ข่าวไอที / [แนะนำ] MARSHALL MAJOR II BLUETOOTH HEADPHONES

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/06/30 | เข้าชม 1866 ครั้ง

 

เป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับนี้ จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ออกมาแล้วทำได้ดีกว่าที่ผู้คนคาดหวังไว้ครับ แต่บริษัท Marshall ก็สามารถทำได้ดีมาตลอดระยะเวลาสองถึงสามปีนี้ ด้วยเอกลักษณ์และสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น และการเลือกใช้วัสดุที่ชาญฉลาด บวกกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกสบายที่มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนด้วยระบบ Bluetooth ด้วยราคาเปิดตัวที่ไม่สูงมาก ทำให้  Marchall Major II Bluetooth เป็นหูฟังที่หน้าจับจองเป็นเจ้าของกันอย่างยิ่งครับ

 

FEATURES AND DESIGN
สำหรับแฟนๆ ของหูฟัง Marshall Major II คงจะต้องถูกใจกับความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นกับระบบ Bluetooth และ หูฟัง Marshall Major II Bluetooth ยังคงไว้ด้วยดีไซน์ที่สวยงามและคลาสสิคดังเดิม : โลโก้ Marshall สีขาวที่คุ้นเคย, โลโก้สีทองบริเวณด้านใน และพื้นผิวที่มีมิติ หูฟังทรงสปอร์ตตัวนี้ มีความทนทาน แข็งแรง และขนาดที่กะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนได้สะดวก ทุกครั้งที่มองจะทำให้นึกไปถึงตู้แอมป์ของ Marshall ที่ให้เสียงได้น่าเร้าใจ

 

 

ที่ด้านล่างของหูฟังด้านขวามีพอร์ต Micro-USB, ช่องสำหรับ 3.5mm และปุ่มพาวเวอร์/เชื่อมต่อ
(กดค้างเพื่อ เปิด/ปิด หรือ กดสองครั้งเพื่อ เชื่อมต่อบลูทูธ)

ส่วนบริเวณด้านล่างของหูฟังด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมการใช้งาน แบบ 5 ทิศทาง:

  • ผลักซ้าย-ขวา : เปลี่ยนเพลง
  • ผลักขึ้น-ลง : ปรับระดับเสียง
  • กดที่ปุ่ม : เล่น/หยุดเพลง

ตัวปุ่มนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี สะดวกในการใช้งานจริงมากครับ ผมรับรอง!

ด้านแบตเตอรี่ของ Marshall Major II Bluetooth สามารถฟังเพลงได้นาน 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงตลอดวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างวันครับ

 

 

PERFORMANCE
ด้านเสียงของ Marshall MAJOR II Bluetooth มีเสียงที่มีเอกลักษณ์แบบ Marshall คือใครชอบแนวนี้ก็รักเลยครับ!
ซึ่งเอกลักษณ์เสียงที่ว่านี้ เสียงจะออกกระแทกๆ ดิบๆ หน่อยครับ ส่วนเสียงเบสจะแน่นๆ ไม่แผ่วปลายเสียงออกมา ซาวด์สเตจจะไม่กว้างนัก โดยรวมเรื่องเสียงของ Marshall MAJOR II Bluetooth นั้นเป็นหูฟังที่เหมาะกับเพลงแนวคึกคัก อย่างเช่นดนตรีร็อค แต่ในทางกลับกันถ้าต้องการรายละเอียดของเสียงแบบทุกเม็ดหูฟังตัวนี้ยังไม่ตอบโจทย์ครับ

 

 

**แต่ถ้าอยากได้ความคลาสสิค ในกล่องของ Marshall MAJOR II Bluetooth มาพร้อมกับสายหูฟังแบบ 3.5 mm.
ซึ่งปลายสายหูฟังทั้งสองด้านเขาทำเป็นโลหะ แล้วก็มีไมโครโฟนพร้อมปุ่มกดรับโทรศัพท์มาให้ในตัวครับ


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในเมื่อทางฝั่ง AMD มี CPU ระดับ Hi-End ที่มาพร้อมกับจำนวน Core และ Thread แบบเหลือกินเหลือใช้ ทาง Intel ที่เป็นคู่แข่งเจ้าสำคัญซึ่งยังเป็นเจ้าตลาดอยู่ก็อยู่เฉยไม่ได้ เพราะจะยอมให้ AMD นั้นมาแย่งตำแหน่งไปโดยไม่ทำอะไรก็คงจะไม่ได้ .. หลังจากที่ Ryzen บน Platform AM4 เปิดตัวมาก่อนหน้านี้และสามารถทำยอดขายได้ดี ดึงส่วนแบ่งการตลาดมาจาก Intel ได้พอสมควร .. และตอนนี้ก็มีข่าวของ Threadripper มาอีกใน Segment ที่สูงขึ้น ก็เป็นปกติครับที่ Intel จะต้องมีมาตรการเปิดตัว Product ออกมาแข่งขันกัน โดยที่ไม่นานมานี้ Intel เองก็ได้เปิดตัว Platform HEDT ที่ใช้ Socket LGA2066 ไปแล้ว พร้อมกับ Mainboard X299 แต่ว่า CPU นั้นก็ทะยอยเปิดตัวออกมาทีละรุ่น ปัจจุบันที่เห็นใช้กันมากที่สุดก็คงจะเป็น Core i7-7800X ด้วยราคาที่ไม่แพง และเป็นชิพระดับเริ่มต้นของ LGA2066 .. ต่อมาใน Q3 ของปีนี้ทาง Intel ก็มีแผนจะเปิดตัวและวางจำหน่ายเพิ่มเติมอีก โดยหลักๆแล้วจะมีสองรุ่นคือ Core i9-7920X ที่จะมากับ 12-Core / 24-Thread และ Core i9-7960X ที่จะมากับ 16-Core / 32-Thread .. นอกจากนั้นก็อาจจะมีอีกรุ่นที่ไม่แน่ว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้ทันหรือเปล่า กับ Core i9-7980XE ที่มากับจำนวน Core / Thread มากถึง 18/36  แต่ตอนนี้เราได้ข้อมูลของตัว Core i9-7960X (16/32) มาก่อนเลยครับ โดยที่มันจะมากับ L2 Cache 1MB ต่อ Core , และ L3 Cache แบบ Shared ทั้งหมด 22MB .. การรองรับอุปกรณ์อื่นๆก็จัดมาเต็มด้วย Lane ที่มีมากถึง 44-Lane ในแบบ PCI-Express Gen 3.0 , รองรับ Memory แบบ Quad Channel (DDR4) .. เรื่องความเร็ว Frequency นั้นก็ดูแล้วจะต่ำกว่ารุ่นน้องที่มี 12-Core อยู่ เพราะจากข้อมูลที่หลุดมานั้นจะมี Base Clock อยู่ที่ 2.5GHz เท่านั้น ส่วนตัวเลข Boost Clock ก็ยังไม่แน่ใจครับ   รายละเอียดทั้งหมดนี้ก็หลุดมากับโปรแกรม GeekBench ขาประจำที่ชอบทำรายละเอียด CPU หลุดออกมา ไม่แน่ว่าผู้ผลิต Mainboard หรือวิศวกรท่านไหนเอา CPU ไปลองเล่นแล้วลืมปิด Internet หรือเปล่า มันจึงได้อัพเข้าไปอยู่ใน Database ของ GeekBench อยู่เรื่อยเลย .. คะแนนของ CPU รุ่นนี้ก็อยู่ที่ราว 33,xxx ในแบบ Multi-Thread จากตัวเลขนี้เราก็เห็นว่าคะแนนสูงกว่าของฝั่งคู่แข่งอย่าง AMD Ryzen Threadripper 1950X ที่ทำคะแนนออกมาได้ที่ 27,xxx .. ส่วนคะแนน Single-Thread ของ i9-7960X นั้นดูแล้วจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยที่คะแนนออกมาที่ 5,2xx เท่านั้น น้อยกว่ารุ่นน้องร่วมค่ายอย่าง Core i7-7740X ที่เก่ากว่าด้วยซ้ำ.. ส่วนสาเหตุที่คะแนนออกมาต่ำ น่าจะเป็นเพราะเรื่อง Clock Speed ล้วนๆเลยครับ อย่างที่เห็นว่ามันเริ่มที่ 2.5GHz เท่านั้น สุดท้ายแล้วแอดมินก็อยากให้แยกกันนิดนึงครับ ว่าทำไม CPU รุ่นท๊อปๆแบบนี้ให้ Clock Speed มาต่ำ .. ตรงนี้ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าพวกนี้เขาไม่ได้ออกแบบมาให้เล่นเกมส์เหมือนพวก Core i7-7700K ที่เดาว่าอาจจะเล่นเกมส์ดีกว่าตัวนี้ด้วยซ้ำ พวกนั้นจำนวน Core / Thread อาจจะเยอะไม่เท่า แต่ว่า Clock Speed มันดันไปได้ที่ 4.5GHz กันเป็นปกติอยู่แล้ว และการเล่นเกมส์ ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้รองรับการใช้งาน Core หรือ Thread ได้มากกว่า 4 เลยด้วยซ้ำ .. เพราะฉะนั้นพวกตระกูล Core i9 นี้จะเหมาะสมกับการทำงานแบบ Workstation เสียมากกว่า เพราะว่าการทำงานแบบ Render ต่างๆจะใช้ประสิทธิภาพของจำนวน Core / Thread ได้เต็มที่ และตรงนี้แหละครับที่ Core i9 จะทำประสิทธิภาพดีกว่าพวก Core i7 หรือ Platform LGA1151 เป็นเท่าตัวเลย ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Supercapacitor เป็นสิ่งที่มนุษย์เราพยายามจะสร้างกันมานานแล้ว เนื่องจากตัวนำยิ่งยวดนี้สามารถนไฟฟ้าได้อย่างดี ถ้านำไปใช้กับแบตเตอรีก็จะทำให้ชาร์จไฟเต็มในไม่กี่วินาที แทนที่จะต้องใช้เวลาชาร์จไฟมือถือกันหลายชั่วโมง นอกจากชาร์จไฟไวแล้ว ตัวนำยิ่งยวดยังมีข้อดีด้านความคงทนอันยาวนานอีกด้วย ล่าสุดนักวิจัยที่ Drexel พบจุดสมดุลย์ที่จะสร้างตัวนำยิ่งยวดได้ โดยพัฒนาอิเล็กโทรดให้ใช้วัสดุประเภทนาโนฯ ชื่อว่า MXene สามารถชาร์จไฟได้ไวกว่าเดิมมาก ข้างในเป็นการอัด oxide-metal แบบสองมิติให้แน่นไปด้วยไฮโดรเจล ทำให้โครงสร้างภายในนำไฟฟ้าได้ดี และขณะเดียวกันก็ยังให้ไอออนในแบตเตอรีเคลื่อนที่ไปเพื่อชาร์จไฟได้ด้วย ในห้องแล็บทดสอบนั้นแบตเตอรี MXene สามารถชาร์จไฟได้ใน 10 มิลลิวินาทีก็เต็มแล้ว รถยนต์ไฟฟ้า หรือมือถือในอนาคตอาจจะชาร์จกันไม่เกินนาทีก็เต็ม ปัญหาของแบตเตอรีนี้ก็เหมือนกับตัวอื่นๆ คือต้องทำการสเกลขึ้นไปให้ใหญ่ระดับผลิตจำนวนมาก มีความสเถียร และใช้งานได้จริง คงต้องรอกันอีกหลายๆ ปี (อีกแล้ว) กว่าเราจะเห็นเทคโนโลยีนี้ก้าวไปข้างหน้าและออกสู่ตลาด ข้อดีคือเทคโนโลยีนี้ไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก ฝั่งโรงงานแต่เลือกใช้อิเล็กโทรดแบบใหม่ก็เสร็จแล้ว ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เวลามันก็ผ่านไปไวจริงๆ เพราะไม่นานก็ผ่านครึ่งปีไปแล้ว นั่นก็หมายความว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ Intel ก็ต้องเปิดตัว CPU รุ่นใหม่เหมือนที่มีการเปิดตัวในทุกๆปี และจาก Road Map ที่เราดูมาก็ให้คำตอบว่าชื่อของรุ่นต่อไปจาก Kaby Lake ที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันก็จะเป็นรุ่น Coffee Lake นั่นเองครับ .. แต่แค่นั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรใหญ่โต แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือปีนี้ Intel ต้องมีไม้เด็ดงัดออกมาโชว์ เพราะว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่ทางคู่แข่งอย่าง AMD นั้นมี Processor (CPU) ที่มีประสิทธิภาพและราคาสู้ Intel ได้ หลังจากที่ฝั่ง Intel นั้นผูกขาดตลาดค่อนบนมานาน ด้วยความที่ตลอดหลายๆปีที่ผ่านมา AMD ก็ไม่ได้มี CPU ใหม่ๆออกมาสู้กับ Intel เลย จึงทำให้ Intel เองก็ไม่ได้มีการพัฒนาอะไรอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งล่าสุดนี้ที่มี Ryzen ออกมาทำให้ เกมส์การแข่งขันในตลาด CPU กลับมาคึกคักอีกครั้ง .. ซึ่งก็ดีกับผู้บริโภคอย่างเราจริงๆ อิอิ Coffee Lake ปีนี้ก็จะยังคงเป็น 14nm อีกแล้วววววว หลังจากที่เลิกใช้แผนการเปิดตัวแบบ Tick Tock มาซักพัก ทำให้ยังอยู่ที่ขบวนการผลิตเดิม .. จริงๆ Intel เองก็อยากจะลดขบวนการผลิตเหมือนกันตามข้อมูลของข่าวอื่นๆ แต่ว่าการทำให้เป็นจริงนั้น ทำได้ยากมาก เพราะว่ายิ่งเล็กก็ยิ่งซับซ้อน คงจะต้องใช้ 14nm กันไปก่อนที่จะย้ายไป 10nm ในยุคของ Cannonlake ที่จะมาหลังจาก Coffee Lake ไปอีก / และมันจะน่าสนใจยังไง เอาอะไรไปสู้กับ AMD หล่ะ ถ้าในเมื่อไม่มีการลดขบวนการผลิต ? คำตอบคือจำนวน Core ที่จะได้มาไงหล่ะครับ หลังจากมีการเปิดตัว Intel Core i7-2600K ในปี 2011 ที่ผ่านมา CPU รุ่น Top ของตระกูล Core i7 ระดับ Mainstream ก็จะเน้นว่าต้องมี 4-Core และ 8-Thread ตลอด .. แต่คราวนี้คงจะต้องเปลี่ยนแผนซักหน่อยแล้ว หลังจากที่ AMD มี Core มาให้มากขึ้น คราวนี้ Intel จึงต้องใส่ 6-Core และ 12-Thread มาให้ในรุ่น Core i7-8700K และคาดเดาจากสถานการณ์การแข่งขันแล้ว ทาง Intel ก็ไม่น่าจะขึ้นราคาได้ด้วย .. นั่นก็หมายความว่าราคาจะอยู่ในระดับเดียวกับ Core i7-7700K แต่จะได้ 6-Core / 12-Thread มาด้วย โปรแกรม CPU-Z ก็มักจะเป็นโปรแกรมหลักถ้าเราต้องการจะดูสเป็คคอมพิวเตอร์เครื่องนึง โดยให้รายละเอียดอย่างดีในส่วนของ CPU / Motherboard / Memory ซึ่งตรงนี้ก็มีรูปหลุดของ Coffee Lake ออกมาแล้วครับ จะเป็นรุ่นไหนไม่สำคัญ รู้แค่ว่ามี 6-Core / 12-Thread แล้ว มากับ Clock Speed ยืนพื้นที่ 3.5GHz กับ Boost Clock ที่ 3890Hz (อาจจะทำได้มากกว่านี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ) .. ค่า TDP ก็จะอยู่ที่ 80W และรายละเอียดอื่นๆก็ดูตามรูปเลยครับ สเป็คขึ้นมาตามนั้นน่าจะตรงทุกอย่าง แค่เราไม่รู้ชื่อรุ่นเฉยๆ เพราะว่าทาง CPU-Z Database ยังไม่ได้เพิ่มเข้าไปเท่านั้นเองครับ เพื่อนๆคิดว่ายังไงกันบ้างกับสถาปัตยกรรมใหม่ของ Intel นี้ ผิดหวังหรือเปล่าที่ไม่ได้มีการลดลงไปที่ 10nm .. แต่ส่วนตัวแอดมินเองก็มองว่าน่าเสียดายส่วนนึง แต่อีกส่วนนึงก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่ายังใช้ Platform LGA1151 เหมือนกับ 2 Generation ที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ Mainboard Gen ที่แล้วจะรองรับ Coffee Lake ผ่านการอัพเดท BIOS ยืดอายุการใช้งานให้กับ Hardware Component ไปอีกหนึ่งปี ลดการอัพเกรดที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญไม่ต้องเสียตังอัพเกรดใหม่บ่อยๆ เพราะว่า Platform เก่านั้นยังใช้ได้อยู่ .. ส่วนเรื่องความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นมาด้วยความที่มี 6-Core / 12-Thread นั้นต้องขอบคุณ AMD เลยครับ เพราะถ้า AMD ไม่มีโปรดักส์มากระชากใจ กระตุ้นตลาดอย่าง Ryzen ท่าทาง Intel ก็คงยังไม่ขยับเหมือนเดิม ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  Technology นั้นเป็นสิ่งที่มาไว ไปไว แต่ทาง Microsoft กับ Intel พันธมิตรคู่ยากก็พยายามทำให้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับของเก่าได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยชิป Atom สถาปัตยกรรม Clober Trail จาก 4 ปีก่อนถึงวันจากลาแล้ว เมื่อจะทำการอัพเดทเป็น Windows 10 Creator Update ระบบจะบอกว่าไม่สามารถติดตั้ง Windows 10 บน PC เครื่องนี้ได้ Microsoft แถลงว่าพีซีที่เป็นชิป Clover Trail จะไม่ได้รับอัพเกรดเป็น Windows 10 รุ่นใหม่ๆ แล้ว เนื่องจากทาง Intel ไม่ยอมส่งอัพเดทเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่มาให้ โดยทาง Intel ทิ้งลูกค้าแล้วเรียบร้อย และเนื่องจากไม่มีไดร์เวอร์ที่สำคัญ ทำให้ทาง Microsoft ไม่สามารถอัพเกรด Windows 10 Creator Update บนชิปเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามทาง Microsoft จะยังให้เครื่องที่เป็น Clover Trail รัน Windows 10 ตัวเก่าได้ โดยจะยังคงมีอัพเดทคาวมปลอดภัยให้จนถึงปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ Windwoos 8.1 หมดอายุซัพพพอร์ทพอดี ชิป Clover Trail นั้นเป็นชิป Atom รุ่นแรกที่มี Dual Core โดยในตอนนั้นสามารถแข่งขันกับ Snapdragon ต่างๆ ได้ แม้จะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่แรงนัก แต่กินไฟน้อยมาก จากนั้นทาง Intel ก็หนีไปเร่งพัฒนา Bay Trail ที่กินไฟน้อย ประสิทธิภาพสูงกว่าเพื่อเข้ามาแทนที่ อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของ Clover Trail นั้นไม่สามารถรันงานใหม่ๆ บน Windows 10 Creator Update ได้ ไม่ว่าจะเป็น Paint 3D, Game Livestreaming, Cortana และอื่นๆ อีกมาก ทำให้อัพเดทสุดท้ายที่ติดตั้งได้คือ Windows 10 Anniversary Update นั่นเอง ขอขอบคุณแหล่งที่มา :https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
สำหรับสินค้าที่ซื้อในช่วงต่อไปนี้ 15-31 กรกฎาคม 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น X-Box ประกาศผลวันที่ 3 สิงหาคม 2560 1 - 15 สิงหาคม 2560 ลุ้นรับ Roccat Gaming Set ประกาศผลวันที่ 18 สิงหาคม 2560 15-31 สิงหาคม 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น เก้าอี้ Gaming ประกาศผลวันที่ 3 กันยายน 2560 1-15 กันยายน 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น ทองคำ 0.5 บาทประกาศผลวันที่ 18 กันยายน 2560 15-30 กันยายน 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น DJI Drone Spark ประกาศผลวันที่ 3 ตุลาคม 2560 **เพียงส่งข้อมูลการซื้อสินค้า, ชื่อ-นามสกุล, เบอร์ติดต่อ เข้ามาที่ Inbox : AMDThailand  เงื่อนไข การตัดสินของทาง AMD ถือเป็นที่สิ้นสุด รายการอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ร้านค้างดร่วมกิจกรรม ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com