logo
logo
ยกเลิก
01/10/2026
กล้องวงจรปิดดูน้ำท่วม เลือกแบบไหนดี? แนะนำ 5 รุ่นสำหรับเฝ้าบ้านและจากระยะไกล

ผู้เขียน Advice ขายกล้องวงจรปิด | ยอดวิวผู้เข้าชม 199 Views

ฝนตกหนักตอนเราไม่อยู่บ้าน น้ำเริ่มเอ่อหน้ารั้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ขึ้นมาถึงไหนแล้ว ร้านค้าปิดไปตั้งแต่เย็น หรือโกดังที่ไม่มีคนเฝ้าอยู่ตลอดเกิดมีน้ำไหลเข้าพื้นที่ขึ้นมา แบบนี้คำถามแรกที่หลายคนน่าจะคิดคือ “แล้วเราจะรู้ได้ยังไง?” หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เช็กสถานการณ์ได้คือการติด กล้องวงจรปิด ไว้ในจุดที่มองเห็นพื้นที่เสี่ยง แล้วตรวจสอบภาพจากระยะไกลผ่านระบบที่กล้องและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรองรับ

 

แต่ต้องแยกให้ชัดก่อนว่า กล้องวงจรปิดทั่วไปไม่ได้ทำหน้าที่วัดระดับน้ำโดยตรง การติดกล้องไม่ได้ทำให้เรารู้ตัวเลขว่าน้ำสูงกี่เซนติเมตร เว้นแต่รุ่นนั้นจะมี Sensor หรือระบบตรวจวัดระดับน้ำโดยเฉพาะ ดังนั้นในบทความนี้จะมอง CCTV ในฐานะ “เครื่องมือสำหรับ Monitor พื้นที่” มากกว่าเครื่องวัดน้ำ พร้อมพาไปดู 5 รุ่นจาก Advice ตั้งแต่กล้องสำหรับติดตั้งพื้นฐาน ไปจนถึงรุ่นที่มีความละเอียดและเลนส์สำหรับพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดภาพมากขึ้น

 

 

กล้องวงจรปิดช่วย Monitor น้ำท่วมได้อย่างไร?

ลองนึกภาพว่าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่เวลาฝนตกหนักมักมีน้ำขังบริเวณหน้ารั้ว แต่ช่วงนั้นเจ้าของบ้านต้องออกไปทำงานหรือเดินทางต่างจังหวัด การติดกล้องไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นบริเวณดังกล่าวจะช่วยให้เรามี “ภาพสถานการณ์จริง” จากพื้นที่นั้น โดยอาศัยระบบ Network ของกล้องและอุปกรณ์ที่รองรับในการส่งภาพให้ตรวจสอบจากระยะไกล ตำแหน่งที่ติดตั้งจึงสำคัญมาก เช่น หน้าประตูรั้ว,ทางเข้า-ออกบ้าน,ลานจอดรถ,หน้าร้าน,ทางเข้าร้านค้า,บริเวณโกดัง,จุดต่ำที่มักมีน้ำขัง,จุดที่น้ำมักไหลผ่าน

สิ่งที่เราต้องการเห็นไม่จำเป็นต้องเป็น “ตัวเลขระดับน้ำ” แต่คือภาพที่ช่วยตอบคำถามง่าย ๆ ว่า น้ำเริ่มเข้าพื้นที่หรือยัง ถนนหน้าบ้านเป็นอย่างไร ทางเข้าใช้งานได้ไหม หรือบริเวณที่ต้องเฝ้าระวังมีน้ำขังมากขึ้นหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการดูภาพจากมือถือหรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ ไม่ควรเหมารวมว่ากล้อง IP ทุกตัวทำได้เหมือนกัน ต้องตรวจสอบระบบ Network, Software, App, NVR หรือบริการที่รองรับของแต่ละรุ่นก่อนซื้อ

 

 

ถ้าจะใช้กล้องวงจรปิดเฝ้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ต้องดูอะไรบ้าง?

ติดตั้งตรงไหน?

ก่อนดูว่า 2MP หรือ 5MP ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า กล้องจะติดตรงไหน ถ้าติดหน้าบ้าน จุดสำคัญอาจเป็นมุมมองบริเวณประตูรั้วและพื้นที่หน้าบ้าน ถ้าติดร้านค้าอาจต้องการเห็นทางเข้า-ออกและพื้นที่ด้านหน้า ส่วนโกดังหรือลานจอดรถอาจต้องการระยะมองและการจัดองค์ประกอบภาพที่ต่างออกไป เพราะฉะนั้นกล้องความละเอียดสูงไม่ได้ช่วยอะไรนักถ้าติดผิดมุมแล้วเห็นกำแพงเต็มจอ เรื่องนี้เป็นกับดักคลาสสิกของโลก CCTV เลย

 

ความละเอียดภาพ

ความละเอียด 2MP, 4MP หรือ 5MP บอกถึงจำนวนรายละเอียดของภาพที่กล้องสามารถบันทึกได้ในระดับหนึ่ง เช่น กล้อง 2MP ในกลุ่มนี้ให้ภาพสูงสุดระดับ Full HD ขณะที่รุ่น 4MP และ 5MP ให้ความละเอียดสูงขึ้นตามสเปกของแต่ละรุ่น แต่ MP สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าภาพดีกว่าทุกสถานการณ์ เพราะคุณภาพภาพยังเกี่ยวข้องกับ Sensor, Lens, แสง, การประมวลผล และสภาพแวดล้อมขณะใช้งานด้วย

 

ระยะอินฟราเรด

ถ้าต้องการเฝ้าพื้นที่ในช่วงกลางคืน ให้ดู IR Distance หรือระยะอินฟราเรดของกล้อง ตัวเลขอย่าง 30 เมตร หรือ 60 เมตรเป็นค่าที่ระบุใน Specification ไม่ควรตีความว่าเราจะเห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดเจนเท่ากันตลอดระยะนั้น เพราะสภาพแวดล้อม แสงสะท้อน ฝน หมอก และลักษณะของวัตถุมีผลต่อภาพจริง

 

กันน้ำและฝุ่น

สำหรับกล้องที่ต้องติดตั้งนอกบ้าน ควรดูค่า IP Rating เช่น IP67 ที่ระบุในหลายรุ่นของบทความนี้ ค่า IP เป็นมาตรฐานที่ใช้บอกระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของตัวอุปกรณ์ แต่ IP67 ไม่ได้แปลว่ากล้องสามารถติดอยู่ใต้น้ำท่วมได้โดยไม่มีข้อจำกัด ตำแหน่งติดตั้งจึงยังสำคัญมาก ควรติดตั้งตัวกล้องและจุดเชื่อมต่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เสี่ยงจมน้ำหรือถูกน้ำท่วมถึงโดยตรง

 

การบันทึกภาพ

เรื่องนี้ต้องดูเป็นรายรุ่น เพราะกล้องแต่ละตัวไม่ได้รองรับการบันทึกแบบเดียวกัน บางรุ่นมีช่อง MicroSD ในตัว ขณะที่บางรุ่นอาจต้องใช้ NVR, NAS, FTP หรือระบบจัดเก็บอื่นตามที่ผู้ผลิตรองรับ ตัวอย่างเช่น VIGI EasyCam 320  ไม่มี Storage ในตัว แต่รองรับ Ethernet และ PoE ขณะที่ VIGI InSight S345ZI มีช่อง MicroSD รองรับสูงสุด 512GB ตามข้อมูลสินค้า

 

การเชื่อมต่อ

CCTV ที่เป็น IP Camera โดยทั่วไปจะสื่อสารผ่าน Network แต่รูปแบบการเชื่อมต่อและระบบจ่ายไฟแตกต่างกันได้ บางรุ่นใช้ Ethernet และ PoE หรือ Power over Ethernet ซึ่งหมายถึงการส่งข้อมูลและจ่ายไฟผ่านสาย Network เส้นเดียว ขณะที่การใช้งานจริงยังอาจต้องมีอุปกรณ์ Network หรือ PoE ที่เหมาะสมร่วมด้วย ดังนั้นก่อนซื้อควรดูทั้ง กล้อง + Router/Switch + NVR + ระบบบันทึก ให้เข้ากัน ไม่ใช่ซื้อกล้องตัวเดียวแล้วค่อยค้นพบทีหลังว่า “อ้าว แล้วไฟเข้าทางไหนล่ะพี่”

 

 

5 กล้องวงจรปิดน่าสนใจสำหรับ Monitor พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

บทความนี้ไม่ได้เรียงจากอันดับ 1 ถึง 5 แต่เลือกตามลักษณะการใช้งานและระดับสเปก เพื่อให้เห็นว่ากล้องแต่ละตัวมีเหตุผลในการเลือกต่างกันอย่างไร

 

สำหรับคนเริ่มต้นและต้องการกล้องราคาประมาณ 700 บาท VIGI EasyCam 320

VIGI EasyCam 320 เป็นกล้อง IP Camera ความละเอียด 2MP ให้ภาพสูงสุด 1920 × 1080 ใช้เลนส์ 2.8mm และมี IR Distance 30 เมตร พร้อม Built-in Mic และ Day/Night แบบ Full-Color ตัวกล้องรองรับ Ethernet และ PoE และมีมาตรฐาน IP67 โดยหน้า Advice ระบุราคา 679 บาทและรับประกัน 3 ปี

สำหรับการนำมาใช้ Monitor พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม จุดที่น่าสนใจคือเป็นกล้อง Outdoor ที่มี IP67 และมี IR 30 เมตร จึงสามารถนำไปวางเป็นกล้องสำหรับดูบริเวณหน้าบ้าน ทางเข้า หรือพื้นที่ภายนอกที่ต้องการเฝ้าระวังได้ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ ไม่มี Storage ในตัว ตามข้อมูลสินค้า ดังนั้นเรื่องการบันทึกต้องวางระบบเพิ่มเติมให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ระบบบันทึกผ่านอุปกรณ์ Network ที่รองรับ

 

สำหรับหน้าบ้านหรือทางเข้าที่ต้องการกล้อง IP พื้นฐาน DAHUA IPC-HFW1230C-A-IL

DAHUA IPC-HFW1230C-A-IL เป็นอีกตัวเลือกในกลุ่ม 2MP โดยหน้า Advice ระบุความละเอียดสูงสุด 1920 × 1080 ใช้เลนส์ 2.8mm มี IR Distance 30 เมตร, Built-in Mic และ IP67 พร้อมตัวกล้องแบบ Metal + Plastic ราคา 1,050 บาท และรับประกัน 3 ปี ด้วยเลนส์ 2.8mm และมุมมองที่ระบุในสเปก จึงสามารถนำมาพิจารณาสำหรับบริเวณอย่างหน้าบ้าน ทางเข้า หรือพื้นที่ด้านหน้าร้านที่ต้องการภาพจากกล้องมุมคงที่

ในบริบทของการ Monitor น้ำท่วม จุดสำคัญคือเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เห็นพื้นที่ที่น้ำมักเริ่มขังหรือไหลผ่าน ส่วนตัวกล้องมี IP67 ตามสเปก แต่ก็ไม่ควรติดตั้งในตำแหน่งที่มีโอกาสถูกน้ำท่วมถึงตัวกล้องโดยตรง

 

สำหรับคนที่ต้องการ MicroSD และฟีเจอร์ตรวจจับคน/รถ HIKVISION DS-2CD1023G2-LIU

HIKVISION DS-2CD1023G2-LIU เป็นกล้อง IP Camera ความละเอียด 2MP ให้ภาพสูงสุด 1920 × 1080 และมีตัวเลือกเลนส์ตาม SKU ที่จำหน่าย โดยหน้า Advice ที่ตรวจพบมีทั้งรายการ 4mm และ 2.8mm รุ่น 4mm ระบุ IR Distance 30 เมตร, Built-in Mic, IP67 และช่อง MicroSD รองรับสูงสุด 512GB รวมถึง Human and Vehicle Detection และ Smart Hybrid Light ราคา 1,030 บาทสำหรับรายการ 4mm ที่ตรวจพบล่าสุด จุดที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการติดกล้องบริเวณหน้าบ้านหรือร้านคือรุ่นนี้มีช่อง MicroSD และรองรับการตรวจจับ Human และ Vehicle ตามข้อมูลสินค้า จึงมีองค์ประกอบด้านการบันทึกและการตรวจจับที่มากกว่าการดูภาพอย่างเดียว แต่สำหรับโจทย์น้ำท่วม ฟีเจอร์ Human and Vehicle Detection ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นระบบตรวจจับน้ำ เพราะเป็นคนละความสามารถกันโดยตรง

 

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความละเอียดเพิ่มขึ้นและปรับระยะเลนส์ได้: VIGI InSight S345ZI

ถ้าพื้นที่ที่ต้องการ Monitor ใหญ่ขึ้น หรืออยากมีความยืดหยุ่นในการจัดระยะภาพ VIGI InSight S345ZI เป็นอีกระดับหนึ่งที่น่าสนใจ รุ่นนี้ใช้ Sensor 4MP ความละเอียดสูงสุด 2688 × 1520 และใช้เลนส์ 2.7–13.5mm พร้อม IR Distance 20 เมตร, Built-in Mic และ IP67 ตัวกล้องเป็นโลหะ และมีช่อง MicroSD รองรับสูงสุด 512GB 

ความแตกต่างสำคัญจากกล้อง 2MP แบบเลนส์คงที่คือช่วงเลนส์ 2.7–13.5mm ทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดองค์ประกอบภาพมากกว่า เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการปรับระยะภาพให้เข้ากับจุดติดตั้ง ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการ Monitor ลานหน้าร้าน ทางเข้า หรือพื้นที่ที่มีระยะจากตัวกล้องถึงบริเวณที่ต้องการดูแตกต่างจากบ้านทั่วไป การมีเลนส์ช่วงนี้ให้ปรับอาจช่วยให้การวางกล้องทำได้ยืดหยุ่นขึ้น ราคา 3,490 บาท และรับประกัน 3 ปี

 

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดภาพและระยะ IR มากขึ้น DAHUA HFW2541T-ZAS

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดภาพสูงขึ้นและต้องการปรับทางยาวโฟกัส DAHUA HFW2541T-ZAS เป็นอีกตัวเลือกในกลุ่มที่สเปกสูงขึ้น รุ่นนี้ใช้ Sensor 5MP ให้ความละเอียดสูงสุด 2960 × 1668 และใช้ Motorized Vari-focal Lens 2.7–13.5mm โดยมี IR Distance สูงสุด 60 เมตร และ IP67

นอกจากนี้ยังมี WDR 120 dB และรองรับการบันทึกผ่าน MicroSD สูงสุด 256GB รวมถึง FTP, SFTP และ NAS ตาม Specification ของสินค้า

จุดที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่คือเลนส์แบบ Motorized Vari-focal ช่วง 2.7–13.5mm ซึ่งช่วยให้ปรับระยะภาพให้เหมาะกับจุดติดตั้งได้มากกว่ากล้องเลนส์คงที่ ส่วน IR 60 เมตรเป็นค่าระยะที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนเท่ากันทุกจุดที่ระยะ 60 เมตร

 

 

เลือกกล้องวงจรปิดตามพื้นที่ที่ต้องการเฝ้า

ถ้าจะเลือกกล้องสำหรับ Monitor น้ำท่วม สิ่งแรกที่ควรคิดไม่ใช่ “กล้องรุ่นไหนดีที่สุด” แต่เป็น “เราต้องการมองเห็นตรงไหน?” สำหรับ หน้าบ้านหรือทางเข้า ให้เริ่มจากตำแหน่งติดตั้งและมุมมองที่ต้องการ ถ้าพื้นที่ไม่กว้างมาก กล้อง 2MP ที่มีเลนส์เหมาะสมก็อาจตอบโจทย์ได้ ถ้าเป็น รั้วหรือลานจอดรถ ควรให้ความสำคัญกับระยะมองกลางคืนและการติดตั้งกลางแจ้ง รวมถึงดู IP Rating ของตัวกล้อง

สำหรับ ร้านค้า ให้ดูว่าต้องการเห็นทางเข้าหรือพื้นที่ด้านหน้าร้านมากน้อยแค่ไหน รวมถึงระบบบันทึกที่ต้องการใช้ ส่วน โกดังหรือพื้นที่กว้าง อาจต้องพิจารณาความละเอียดและเลนส์ที่ปรับได้มากขึ้น เช่น รุ่นที่มี Vari-focal Lens เพื่อจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะกับพื้นที่ และถ้าเป็น พื้นที่เสี่ยงน้ำเอ่อ ให้ติดตั้งกล้องในจุดที่สามารถเห็นพื้นที่หรือทางน้ำได้ชัด พร้อมติดตั้งตัวกล้องและอุปกรณ์เชื่อมต่อให้พ้นจากระดับน้ำที่มีโอกาสขึ้นถึง และตรวจสอบ IP Rating ของรุ่นนั้นก่อนติดตั้ง

 

 

ถ้าจะติดกล้องไว้ดูน้ำท่วม ควรติดตรงไหน?

ตำแหน่งติดตั้งมีผลกับประโยชน์ของกล้องมากกว่าที่หลายคนคิด

1. หน้าประตูรั้ว เป็นจุดที่เหมาะสำหรับดูว่าบริเวณทางเข้าบ้านเริ่มมีน้ำขังหรือยัง รวมถึงดูสภาพทางเข้า-ออก

2. ทางเข้า-ออก เหมาะกับบ้าน ร้านค้า และโกดังที่ต้องการดูว่าน้ำเริ่มเข้ามาถึงบริเวณทางเข้าแล้วหรือไม่

3. พื้นที่ต่ำหน้าบ้าน ถ้ารู้ว่าบริเวณไหนเป็นจุดที่น้ำมักขัง การจัดมุมกล้องให้เห็นพื้นที่นั้นโดยตรงจะช่วยให้ภาพที่ได้มีประโยชน์มากขึ้น

4. ลานจอดรถ เป็นอีกพื้นที่ที่สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงสถานการณ์ได้ เช่น ดูว่าพื้นที่จอดรถเริ่มมีน้ำขังหรือยัง

5. จุดที่น้ำมักไหลผ่าน ถ้ามีบริเวณที่น้ำจากถนนหรือพื้นที่ข้างเคียงมักไหลเข้ามา การหันกล้องไปยังจุดนั้นจะช่วยให้เห็นสถานการณ์ได้ตรงกว่า

ส่วนตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ จุดที่น้ำสามารถขึ้นถึงตัวกล้อง จุดที่มีสิ่งกีดขวางบังเลนส์ง่าย และจุดที่ย้อนแสงหนักจนทำให้พื้นที่ที่ต้องการดูมองเห็นได้ยาก ที่สำคัญคือ อย่าติดกล้องต่ำเพียงเพื่อให้เห็นระดับน้ำใกล้ ๆ จนตัวกล้องมีความเสี่ยงถูกน้ำท่วมเสียเอง กล้องมีหน้าที่มองน้ำ ไม่ใช่ลงไปว่ายน้ำกับมัน

 

 

กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือ ต้องมีอะไรบ้าง?

ภาพรวมของระบบสามารถคิดง่าย ๆ เป็น กล้อง → Network → ระบบจัดการ/บันทึก → Smartphone แต่รายละเอียดจริงแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

กล้องบางรุ่นรองรับการจัดการผ่าน Application หรือ Software ของผู้ผลิต ขณะที่บางรุ่นอาจทำงานร่วมกับ NVR, VMS หรือระบบ Network อื่น ๆ ดังนั้นคำว่า “IP Camera” ไม่ได้แปลว่าเสียบเข้ากับ Internet แล้วเปิดมือถือดูได้ทันทีทุกกรณี ตัวอย่างเช่น TP-Link มี VIGI App สำหรับเพิ่ม ตั้งค่า Monitor และจัดการอุปกรณ์ VIGI และหน้า Support ของ EasyCam C320 ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน VIGI App และ VIGI VMS ก่อนซื้อจึงควรเช็กให้ครบว่ารุ่นที่เลือกใช้ Application หรือระบบใด ต้องใช้อุปกรณ์ Network เพิ่มหรือไม่ และระบบบันทึกภาพทำงานอย่างไร

 

 

งบประมาณเท่านี้ เลือกกล้องแบบไหน?

ถ้ามองจากตัวอย่างสินค้าในบทความ จะเห็นช่วงราคาค่อนข้างกว้าง

งบประมาณประมาณ 700 บาท VIGI EasyCam 320 เป็นตัวอย่างของกล้อง 2MP ที่มี IR 30 เมตร, Built-in Mic, PoE และ IP67 โดยหน้า Advice ระบุราคา 679 บาท

งบประมาณประมาณ 1,000–1,300 บาท DAHUA IPC-HFW1230C-A-IL อยู่ที่ประมาณ 1,050 บาทจากหน้าสินค้าที่ตรวจสอบ และ HIKVISION DS-2CD1023G2-LIU มีรายการที่พบล่าสุดประมาณ 1,030 บาทสำหรับ SKU 4mm

งบประมาณประมาณ 3,000–4,000 บาท VIGI InSight S345ZI เป็นตัวอย่างของกล้อง 4MP ที่มีเลนส์ 2.7–13.5mm และราคาอ้างอิงประมาณ 3,490 บาท

งบประมาณประมาณ 4,000–5,000 บาท DAHUA HFW2541T-ZAS เป็นกล้อง 5MP พร้อม Motorized Vari-focal 2.7–13.5mm และ IR 60 เมตร

 

 

สรุป กล้องวงจรปิดสำหรับ Monitor น้ำท่วม เลือกยังไง?

ถ้าต้องการติดกล้องวงจรปิดไว้เฝ้าบ้าน ร้านค้า หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม อย่าเริ่มจากคำว่า “ภาพชัดที่สุด” อย่างเดียว ให้เริ่มจาก พื้นที่ที่จะติดตั้ง ก่อน แล้วค่อยดูความละเอียด, เลนส์, IR Distance, IP Rating, ระบบบันทึก, การเชื่อมต่อ และงบประมาณ ถ้าเป็นจุดเล็ก ๆ อย่างหน้าบ้านหรือทางเข้า กล้อง 2MP อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับลักษณะงานบางแบบ ส่วนพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดภาพหรือการปรับระยะมากขึ้น อาจพิจารณากล้อง 4MP หรือ 5MP และรุ่นที่มี Vari-focal Lens

แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับโจทย์นี้คือ CCTV ช่วยให้เรา “เห็นสถานการณ์” จากระยะไกล ไม่ได้หมายความว่ากล้องทั่วไปสามารถ “วัดระดับน้ำ” หรือ “แจ้งเตือนน้ำท่วม” ได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นก่อนติดตั้ง ให้คิดง่าย ๆ ว่า “ตอนเราไม่อยู่บ้าน เราอยากเห็นอะไร?” แล้วเลือกตำแหน่งกล้องให้ตอบคำถามนั้นได้จริง

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา กล้องวงจรปิดสำหรับบ้าน ร้านค้า หรือพื้นที่กลางแจ้ง สามารถดูรุ่นเพิ่มเติมในหมวด CCTV & Security ของ Advice และตรวจสอบสเปก ราคา รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกันก่อนติดตั้งจริง

 

 

FAQ

Q:กล้องวงจรปิดสามารถใช้ดูน้ำท่วมได้ไหม?

A:ได้ในแง่ของการใช้เป็นเครื่องมือ Monitor พื้นที่ โดยติดตั้งกล้องในตำแหน่งที่มองเห็นจุดเสี่ยง เช่น หน้าบ้าน ทางเข้า หรือลานจอดรถ แล้วตรวจสอบภาพผ่านระบบที่อุปกรณ์รองรับ แต่กล้องทั่วไปไม่ได้วัดระดับน้ำโดยตรง เว้นแต่รุ่นนั้นจะมี Sensor หรือระบบตรวจวัดระดับน้ำโดยเฉพาะ

 

Q:กล้องวงจรปิดดูผ่านมือถือได้ทุกตัวหรือไม่?

A:ไม่ใช่ทุกตัว การดูภาพผ่านมือถือขึ้นอยู่กับรุ่น ระบบ Network, Application, NVR, VMS หรือบริการที่ผู้ผลิตรองรับ จึงควรตรวจสอบ Product Specification และระบบที่ใช้ร่วมกันก่อนซื้อ โดยเฉพาะกล้อง IP ที่ต้องติดตั้งร่วมกับระบบ Network

 

Q:กล้องวงจรปิดติดนอกบ้านต้องดูค่า IP เท่าไร?

A:ควรเลือกกล้องที่มี IP Rating เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ต้องติดตั้ง เช่น หลายรุ่นในบทความนี้ระบุ IP67 แต่ค่า IP ไม่ได้หมายความว่ากล้องสามารถแช่อยู่ในน้ำท่วมได้โดยไม่มีข้อจำกัด ตำแหน่งติดตั้งและการป้องกันจุดเชื่อมต่อจึงยังสำคัญ

 

Q:กล้อง 2MP กับ 5MP ต่างกันอย่างไร?

A:ความละเอียดต่างกัน โดยกล้อง 2MP ในบทความนี้ให้ภาพระดับ 1920 × 1080 ขณะที่ DAHUA HFW2541T-ZAS 5MP ให้ความละเอียดสูงสุด 2960 × 1668 ตามสเปก อย่างไรก็ตาม MP สูงกว่าไม่ได้รับประกันว่าภาพจะดีกว่าทุกสถานการณ์ เพราะยังขึ้นอยู่กับ Sensor, Lens, แสง และการประมวลผล

 

Q:กล้องวงจรปิดมองกลางคืนได้ไกลแค่ไหน?

A:ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น โดยตัวอย่างในบทความมี IR Distance ตั้งแต่ 20 เมตร, 30 เมตร ไปจนถึง 60 เมตรตาม Specification แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนเท่ากันตลอดระยะในทุกสภาพแวดล้อม

 

Q:ถ้าต้องการติดกล้องเฝ้าหน้าบ้านช่วงน้ำท่วม ควรติดตรงไหน?

A:ควรติดในจุดที่เห็นพื้นที่ซึ่งต้องการเฝ้าระวัง เช่น หน้าประตูรั้ว ทางเข้า ลานจอดรถ หรือจุดต่ำที่มักมีน้ำขัง และควรจัดมุมให้เห็นพื้นที่ได้ชัดโดยไม่ให้มีสิ่งกีดขวางบังภาพ ที่สำคัญควรติดตั้งตัวกล้องให้พ้นจากระดับน้ำที่อาจขึ้นถึง