logo
logo
ยกเลิก
11/09/2026
Razer Kraken V3 X vs BlackShark V2 X เลือกหูฟัง Gaming รุ่นไหนดี? งบ 1,200 บาท ต่างกันตรงไหน

ผู้เขียน Advice ขาย หูฟัง Gaming | ยอดวิวผู้เข้าชม 111 Views

มีงบประมาณประมาณ 1,200 บาท แล้วกำลังมองหา หูฟัง Gaming Razer สักตัว เรื่องมันควรจะง่ายใช่ไหม? แต่พอมาเจอ Razer Kraken V3 X กับ Razer BlackShark V2 X White Edition กลายเป็นว่า เอ้า...ราคาใกล้กันอีก ทั้งคู่มี 7.1 Surround มี HyperClear Cardioid Mic และเป็น Gaming Headset เหมือนกัน แล้วจะเลือกตัวไหนดีล่ะ?

 

จริง ๆ แล้วสองรุ่นนี้ไม่ได้วางโจทย์เหมือนกันเสียทีเดียว ความต่างที่ควรเอามาใช้ตัดสินใจอยู่ที่ Connection, น้ำหนัก, Driver, Platform ที่รองรับ และ RGB มากกว่าแค่ชื่อรุ่นหรือขนาด Driver บทความนี้เลยไม่พยายามหาผู้ชนะ แต่จะพาเทียบให้เห็นว่า ราคาใกล้กัน แล้วตัวไหนเหมาะกับวิธีใช้ของเรามากกว่า

Razer Kraken V3 X vs BlackShark V2 X ต่างกันตรงไหน?

แม้ Razer Kraken V3 X และ Razer BlackShark V2 X จะอยู่ในงบประมาณใกล้กัน แต่แนวทางการใช้งานต่างกันค่อนข้างชัดเจน โดย Kraken V3 X จะเน้นการใช้งานบน PC ผ่าน USB Type-A พร้อม 7.1 Surround Sound และ Razer Chroma RGB ขณะที่ BlackShark V2 X ใช้การเชื่อมต่อแบบ 3.5mm จึงนำไปใช้กับ PC, Mac, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และอุปกรณ์ที่มีช่อง 3.5mm ได้หลากหลายกว่า

 

ในเรื่องไดรเวอร์ Kraken V3 X ใช้ Razer TriForce 40mm ส่วน BlackShark V2 X ใช้ Razer TriForce 50mm แต่ตัวเลขขนาดไดรเวอร์ไม่ได้หมายความว่ารุ่น 50mm จะให้เสียงดีกว่า 40mm โดยอัตโนมัติ เพราะลักษณะเสียงยังขึ้นอยู่กับการออกแบบและการจูนของหูฟังด้วย ดังนั้นจุดที่ควรใช้ตัดสินใจจริง ๆ คือรูปแบบการใช้งานและการเชื่อมต่อมากกว่า

 

เรื่องน้ำหนัก BlackShark V2 X เบากว่าที่ประมาณ 240 กรัม ขณะที่ Kraken V3 X อยู่ที่ประมาณ 285 กรัม หรือแตกต่างกันราว 45 กรัม ซึ่งอาจเป็นประเด็นสำหรับคนที่ใส่หูฟังเล่นเกมเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ควรตีความว่าน้ำหนักเพียงอย่างเดียวจะเป็นตัวตัดสินความสบาย เพราะรูปทรงของหูฟัง ฟองน้ำ และแรงกระชับก็มีส่วนด้วย โดย Kraken V3 X ใช้ Hybrid Fabric และ Memory Foam Ear Cushions ส่วน BlackShark V2 X ใช้ Memory Foam Cushions และมีระบบ Passive Noise Isolation จากดีไซน์แบบปิด

 

ส่วน 7.1 Surround Sound มีให้ทั้งคู่ แต่เงื่อนไขการใช้งานต่างกัน โดย Kraken V3 X รองรับ 7.1 บน Windows 10 64-bit ตามข้อมูลของ Razer ขณะที่หน้า Tech Specs ปัจจุบันของ BlackShark V2 X ระบุว่า 7.1 Surround Sound ใช้งานได้บน Windows 11 หรือสูงกว่า ดังนั้นฟีเจอร์นี้ควรดูทั้งรุ่นหูฟังและระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ ไม่ใช่เห็นคำว่า “7.1” แล้วคิดว่าจะทำงานเหมือนกันทุกอุปกรณ์

 

อีกจุดที่ต่างกันแบบเห็นภาพคือ USB กับ 3.5mm ถ้าเล่นเกมบน PC เป็นหลักและอยากได้หูฟังที่เสียบ USB แล้วใช้งานเป็นชุดเดียว พร้อม RGB จาก Razer Chroma รุ่น Kraken V3 X จะตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าต้องการหูฟังที่สลับไปใช้กับเครื่องเกมหลายแพลตฟอร์ม หรืออยากได้ความยืดหยุ่นจากช่อง 3.5mm BlackShark V2 X จะเหมาะกว่า โดย Razer ระบุว่ารุ่น BlackShark V2 X รองรับหลายแพลตฟอร์มผ่านการเชื่อมต่อ 3.5mm

 

พูดง่าย ๆ คือ Kraken V3 X เด่นที่ PC + USB + RGB + 7.1 ส่วน BlackShark V2 X เด่นที่น้ำหนักเบา + 3.5mm + ใช้งานได้หลายแพลตฟอร์ม ดังนั้นไม่มีตัวไหนชนะอีกตัวแบบเบ็ดเสร็จ การเลือกควรเริ่มจากอุปกรณ์ที่เราจะใช้และสไตล์การเล่นเกมมากกว่า ดูสเปกแล้วเอาไม้บรรทัดมาฟาดกันว่า 50mm ชนะ 40mm แบบนั้นจักรวาลไม่ทำงานจ้า 


 

ถ้าเน้น PC Gaming Razer Kraken V3 X น่าสนใจตรงไหน?

Razer Kraken V3 X มีจุดเด่นที่เห็นได้ตั้งแต่สายเลย เพราะใช้ USB-A และ Razer วางรุ่นนี้เป็น PC Gaming Headset โดยตรง รองรับการเชื่อมต่อกับ PC และ PS4 ตัวหูฟังใช้ Razer TriForce 40mm Drivers พร้อม HyperClear Cardioid Mic และ 7.1 Surround Sound โดยตัว 7.1 ของ Kraken V3 X รองรับบน Windows 10 64-bit  อีกอย่างที่เห็นชัดคือ Razer Chroma RGB บริเวณ Ear Cup ซึ่งสามารถปรับแต่งผ่าน Razer Synapse ได้

ตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่า RGB เป็นเรื่องของ Customization และ Gaming Setup ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ทำให้ยิงแม่นขึ้นหรือทำให้เสียงดีขึ้น มันมีไว้เติมความหล่อให้โต๊ะ ซึ่งบางคนให้ความสำคัญมาก และบางคนก็มองว่า “ปิดไฟเถอะพี่ ผมเล่นเกม ไม่ได้เปิดผับ” เรื่องน้ำหนัก Kraken V3 X อยู่ที่ประมาณ 285 กรัม 

 

 

BlackShark V2 X ทำไมถึงน่าสนใจสำหรับคนที่ใช้หลายอุปกรณ์?

ฝั่ง Razer BlackShark V2 X มี Character คนละทาง โดยใช้ Analog 3.5mm เป็น Connection หลัก และมีน้ำหนักประมาณ 240 กรัม ข้อดีของ 3.5mm คือความยืดหยุ่น เพราะสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีช่อง Headphone 3.5mm ได้หลายประเภท โดย Razer ระบุ Compatibility ครอบคลุม PC, Mac, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, Steam Deck และ Mobile ที่มีช่อง 3.5mm ตามเงื่อนไขของอุปกรณ์

ดังนั้นถ้าเรามีทั้ง PC และ Console หรืออยากมี Headset ตัวเดียวที่ย้ายไปใช้อุปกรณ์อื่นได้ง่าย BlackShark V2 X จะมีความยืดหยุ่นกว่าในแง่ Connection แต่มีข้อแม้ที่ต้องจำไว้คือ อุปกรณ์รุ่นใหม่บางตัวไม่มีช่อง 3.5mm แล้ว ดังนั้นต้องเช็กพอร์ตของอุปกรณ์ที่จะใช้จริงก่อนซื้อ อีกจุดคือ BlackShark V2 X ไม่มี RGB ซึ่งสำหรับบางคนไม่ใช่ข้อเสียเลย เพราะไม่ต้องลง Software เพิ่ม ไม่ต้องตั้งไฟ และไม่ต้องให้หูฟังเรืองแสงแข่งกับไฟต้นคริสต์มาสบนโต๊ะ

 

 

40mm กับ 50mm ต่างกันยังไง?

นี่เป็นจุดที่คนมักเอามาเทียบกันทันที Kraken V3 X → TriForce 40mm  BlackShark V2 X → TriForce 50mm แต่ขอเบรกความเข้าใจผิดตรงนี้ก่อนว่า Driver ใหญ่กว่าไม่ได้แปลว่าเสียงดีกว่าโดยอัตโนมัติ ขนาด Driver เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการออกแบบหูฟัง ยังมีเรื่องการจูนเสียง โครงสร้าง Ear Cup วัสดุ และระบบประมวลผลเสียงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

Razer ระบุว่า TriForce 40mm ของ Kraken V3 X เป็น Driver แบบ 3 ส่วนที่ออกแบบมาเพื่อแยกการทำงานของย่านเสียงสูง กลาง และต่ำ ขณะที่ BlackShark V2 X ใช้ TriForce 50mm Driver แต่จากตัวเลข 40mm กับ 50mm เพียงอย่างเดียว เราไม่ควรสรุปว่า BlackShark V2 X เสียงดีกว่า หรือ Kraken V3 X เสียงดีกว่า เรื่องนั้นต้องมีการทดสอบเสียงจริงถึงจะตอบได้ ดังนั้นเวลาซื้อ อย่าใช้ขนาด Driver เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงข้อเดียว

 

น้ำหนัก 240 กรัม vs 285 กรัม ต่างกันแค่ไหน?

ตัวเลขต่างกันประมาณ 45 กรัม BlackShark V2 X อยู่ที่ประมาณ 240 กรัม ส่วน Kraken V3 X อยู่ที่ประมาณ 285 กรัม 45 กรัมฟังดูเหมือนนิดเดียว แต่ถ้าต้องใส่หูฟังหลายชั่วโมงต่อวัน น้ำหนักก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ควรเอามาพิจารณา

ตรงนี้ BlackShark V2 X มีข้อได้เปรียบด้านตัวเลข เพราะเบากว่า แต่ไม่ควรสรุปว่า “BlackShark V2 X ใส่สบายกว่าแน่นอน” เพราะความสบายไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักอย่างเดียว ยังมีขนาดศีรษะ แรงกด Headband รูปทรง Ear Cup และวัสดุของฟองน้ำด้วย พูดง่าย ๆ คือ น้ำหนักบอกได้ว่าใครเบากว่า แต่บอกไม่ได้ว่าใคร “สบายกว่า” สำหรับทุกคน

 

7.1 Surround ของสองรุ่นเหมือนกันไหม?

ทั้งสองรุ่นมีการระบุ 7.1 Surround Sound แต่ต้องระวังเรื่องวิธีใช้งาน เพราะ Connection ของสองตัวไม่เหมือนกัน Kraken V3 X ใช้ USB และ Razer ระบุว่า 7.1 Surround Sound รองรับบน Windows 10 64-bit ตามเงื่อนไขของซอฟต์แวร์ ส่วน BlackShark V2 X ใช้ 3.5mm และ Razer ระบุในหน้าสเปกปัจจุบันว่า Virtual Surround Encoding 7.1 ใช้งานได้บน Windows 11 หรือสูงกว่า

 

จุดนี้สำคัญ เพราะในข้อมูลเก่าของ BlackShark V2 X อาจเจอรายละเอียดเรื่อง Windows 10/11 หรือเงื่อนไขที่ต่างออกไป ดังนั้นถ้าซื้อในปี 2026 ควรยึดข้อมูล Support ของรุ่นที่ใช้อยู่เป็นหลัก และอีกอย่างที่ต้องเข้าใจคือ 7.1 ไม่ได้เป็นปุ่มวิเศษที่ทำให้เล่น FPS แม่นขึ้นแน่นอน

 

มันเป็นระบบเสียงแบบ Virtual Surround ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทางและช่วยให้รับรู้ตำแหน่งเสียงได้ในลักษณะที่ระบบออกแบบไว้ แต่ผลลัพธ์จริงขึ้นกับเกม ระบบปฏิบัติการ การตั้งค่า และความชอบของผู้ใช้ด้วย

USB กับ 3.5mm เลือกแบบไหนดี?

นี่น่าจะเป็นคำถามที่ช่วยตัดสินใจได้เร็วที่สุด

เลือก USB ถ้า...

  • ใช้ PC เป็นหลัก

  • ต้องการ Headset ที่ต่อผ่าน USB

  • สนใจ Razer Chroma RGB

  • อยากจัด Gaming Setup ให้ไฟและอุปกรณ์ไปในทางเดียวกัน

  • ต้องการใช้ฟีเจอร์ของ Kraken V3 X ตามระบบที่ Razer รองรับ

ตรงนี้ Kraken V3 X จะตรงโจทย์กว่า เพราะ Razer ระบุชัดว่าเป็น USB PC Gaming Headset และรองรับ PC กับ PS4

 

เลือก 3.5mm ถ้า...

  • ต้องการใช้ Headset กับหลายอุปกรณ์

  • มี PC + Console + Switch หรืออุปกรณ์อื่นที่มี 3.5mm

  • อยากได้ Connection แบบ Analog

  • ให้ความสำคัญกับน้ำหนักที่เบากว่า

ตรงนี้ BlackShark V2 X จะมีความยืดหยุ่นกว่า เพราะใช้ 3.5mm และ Razer ระบุ Compatibility หลาย Platform ข้อเดียวที่ต้องเช็กก่อนซื้อคืออุปกรณ์ปลายทางมีช่อง 3.5mm หรือไม่ เพราะเดี๋ยวซื้อมาแล้วต้องไปหา Adapter ต่ออีกทอดหนึ่ง ชีวิตจะเริ่มมีภาค DLC

 

แล้วถ้าเอาไปเล่นเกม FPS ล่ะ?

สำหรับเกม FPS ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ที่ออกแบบมาสำหรับ Gaming เช่น Surround Sound และ Cardioid Microphone รวมถึง Driver ที่เป็น Gaming-oriented Kraken V3 X มี 7.1 Surround และ TriForce 40mm ส่วน BlackShark V2 X มี 7.1 Surround และ TriForce 50mm

แต่ไม่ควรบอกว่า “ตัวนี้ยิงแม่นกว่า” จากสเปกเพียงอย่างเดียว เพราะประสบการณ์จริงยังขึ้นกับเกม ระบบเสียงที่ใช้ การตั้งค่า และความชอบของแต่ละคน ดังนั้นถ้ากำลังเลือกเพื่อเล่น FPS ให้ดูเรื่อง Connection + 7.1 ที่รองรับบน Platform ของเรา + น้ำหนัก + Microphone มากกว่าพยายามหาคำตอบจากตัวเลข Driver อย่างเดียว

 

ถ้าใช้ Discord / ประชุมออนไลน์ / คุยกับเพื่อน ต้องดูอะไร?

ทั้งสองรุ่นใช้ Razer HyperClear Cardioid Mic คำว่า Cardioid หมายถึงรูปแบบการรับเสียงที่เน้นเสียงจากด้านหน้าของไมโครโฟนมากกว่าทิศทางอื่น จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องพูดกับไมค์โดยตรง

Kraken V3 X ใช้ไมค์แบบ bendable และออกแบบให้มีพื้นที่รับเสียงที่โฟกัสมากขึ้น ส่วน BlackShark V2 X เป็น HyperClear Cardioid Mic แบบ Unidirectional แต่ไม่ควรแปลว่าไมค์ตัวใด “ใสที่สุด” หรือ “ตัดเสียงรบกวนได้ 100%” เพราะนั่นต้องดูจากการทดสอบจริง ถ้าใช้ Discord หรือประชุมออนไลน์ สิ่งที่ควรสนใจเพิ่มคือการวางตำแหน่งไมค์ให้เหมาะกับปาก และดูว่าระบบของอุปกรณ์ที่ใช้อยู่รองรับการเชื่อมต่อของ Headset หรือไม่

 

Razer Kraken V3 X เหมาะกับใคร?

Kraken V3 X น่าจะตรงโจทย์มากกว่าสำหรับคนที่มีลักษณะประมาณนี้

  • เป็น PC Gamer

  • ต้องการ Headset แบบ USB

  • ชอบ Gaming Setup ที่มี RGB

  • อยากได้ Razer Chroma RGB

  • ต้องการ 7.1 Surround ตามเงื่อนไขของระบบที่รองรับ

  • ใช้ Headset เป็นหลักกับ PC

จุดเด่นของมันจึงไม่ได้อยู่ที่ “40mm ต้องดีกว่า 50mm” แต่เป็น USB + PC + RGB ซึ่งเป็น Character ที่ค่อนข้างชัด ส่วนคนที่ต้องการใช้หลาย Platform หรืออยากได้ตัวที่เบากว่าในคู่นี้ อาจต้องหันไปดู BlackShark V2 X แทน

 

Razer BlackShark V2 X เหมาะกับใคร?

BlackShark V2 X จะเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากกว่า

  • ต้องการ Headset น้ำหนักประมาณ 240 กรัม

  • ใช้หลาย Platform

  • ต้องการ Connection แบบ 3.5mm

  • มี PC, Console หรือ Switch ที่มีช่อง 3.5mm

  • ไม่ได้สนใจ RGB

  • ต้องการ Gaming Headset ในช่วงราคาใกล้ 1,200 บาท

แต่ถ้าอุปกรณ์หลักของเรามีแต่ USB หรือไม่มีช่อง 3.5mm แล้ว รุ่นนี้ก็อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ตรงโจทย์นัก

 

 

Razer Kraken V3 X vs BlackShark V2 X เลือกตัวไหนดี?

ถ้าราคาใกล้กันประมาณ 1,200 บาท อย่าเพิ่งถามว่า “ตัวไหนดีกว่า” ให้ถามว่า เราใช้กับอะไร

เลือก Razer Kraken V3 X ถ้า → PC + USB + RGB คือสิ่งที่ต้องการ เหมาะกับคนที่มี PC เป็นหลัก อยากได้ USB และชอบ Gaming Setup ที่มีไฟ Chroma RGB พร้อม 7.1 Surround ตามเงื่อนไขที่รองรับ

เลือก Razer BlackShark V2 X ถ้า → เบากว่า + 3.5mm + หลาย Platform คือสิ่งที่ต้องการ เหมาะกับคนที่อยากได้ Headset ประมาณ 240 กรัม ใช้ 3.5mm และต้องการย้ายไปใช้งานกับ PC, Console, Switch หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับ 3.5mm

ดังนั้นสองตัวนี้ไม่ได้มีใครชนะขาด เพราะโจทย์ของคนใช้ต่างกัน ถ้าเป็น PC Gamer ที่อยากจัด Setup ให้ครบและชอบ RGB Kraken V3 X น่าสนใจ แต่ถ้าอยากได้ Headset ที่เบากว่าและย้ายไปใช้กับหลายอุปกรณ์ได้ง่าย BlackShark V2 X ก็เป็นตัวเลือกที่ตรงโจทย์กว่า สุดท้ายแล้ว ราคาที่เท่ากันไม่ได้แปลว่าต้องเลือกจากสเปกที่เยอะกว่า แต่ให้เลือกจาก Connection และวิธีใช้งานที่ตรงกับชีวิตเรามากกว่า

 

FAQ

Q:Razer Kraken V3 X กับ BlackShark V2 X ต่างกันอย่างไร?

A:จุดต่างหลักคือ Connection, น้ำหนัก, Driver และ RGB โดย Kraken V3 X ใช้ USB-A, TriForce 40mm, หนักประมาณ 285 กรัม และมี Chroma RGB ส่วน BlackShark V2 X ใช้ 3.5mm, TriForce 50mm, หนักประมาณ 240 กรัม และไม่มี RGB

 

Q:Razer Kraken V3 X ราคาเท่าไหร่?

A: 1,200 บาท แต่ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงตามร้านค้าและช่วงโปรโมชั่น จึงควรตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนซื้อ

 

Q:Razer BlackShark V2 X ราคาเท่าไหร่?

A:BlackShark V2 X White Edition มีราคาจาก Advice ที่ 1,200 บาท พร้อมประกัน 2 ปี

 

Q:Kraken V3 X ใช้กับอะไรได้บ้าง?

A:Razer ระบุว่า Kraken V3 X ใช้การเชื่อมต่อ USB และรองรับ PC กับ PS4 ส่วน 7.1 Surround Sound มีเงื่อนไขการใช้งานบน Windows 10 64-bit

 

Q:BlackShark V2 X ใช้กับมือถือได้ไหม?

A:ใช้ได้กับอุปกรณ์มือถือที่มีช่อง 3.5mm ตามข้อมูลของ Razer แต่ถ้ามือถือไม่มีช่อง 3.5mm ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีวิธีเชื่อมต่อที่รองรับหรือไม่

 

Q:40mm กับ 50mm อันไหนเสียงดีกว่า?

A:ไม่สามารถตัดสินจากขนาด Driver เพียงอย่างเดียว เพราะคุณภาพเสียงขึ้นกับการออกแบบและการจูนของหูฟังหลายส่วน ดังนั้น 50mm ไม่ได้แปลว่าดีกว่า 40mm โดยอัตโนมัติ