logo
logo
ยกเลิก
20/02/2026
หายนะยิ่งกว่า RAM แพง! หน่วยความจำขาดแคลนขั้นวิกฤติ ไม่เหลือถึงผู้ผลิตสินค้า Consumer

ยอดวิวผู้เข้าชม 16,618 Views

Memory Chip Shortage

ไฮไลท์สำคัญ

  • ปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลนทวีความรุนแรงจากการที่บริษัท AI กว้านซื้อเพื่อป้อน Data Center จนกระทบการผลิตอุปกรณ์เกมมิ่งและสินค้าไอทีทั่วไป
  • ซีอีโอ Phison เผยภาพรวมตลาดเข้าสู่ภาวะวิงวอนขอซื้อชิป โดยผู้ผลิตบังคับให้จ่ายเงินล่วงหน้าถึง 3 ปี และคาดว่าจะมีบริษัทรายย่อยต้องปิดตัวลงในปี 2026
  • ผลกระทบเริ่มลามสู่ยักษ์ใหญ่ โดย Sony อาจเลื่อนเปิดตัว PS6 ขณะที่ Nintendo กำลังแบกรับต้นทุนการผลิต Switch 2 ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูเหมือนว่าวิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ "RAM แพง" แต่รุนแรงถึงขั้นฉุดรั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะกระแสความต้องการ AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท AI จำนวนมากเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการกว้านซื้อหน่วยความจำมหาศาลเพื่อนำไปใช้ใน Data Center และนั่นทำให้สินค้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปเริ่มขาดตลาดและมีราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติครับ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกมมิ่ง มีรายงานว่า Sony กำลังพิจารณาเลื่อนการเปิดตัวเครื่อง PlayStation 6 ออกไปหลายปีเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาหน่วยความจำ ในขณะที่ Nintendo เองก็กำลังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนของเครื่อง Switch 2 ซึ่งพยายามใช้กลยุทธ์การผลิตจำนวนมากเพื่อพยุงราคาไม่ให้กระทบผู้บริโภคมากเกินไป

Phison CEO

ด้านคุณ Khein-Seng Pua ซีอีโอของ Phison ผู้ผลิตคอนโทรลเลอร์สำหรับ SSD รายใหญ่ของโลก ได้ออกมาแสดงทัศนคติต่ออนาคตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นไปในทางที่ไม่ดีเท่าไหร่ โดยเขาระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำลังอยู่ในภาวะที่บริษัทผลิตมือถือและยานยนต์ต้องไปเข้าแถว "วิงวอน" ขอซื้อชิปหน่วยความจำจากซัพพลายเออร์ และคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะเห็นบริษัทรายย่อยจำนวนมากต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่สามารถจัดหาชิปมาผลิตสินค้าได้ เขาถึงขั้นกล่าวว่า ยุคของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคอาจจะจบสิ้นลงเลยทีเดียว

ความรุนแรงของปัญหานี้เห็นได้จากการที่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำเริ่มยื่นข้อเสนอให้บริษัทคู่ค้าต้องจ่ายเงินค่าสินค้าล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี ซึ่งแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ก็ได้รับข้อเสนอนี้เช่นกัน ในส่วนของ Phison เองก็ยอมรับว่าสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้เพียงร้อยละ 30 ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้น

แนวโน้มของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และคอมพิวเตอร์ในอนาคตอันใกล้มีโอกาสปรับราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่ผู้บริโภคทั่วไปอย่างเราๆ จะหาซื้อหน่วยความจำในราคาที่สมเหตุสมผลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หากภาคธุรกิจ AI ยังกว้านซื้อหน่วยความจำกันแบบนี้ครับ


ที่มา: TheGamer