนาดภาพ ระยะฉาย Resolution และลักษณะการใช้งานก่อน แล้วจึงเลือกรุ่นที่ตรงกับเงื่อนไขเหล่านั้น

 

Q:โปรเจคเตอร์สำหรับห้องประชุมควรเลือกกี่ Lumens?

A:ต้องดูทั้งขนาดภาพและสภาพแสงของห้อง โดยห้องที่มีแสงจากภายนอกมากควรพิจารณาโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงขึ้น ส่วนตัวเลข Lumens ควรใช้ร่วมกับขนาดภาพและระยะฉาย ไม่ควรดูแยกกัน

 

Q:โปรเจคเตอร์สำหรับห้องเรียนควรเลือกอย่างไร?

A:ควรดู Brightness, Resolution, ขนาดภาพ และสภาพแสง โดยเฉพาะห้องเรียนที่มีแสงจากหน้าต่างเข้ามา เพราะความสว่างของห้องมีผลต่อการเลือกโปรเจคเตอร์

 

Q:โปรเจคเตอร์ควรเลือก Resolution เท่าไหร่?

A:ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่ต้องฉาย XGA และ WXGA อาจเพียงพอกับงานนำเสนอหรือเอกสารบางรูปแบบ ส่วน Full HD เหมาะกับเนื้อหาที่ต้องการรายละเอียดมากขึ้น แต่ไม่จำเป็นว่า Resolution สูงกว่าจะเหมาะกับทุกการใช้งาน

 

Q:โปรเจคเตอร์ราคาเท่าไหร่?

A:ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปก โดยเฉพาะ Brightness, Resolution, ระบบแหล่งกำเนิดแสง และฟีเจอร์เสริม ราคาจึงควรเช็กตามรุ่นและช่วงเวลาที่ซื้อ

 

Q:วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ต้องดูอะไรบ้าง?

A:เริ่มจากสถานที่ใช้งาน จากนั้นดูระยะฉาย ขนาดภาพ สภาพแสง Brightness, Resolution และฟีเจอร์ที่จำเป็น ก่อนนำทั้งหมดมาเทียบกับงบประมาณ