ข่าวไอที / [REVIEW] MARSHALL MAJOR II BLUETOOTH HEADPHONES

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/01/11 | เข้าชม 804 ครั้ง

 

เป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับนี้ จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ออกมาแล้วทำได้ดีกว่าที่ผู้คนคาดหวังไว้ครับ แต่บริษัท Marshall ก็สามารถทำได้ดีมาตลอดระยะเวลาสองถึงสามปีนี้ ด้วยเอกลักษณ์และสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น และการเลือกใช้วัสดุที่ชาญฉลาด บวกกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกสบายที่มากขึ้นกว่ารุ่นก่อนด้วยระบบ Bluetooth ด้วยราคาเปิดตัวที่ไม่สูงมาก ทำให้  Marchall Major II Bluetooth เป็นหูฟังที่หน้าจับจองเป็นเจ้าของกันอย่างยิ่งครับ

 

FEATURES AND DESIGN
สำหรับแฟนๆ ของหูฟัง Marshall Major II คงจะต้องถูกใจกับความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นกับระบบ Bluetooth และ หูฟัง Marshall Major II Bluetooth ยังคงไว้ด้วยดีไซน์ที่สวยงามและคลาสสิคดังเดิม : โลโก้ Marshall สีขาวที่คุ้นเคย, โลโก้สีทองบริเวณด้านใน และพื้นผิวที่มีมิติ หูฟังทรงสปอร์ตตัวนี้ มีความทนทาน แข็งแรง และขนาดที่กะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนได้สะดวก ทุกครั้งที่มองจะทำให้นึกไปถึงตู้แอมป์ของ Marshall ที่ให้เสียงได้น่าเร้าใจ

 

 

ที่ด้านล่างของหูฟังด้านขวามีพอร์ต Micro-USB, ช่องสำหรับ 3.5mm และปุ่มพาวเวอร์/เชื่อมต่อ
(กดค้างเพื่อ เปิด/ปิด หรือ กดสองครั้งเพื่อ เชื่อมต่อบลูทูธ)

ส่วนบริเวณด้านล่างของหูฟังด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมการใช้งาน แบบ 5 ทิศทาง:

  • ผลักซ้าย-ขวา : เปลี่ยนเพลง
  • ผลักขึ้น-ลง : ปรับระดับเสียง
  • กดที่ปุ่ม : เล่น/หยุดเพลง

ตัวปุ่มนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี สะดวกในการใช้งานจริงมากครับ ผมรับรอง!

ด้านแบตเตอรี่ของ Marshall Major II Bluetooth สามารถฟังเพลงได้นาน 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงตลอดวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดระหว่างวันครับ

 

 

PERFORMANCE
ด้านเสียงของ Marshall MAJOR II Bluetooth มีเสียงที่มีเอกลักษณ์แบบ Marshall คือใครชอบแนวนี้ก็รักเลยครับ!
ซึ่งเอกลักษณ์เสียงที่ว่านี้ เสียงจะออกกระแทกๆ ดิบๆ หน่อยครับ ส่วนเสียงเบสจะแน่นๆ ไม่แผ่วปลายเสียงออกมา ซาวด์สเตจจะไม่กว้างนัก โดยรวมเรื่องเสียงของ Marshall MAJOR II Bluetooth นั้นเป็นหูฟังที่เหมาะกับเพลงแนวคึกคัก อย่างเช่นดนตรีร็อค แต่ในทางกลับกันถ้าต้องการรายละเอียดของเสียงแบบทุกเม็ดหูฟังตัวนี้ยังไม่ตอบโจทย์ครับ

 

 

**แต่ถ้าอยากได้ความคลาสสิค ในกล่องของ Marshall MAJOR II Bluetooth มาพร้อมกับสายหูฟังแบบ 3.5 mm.
ซึ่งปลายสายหูฟังทั้งสองด้านเขาทำเป็นโลหะ แล้วก็มีไมโครโฟนพร้อมปุ่มกดรับโทรศัพท์มาให้ในตัวครับ


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebok และเจ้าของบริษัทลูกอย่าง Oculus ถูกยื่นฟ้องโดย ZeniMax Media เป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ZeniMax เป็นใคร? บริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของสตูดิโอเกมส์ชื่อดังอย่าง Bethesda Softworks, id Software และสตูดิโอเกมส์อื่นๆ อีกมากมาย โดยกล่าวหาว่า John Carmack ขโมยยเทคโนโลยีที่ ZeniMax ถือครองและสร้างสรรค์ไปใช้กับ Oculus Rift เมื่อครั้งลาออกไปร่วมกับบริษัท Oculus ในปี 2013 Facebook ได้เข้าซื้อ Oculus ในปี 2014 ด้วยดีลมูลค่ามากถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการจ่ายเงินสด 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินอีก $700 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อไม่ให้พนักงานที่เป็นทีมงานลาออกไปหลังจากได้รับเงินแล้ว และวางเงินล่ออีก $300 ล้านดอลลาร์ที่จะมอบเมื่อถึงเป้าหมาย ผลิต Oculus Rift ได้สำเร็จ และแน่นอนว่า Mark Zuckerberg ยังคงให้การในศาลแบบเหน็บเจ็บๆ หยิ่งๆ เหมือนเดิมโดยเขากล่าวว่า "เป็นเรื่องปกติเมื่อคุณทำอะไรสักอย่างที่ใหญ่สุดๆ จนกระทั่งทุกคนพยายามเข้าหาและบอกว่ามีส่วนร่วมในการทำให้มันเกิดขึ้นได้ และต้องการส่วนแบ่งจากความสำเร็จที่เกิดขึ้น และเหมือนกับหลายๆ คนในห้องนี้ ผมเองไม่เคยได้ยินชื่อ ZeniMax มาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่ผมเชื่อว่าทีมกฏหมายของเราจะดูแลเรื่องนี้อย่างดี แต่หวังว่าผมเองจะไม่ต้องเสียเวลากับอะไรที่ไม่ได้มีค่าหรือต้องเครดิตให้มากนัก" คาดว่าการไต่สวนคดีนี้จะสิ้นสุดภายในสามสัปดาห์ ในห้องคนที่มาขึ้นศาลก็ได้แก่ Mark Zuckerberg, Palmer Luckey ผู้ก่อตั้งบริษัท, Brendan Iribe อดีต CEO และปัจจุบันตำแหน่ง PC VR Leader, และ John Carmack ตำนานผู้สร้าง Doom และอดีตผู้ก่อตั้ง id Studio ที่ลาออกมาร่วมกับบริษัท Oculus ในฐาน CTO

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
แม้ Pokemon Go จะเปิดให้เล่นมานานแล้วแต่ด้วยการอัปเดตที่ต่อเนื่องก็ทำให้ตอนนี้ตัวเกมมันยังเป็นที่นิยมกันอยู่และเมื่อไม่กี่วันนี้เอง Niantic ก็ได้ปล่อยอัปเดตเกมตัวใหม่ออกมาแล้วแม้จะมีการปรับปรุงเกมเพียงเล็กน้อยแต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้แล้วก็ควรติดตามครับ     การอัปเดตรอบนี้จะมีหัวใจหลักอยู่ที่การปรับระยะทางฟักไข่ให้เข้ากับ GPS ให้แม่นยำขึ้นแก้ไขปัญหาฟักไข่ที่ไม่เคยตรงกับระยะทางพร้อมกับการอัปเดตไข่บน Apple Watch เมื่อไปหมุน Pokestop ครับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะเป็นการแก้ไข Bug เล็กน้อยตามธรรมเนียมโดยอัปเดตนี้จะเป็นเวอร์ชั่น 0.53.1 สำหรับ Android และเวอร์ชั่น 1.23.1 สำหรับ iOS Pokemon Go เป็นเกมมือถือที่ผสมผสานเทคโนโลยี AR สามารถตามจับโปเกม่อนในสถานที่จริงมีระบบยิมเพื่อต่อสู้ปกครองยิมและระบบฟักไข่ที่จะให้โปเกม่อนระดับหายาก ตัวเกมเปิดให้โหลดฟรีทั้งในระบบ Android และ iOS

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
พลังเสียงที่เหนือกว่า ด้วยตัวขับสัญญาณเสียง PRO-G™ สัมผัสกับเกมในรูปแบบที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อน สัมผัสกับระบบเสียงที่ดังกระหึ่มระดับโรงภาพยนตร์ ด้วย G633 Artemis Spectrum™ Gaming Headset 7.1 Dolby® Surround Sound* และตัวขับสัญญาณเสียง Pro-G™ ถ่ายทอดเสียงได้อย่างเที่ยงตรง ไม่มีผิดเพี้ยน ได้ยินเสียงศัตรูแอบย่องเข้ามาทางด้านหลังของคุณ เสียงคำแนะนำพิเศษ สภาพแวดล้อมที่ชวนดื่มด่ำ และเสียงซาวด์แทร็คของเกมอย่างที่ควรจะเป็น Artemis Spectrum™ คือชุดหูฟังสำหรับเล่นเกมที่คู่ควรกับผู้ที่ชื่นชอบระบบเสียงที่เร้าใจ *ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1       รองรับหลายแพลตฟอร์ม หนึ่งชุดหูฟังสำหรับเกมทุกแพลตฟอร์ม ชุดหูฟัง G633 Artemis Spectrum หนึ่งชุดรองรับอุปกรณ์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมคอมพิวเตอร์ เกมคอนโซล หรืออุปกรณ์พกพา คุณสามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ G633 Artemis Spectrum สามารถใช้งานร่วมกับพีซี อุปกรณ์พกพา และเกมคอนโซล รวมไปถึง PS4™ และ Xbox One™ ไฟ RGB ที่ปรับเปลี่ยนได้ และแท็กแบบกำหนดเอง ปรับแต่งรูปลักษณ์ของคุณ ไฟ RGB ที่ปรับเปลี่ยนได้ให้คุณสามารถเลือกได้ถึง 16.8 ล้านสี ใช้ Logitech Gaming Software เพื่อเลือกรูปแบบการส่องสว่างหรือสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมของคุณ G633 Artemis Spectrum มีไฟสองโซนที่ปรับแต่งได้: แถบไฟและโลโก้ แต่ละโซนสามารถตั้งค่าโดยใช้สีหรือเอฟเฟ็กต์ต่างๆ หรือสามารถซิงโครไนซ์ได้ เพิ่มชุดแท็กที่กำหนดเองเพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ให้สวยงามยิ่งขึ้น       ปุ่ม G-KEY ที่ตั้งค่าได้ สั่งการได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ปรับแต่งปุ่มโดยใช้ Logitech Gaming Software เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกมหรือสื่อของคุณ ตั้งค่ามาโครในเกมสำหรับชุดคำสั่งที่ใช้งานได้ทันที หรือใช้ควบคุมเพลงหรือโปรไฟล์เสียงของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องออกจากเกม โปรไฟล์เสียงที่กำหนดเอง ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับคุณ ฟังเพลง เล่นเกม และรับชมภาพยนตร์ ด้วยการตั้งค่าเสียงที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในรูปแบบที่คุณต้องการ สามารถใช้ Logitech Gaming Software เพื่อตั้งค่าตัวปรับแต่งเสียง ปรับแต่งการตั้งค่าเสียง และสร้างโปรไฟล์เสียงส่วนตัวสำหรับแต่ละเกมที่คุณเล่น       การมิกซ์เสียงจากหลายแหล่ง เสียงจากสองอุปกรณ์ ไม่ต้องหยุดเกมกลางคันเพื่อรับสายเรียกเข้าอีกต่อไป คุณสามารถรับสายขณะที่เล่นเกมอย่างต่อเนื่อง รับสาย เล่นเพลง และสื่อสารภายในเกม โดยไม่จำเป็นต้องหยุดเกมชั่วคราวหรือละสายตาจากเกม G633 Artemis Spectrum ประกอบด้วยการเชื่อมต่อ USB หนึ่งชุด และอินพุตอนาล็อกหนึ่งชุด ซึ่งเชื่อมต่อและมิกซ์เสียงจากสองอุปกรณ์ ไมโครโฟนแบบพับเก็บได้ ป้องกันเสียงรบกวน การสื่อสารที่ชัดใส สนทนาด้วยเสียงที่ชัดใสจากไมโครโฟนป้องกันเสียงรบกวน ไมโครโฟนมีไฟสัญญาณ LED คุณจึงทราบว่าไมโครโฟนปิดเสียงไว้หรือไม่ เมื่อไม่ได้ใช้งาน จะสามารถพับเก็บไมโครโฟนเข้ากับหูฟังอย่างมิดชิด G633 มีคุณสมบัติพกพาสะดวก ประกอบด้วยสายเชื่อมต่อโมบายล์ที่รวมไว้ และไมโครโฟนอินไลน์สำหรับอุปกรณ์พกพา เมื่อคุณไม่ต้องการให้ปลายไมโครโฟนอยู่ตรงใบหน้าของคุณ       วัสดุเนื้อนุ่ม ระบายอากาศ ความสะดวกสบายที่ยาวนาน G633 Artemis Spectrum ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการเล่นเกมอย่างยาวนาน วัสดุผ้าตาข่ายแบบใหม่ที่ใช้ในที่ครอบหูและแถบคาดศีรษะมีลักษณะอ่อนนุ่มและระบายอากาศ เพิ่มความสะดวกสบายสูงสุด ที่ครอบแบบปิดหูของ G633 Artemis Spectrum ได้รับการออกแบบเพื่อให้สวมปิดรอบหูโดยไม่มีแรงกดทับต่อเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่ม ในการทำความสะอาดชุดหูฟัง สามารถถอดที่ครอบหูออกจากชุดหูฟังและซักล้างได้   สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้าน Advice กว่า 350 สาขาทั่วประเทศ ราคา 4,890 บาท (ราคา ณ วันที่ 19 มกราคม 2560) หรือสนใจสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ : https://goo.gl/IKVOfV

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Ventus X RGB เม้าที่จะเสริมความแม่นยำให้กับคุณด้วย Sensor แบบ Optical และความละเอียด 12,000 DPI ด้วยปัจจุบันผู้เล่นเกมส์แนว Fps ได้หันมากลับมาใช้ เม้า Sensor แบบ Optical กันเป็นส่วนมากเนื่องจากความเสถียรของ Sensor จึงทำให้ผู้พัฒนาสินค้าของ Tt eSPORTS นั้นหันกลับมาใช้ Sensor แบบ Optical Tt SPORTS Ventus X RGB นั้นยังยึดด๊ไซน์เดิม ที่เป็นเม้าทรงที่ตอบโจทย์สำหรับเหล่าเกมเมอร์แนว Fps หรือ เป็นเม้าทรงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่จุดเด่นสำคัญคือ Sensor ที่เปลี่ยนสไตล์กลับมาใช้แบบ Optical sensor เพื่อป้องกันการข้อผิดพลาดของเคอร์เซอร์ สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในตัวเม้า ARM BASED 32 BIT MICROCONTROLLER ที่คอยช่วยในเรื่องของการประมวลผลค่าความละเอียดของ Cursor เม้า POWERFUL 12,000 DPI และ Sensor จาก PIXART PMW-3360 OPTICAL SENSOR UP TO 12,000 DPI ที่จะเพิ่มความละเอียดให้กับตัว Ventus X RGB สามารถปรับ DPI ได้ตั้งแต่ 100 – 12000 DPI Japanse brand Omron switch ที่เป็นสวิชท์แบบ Omron จากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจาก สวิชท์แบบ Omron นั้นมีด้วยกันหลายเกรดทาง Tt eSPORTS จึงได้ไปค้นหาสวิชท์ที่มีความทนทาน มาเพื่อรองรับการกดจริง POWERFUL CUSTOMIZATION Control Ventus X RGB มาพร้อมกันทั้งหมด 6 ปุ่ม สามารถตั้งมาโครได้ทุกปุ่มรวมถึง ปุ่มสำหรับปรับเปลี่ยน โปรไฟล์หรือเพิ่มลด DPI เม้าได้อีกด้วย RGB 16.8 ล้านสี ที่สามารถใช้งานได้ 3 Mode ด้วยกัน Static , Pulse , Spectrum running ADJUST WEIGHT SYSTEM เป็นหนึ่งสิ่งสำคัญของเม้าเลยก็ว่าได้นั้นคือ สามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักเม้าเพื่อเพิ่มความถนัดในการใช้งานให้มากขึ้นได้โดย ด้านใต้จะมีที่ใส่ตุ้มถ่วงน้ำหนักอยู่จำนวน 3 ช่อง สามารถถอดเข้าออกได้เพื่อความต้องการของน้ำหนัก โดยมาตรที่ทาง Tt eSPORTS ให้มาแต่ละก้อนจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 4.5 กรัม Tt  eSPORTS Ventus X RGB นั้นมากับฟังค์ชั่นเสริมมากที่ ทาง Tt eSPORTS by Thermaltake ได้ใช้ความละเมียดละมัยในการออกแบบ ซึ่ง Tt eSPORTS Ventus X RGB จะมาในราคาเพียง 1,890 บาท และ มีการรับประกันถึง 2 ปีอีกด้วย

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Seagate ทำการปิดโรงงานผลิต Harddisk ที่อยู่ในเมืองซู่โจว ประเทศจีนแล้ว โดยโรงงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดที่เปิดทำการอยู่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าเมื่อปิดโรงงานที่ใหญ่ที่สุด กำลังการผลิตก็ลดลงตามไปด้วย ทาง Seagate คาดว่าจะลดกำลังการผลิตฮาร์ดดิสก์จากไตรมาสละ 55 - 60 ล้านลูก เหลือเพียงไตรมาสละ 35 - 40 ล้านลูกเท่านั้น เนื่งอจากความต้องการในปัจจุบันลดลง สวนทางกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง SSD ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันโน้ตบุคสมัยใหม่มาพร้อมกับ SSD หรือเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานกว่า (และประสิทธิภาพต่ำกว่า) อย่าง eMMC ทำให้ยอดขายของ Harddisk ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนสมัยที่พีคมากๆ เช่นแต่ก่อน แน่นอนว่าการปิดโรงงานนั้นมีเป้าหมายเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สิ่งที่ตามมาก็คือจะมีการปลดคนงานราวๆ 2,200 คน หลังจากปีที่แล้วปลดพนักงานทั่วโลกกว่า 8,000 คน ยังไม่แน่ชัดนักว่าโรงงานนี้ทาง Seagate จะเอาไปทำอะไรต่อ โดยโรงงานนี้ Seagate ได้มาจากการเข้าซื้อบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์คู่แข่งอย่าง Maxtor เมื่อปี 2006 คาดว่า Seagate คงไม่หันไปผลิต SSD เต็มรูปแบบ 100% ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน เพราะการเปลี่ยนจากผู้ผลิต Harddisk รายใหญ่ของโลกไปเป็นผู้ผลิต SSD รายใหญ่ของโลกนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างแน่นอน