[Razer] เปิดตัวโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกม Blade 14 รุ่นประจำปี 2017 มาพร้อมกับ Intel Kaby Lake

ข่าวไอที / [Razer] เปิดตัวโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกม Blade 14 รุ่นประจำปี 2017 มาพร้อมกับ Intel Kaby Lake

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/02/17 | เข้าชม 573 ครั้ง

ดูเหมือนกับว่าการอัพเดทสเปคใหม่ประจำปี 2017 ของทาง Razer กับโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเหมรุ่น Blade 14 นั้นจะเร็วมากไปหน่อยหล่ะครับ เพราะว่ากันตามตรงแล้วนั้น Blade 14 พึ่งจะเปิดตัวออกมาอย่างเป็ยทางการในเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมาเท่านั้น นับกันแล้วยังไม่ถึง 6 เดือนเต็มเลยหล่ะครับ อย่างไรก็ตามการออกมาอัพเดทใหม่นี้น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะไม่อย่างนั้นแล้ว Blade 14 ก็จะดูตกรุ่นไปเลยหล่ะครับ

สำหรับการอัพเกรดในครั้งนี้นั้น หลักๆ เลยก็จะเป็นหน่วยประมวลผลสถาปัตยกรรม Kaby Lake ที่คู่แข่งนั้นปล่อยออกมากันหมดแล้ว โดยบน Razer Blade 14 จะมาพร้อมกับ Core i7-7700HQ  ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานอยู่ที่ 2.8 GHz และที่ Turbo boost อยู่ที่ 3.8 GHz สเปคในส่วนอื่นๆ นั้นเรียกได้ว่าน่าจะเหมือนเดิมหมดทุกอย่างดังต่อไปนี้ครับ

  • หน่วยความจำ(RAM) สูงสุดสามารถเลือกได้ที่ 16 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในเป็นแบบ SSD ความจุเริ่มต้นอยู่ที่ 256 GB
  • หน้าจอจะมีทั้งรุ่นที่มาพร้อมกับความละเอียดระดับ 1080p และ 4K(รองรับการสัมผัส) มาให้เลือก
  • ชิปกราฟิก NVIDIA GeForce GTX 1060

เนื่องด้วยสเปคที่ไม่ได้ต่างจากของเดิมมากนัก ดังนั้นเรื่องของราคาเองก็ไม่ได้ต่างมาก โดย Razer Blade 14 รุ่นอัพเดท 2017 นั้นจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $1,899 หรือประมาณ 66,500 บาท แพงกว่ารุ่นเดิมอยู่ $100 หรือประมาณ 3,600 บาท ซึ่งถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรมากแล้วหล่ะก็ เก็บเงินไว้รอตอนที่ทาง Razer อัพเกรดแบบจัดเต็มมากกว่านี้ออกมาจะดีกว่าครับ

หมายเหตุ – หน่วยประมวลผลของรุ่นใหม่และรุ่นเก่ามีความเร็วต่างกัน 200 MHz และส่วนของเทคโนโลยีที่ Kaby Lake นั้นรองรับการเข้าและถอดรหัสไฟล์วีดีโอแบบ H265 ในตัวครับ

 

ที่มา : https://notebookspec.com


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Virtual Reality เป็นเทรนด์สำหรับโลกอนาคตที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา และยังไม่มีคอนเทนต์เด็ดๆ สร้างความแตกต่างหรือน่าสนใจจนทุกคนต้องซื้อมาใช้ให้ได้ รวมไปถึงอุปกรณ์ในปัจจุบันก็ยังคงมีราคาแพงอยู่ด้วย Qualcomm ได้เปิดตัวโครงการ Qualcomm HMD Accelerator Program และอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Virtual Reality Developer Kit เพื่อผลักดันให้ VR แจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น โดยฝั่งโรงงานก็จะสามารถพัฒนาหมวก VR ได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลง และคุณภาพที่ดีขึ้น  ขณะที่ VR Dev Kit จะทำให้ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา เช่นเกมส์ หนัง หรือสิ่งอื่นๆ ที่ใช้งานอยู่บน VR สามารถพัฒนาได้ง่ายขึ้น VR Developement Kit นี้จะใช้หน้าจอประเภท AMOLED ที่ความละเอียด QHD (2560 x 1440) หน่วยประมวลผล Snapdragon 835, RAM 4GB และชิปเสียง Qualcomm WCD9335 และ Track Pad ด้านขวาของหมวกเพื่อควบคุมการใช้งาน ตัวหมวกมีตัวจับการเคลื่อนไหวหกทิศทาง และกล้องหน้าสำหรับภาพขาวดำ 1 Megapixel อีกสองตัว (เป็นเลนส์แบบ Fish Eye) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อรอบๆ ตัวเองได้ ตามกำหนดแล้วคาดว่า Qualcomm จะพร้อมส่งมอบหมวกนี้ให้กับผู้ผลิต และผู้พัฒนาเนื้อหาสำหรับ VR ได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้   ที่มา : https://www.overclockzone.com/news/6960

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ตั้งแต่ Nokia ได้เปิดตัวมือถือยอดฮิตอย่าง 3310 เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2000 มันก็ถูกขายไปทั้งหมดกว่า 126 ล้านเครื่อง .. ยุคนั้นตอนที่เรายังไม่มี Smartphone ใช้ .. ไม่มี Android ไม่มี iPhone เรียกได้เลยว่าเป็นยุคทองของโทรศัพท์จากทาง Nokia ที่มากับฟีเจอร์เด็ดๆที่ทุกคนต้องเคยได้ใช้งานบ้างอย่าง "เกมส์งู" เกมส์อมตะ ที่ยังมีคนพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ / มือถือในตำนานอย่าง Nokia 3310 ตอนนี้ก็พร้อมกลับมาคืนความทรงจำเมื่อ 17 ปีที่แล้วอีกครั้ง ด้วยรูปแบบใหม่ที่คงคอนเซ็ปต์เดิม แต่มีฟีเจอร์เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน แต่คราวนี้จะมากับระบบ Nokia's Series 30+ และจอสี 2.4" ความละเอียด QVGA และกล้อง 2 ล้านพิกเซล .. อ่อ ที่สำคัญ ใส่ MicroSD Card ได้ด้วยนะ ! เห็นสเป็คแบบนี้แล้ว หลายๆคนอาจจะมองว่า เฮ้อออ .. ไม่สมกับที่รอคอยเลย ไม่แรงเลย กลับมาอีกครั้งทำไมไม่ทำให้มันเจ๋งๆ .. แต่อย่าลืมนะครับ คอนเซ็ปต์ของ Nokia 3310 นั้นไม่ใช่ Smartphone แต่ว่าเป็นเพียง Feature Phone ที่เรื่องความเร็วในการประมวลผลหรือสเป็คอะไรต่างๆนั้นต้องมาเป็นประเด็นหลัก และเพื่อให้ตรงคอนเซ็ปต์ของรุ่นเดิม ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานเรื่องความถึก ทนทาน รุ่นนี้ก็จะยังคงเน้นจุดนั้นเช่นเดียวกัน เพียงแค่จะบางลง เล็กลง และน้ำหนักเบาลง พร้อมกับมีสีใหม่ให้เลือกหลายสี อย่างเช่น Glossy Yellow และ Glossy Red หรือว่าจะเน้น Theme เดิมอย่าง เทาด้าน และ สีน้ำเงินเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นก็มีมาให้เช่นกัน ทางด้านการใช้งานทั่วๆไปอย่างเช่นการเล่นอินเตอร์เน็ตนั้นก็ยังสามารถทำได้เหมือนกับ Feature Phone รุ่นหลังๆ โดยเจ้า 3310 นี้ก็จะมี Opera Mini ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน / และเรื่องอายุของแบตเตอรี่นั้นก็ไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใด ในเมื่อมันเป็น Feature Phone ก็ไม่จำเป็นต้องมาเปลืองแบตกับแอพ Social Media อย่างเช่น Facebook เหมือนกับ Smartphone แต่อย่างใด ซึ่งตรงนี้ทาง Nokia ก็ได้เคลมอายุการใช้งานแบบเปิดเครื่อง Stand-by ไว้ที่ 31 วัน (1 เดือนเลยนะ !!) หรือว่าถ้าเป็นการสนทนาโทรศัพท์ต่อเนื่องก็ทำได้ที่ 22 ชั่วโมง (คุยกันให้ตายไปข้างนึงเลย)  อ่อ สำหรับคนที่ยังคิดถึงเกมส์งูสมัยที่เครื่อง Nokia 3310 รุ่นแรกนั้นยังฮิตอยู่ ตอนนี้ Nokia ก็ได้เอาเกมส์สุดคลาสสิคนั้นเข้ามาใส่ในรุ่นใหม่นี้ด้วยเช่นกัน แต่จะมีการปรับแต่งหน้าตาของตัวเกมส์ใหม่ ให้ดูทันสมัยมากขึ้น (อันนี้ก็ไม่รู้ว่าผู้ใช้จะชอบหน้าตาแบบใหม่หรือเปล่านะ)  สุดท้ายแล้วก็คือเรื่องราคาและวันวางจำหน่ายครับ .. ทาง Nokia ก็ได้แจ้งมาว่าจะวางขายในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ด้วยราคา $52 หรือประมาณ 1,8xx บาท   ที่มา : https://www.overclockzone.com/news/6971

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
สวัสดีชาวโอเวอร์คล๊อกโซน ในยุคที่อินเตอร์เน็ตตามบ้านแบบ Fiber นั้นเริ่มต้นที่เดือนละ 590 บาท ก็เริ่มเห็นกันแล้ว แต่ในอีกหลายๆพื้นที่อินเตอร์เน็ตแบบ Fiber นั้นยังเข้ามาไม่ถึง ซึ่งในส่วนของเทคโนโลยี ADSL และ VDSL ก็ยังมีความนิยมในการใช้งานอยู่พอสมควร แน่นอนว่าทางเลือกของอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี VDSL แบบ All In One นั้นมีตัวเลือกไม่มากมัก วันนี้เราก็จะพามาพบเจอกับ NETGEAR D6220 AC1200 WiFi VDSL/ADSL Modem Router อุปกรณ์เครือข่ายแบบตัวเดียวเบ็ดเสร็จที่รองรับกับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเทคโนโลยี ADSL และ VDSL รวมไปถึงยังรองรับกับการนำไปใช้งานร่วมกันเทคโนโลยี Fiber ได้ในอนาคต ทางด้านเครือข่ายภายมานั้นมาแบบจัดเต็มประสิทธิภาพด้วย Wireless AC1200 แบบ Dual Band พร้อมกับ Gigabit Ethernet ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานด้านการสตรีมมิ่ง ,การแชร์อุปกรณ์ทางพอร์ต USB ,การเล่นเกม และ การใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง บนพื้นฐานทางด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานในยุคสมัย 2017 NETGEAR D6220 ทางด้านการเชื่อมต่อไร้สายของนั้นที่เป็นมาตรฐาน AC1200 จะแบ่งออกเป็นในย่านความถี่ 2.4Ghz ที่มาตรฐาน Wireless-N 300Mbps และ ในย่านความถี่ 5Ghz ที่มาตรฐานสูงสุด Wireless-AC 867Mbps ที่ยังสามารถตอบโจทย์ในการใช้งานลูกข่ายจำนวนมากในเวลาเดียวกันอีกด้วย   Package & Bundled   แพ็คเกจที่มาในสไตล์ของ NETGEAR D6220  ที่ธีมสีขาวตัดกับสีม่วง ที่มีการบ่งบอกรายละเอียดความเป็น NETGEAR D6220 อย่างชัดเจน แพ็คเกจเป็นภาษาอิตาลีที่แสดงว่าบ้านเราใช้ของมาตรฐานเดียวกันกับในประเทศกลุ่ม EU อย่างไม่ต้องสงสัย ของในชุดจะมีคู่มือการใช้งานเบื้องต้น หม้อแปลงไฟ , สายแลน และ ตัวแยกความถี่สัญญาณ DSL   Design & Detail มาถึงภายนอกของ NETGEAR D6220 รูปทรงที่ดูแปลกตาจาก Router ของ NETGEAR โมเดลอื่นๆ มียังคงสไตล์ของ NETGEAR ที่ใช้บอดี้ภาพนอกด้วยพลาสติกสีดำผิวกึ่งด้าน จุดการแสดงสถานะการทำงานที่จะอยู่ล่าง ที่มีการแสดงสถานะการทำงานเอาไว้อย่างครบถ้วน ไฟแสดงสถานะที่เป็นเขียวในกรณีที่มีปัญหาจะเป็นไฟสีแดง ส่วนด้านซ้ายที่เป็นไฟสีขาวนั้นไปแสดงสถานะของ WiFi และ WPS ที่จะเป็นปุ่มเปิดปิดหรือเรียกใช้งานในตัว รูปทรงที่ดูโดยรวม โดดเด่นแปลกตาแต่มีความเป็น NETGEAR เสาอากาศภายนอกมีมาสองต้น ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยขนาดน่าจะอยู่ประมาณ 4-5 dBi ด้านล่างที่มีช่องระบายอากาศเต็มพื้นที่ โดย NETGEAR D6220 สามารถใช้งานในลักษณ์ของการวางบนโต๊ะ ที่มีฐานรองวางติดมาทั้งสี่มุม รวมไปถึงยังออกแบบให้สามารถแขวนหรือห้อยได้โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆ ด้านหลังที่จะมี DSL Port , USB 2.0, 10/100/1000 Mbps Lan Port 4 พอร์ต, 1000/10/100 Mbps Wan Port , Reset Button และ Power On/Off Button

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ตอนนี้นั้นในวงการนักเล่นเกมนอกเหนือไปจากฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จะสำคัญมากแล้วนั้น หน้าจอหรือมอนิเตอร์ที่ใช้ร่วมกันกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ ล่าสุดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักเล่นเกมสายโหดทาง ASUS ก็ได้ทำการเปิดตัวมอนิเตอร์รุ่น ROG Swift PG258Q ออกมาเพื่อที่จะเอาใจนักเล่นเกมโดยเฉพาะครับ ASUS ROG Swift PG258Q นั้นมีสเปคหลักๆ ดังต่อไปนี้ครับ หน้าจอขนาด 24.5 นิ้วใช้พาเนลแบบ TN รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 1080p รองรับเทคโนโลยี G-Sync ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 400 nits Contrast Ratio 1000 : 1 refresh rate อยู่ที่ 240 Hz response time อยู่ที่ 1 ms(แบบ GTG) พร้อมกับเทคโนโลยี Nvidia ultra low-blur มาพร้อมดีไซน์ไร้ขอบ(ซึ่งทำให้โลโก้ของ ROG ไปอนยู่ตรงด้านหลังเครื่องบริเวณฐานตั้ง โดยมีจุดเด่นตรงที่ว่าผู้ใช้สามารถดึงเอาออกไปได้แล้วใช้ฝาครอบที่ปริ้นท์แบบ 3 มิติ มาทำการครอบได้เอง) รองรับเทคโนโลยี NVIDIA 3D Vision 2 มาพร้อมเทคโนโลยี NVIDIA 3D Lightboost ที่จะช่วยเร่งความสว่างเมื่อใช้เล่นภาพ 3 มิติโดยที่ไม่ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม ASUS ROG Swift PG258Q นั้นพร้อมวางจำหน่ายแล้วในโซนตะวันตก สนนราคาอยู่ที่ 620 Euros หรือประมาณ 23,040 บาท ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ถือว่าแพงมากนักครับสำหรับมอนิเตอร์สเปคดีแบบนี้(ติดตรงที่หน้าจอเป็นพาเนลแบบ TN นี่แหละครับทำให้มุมมองของหน้าจอไม่ดีมาก แต่เวลาเล่นเกมนั้นเชื่อว่าทุกท่านก็ต้องนั่งจ้องตรงกับหน้าจออยู่แล้วดังนั้นเรื่องมุมมองของหน้าจอไม่น่าจะเป็นปัญหาครับ)   ที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Google ได้ปล่อยอัพเดท Play Services 10.2 สู่สาธารณะแล้วโดยการอัพเดทนี้เป็นการประกาศถึงจุดสิ้นสุด Android 2.3 Gingerbread อย่างเป็นทางการ Android 2.3 นั้นเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2010 นับจนถึงปัจจุบันก็ 7 ปีแล้วการที่ Google จะตัดการให้บริการออกก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก โดยการอัพเดทครั้งนี้จะมีผลกับฝั่งนักพัฒนาที่ไม่สามารถพัฒนาแอพให้รองรับกับระบบปฏิบัติการเก่าๆ ได้แล้ว แม้ว่าจะตัดการรองรับระบบปฏิบัติการเก่าออกไป แต่ก็มีการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาด้วย (สำหรับฝั่งนักพัฒนา) เช่นการปล่อย API ให้กับแอพ Google Fit เช่นสามารถบันทึกข้อมูลใหม่ๆ อย่างความดัน น้ำตาลในเลือด ได้ด้วย ซึ่งน่าจะถูกใช้งานกับแอพประเภทสุขภาพและอุปกรณ์สวมใส่ รวมไปถึงการให้บริการ Google Play Games ที่สามารถบันทึกเซฟไฟล์ หรือใส่โฆษณาลงไปในเกมส์เพื่อหาเงิน โดยรวมแล้วสำหรับฝั่งผู้ใช้งาน ผู้ที่ยังคงใช้ Android 2.3 Gingerbread จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Google ได้แล้ว และแอพที่ใช้บริการ Google อยู๋ในตัวก็จะไม่สามารถใช้งานได้ด้วย และจะไม่ได้รับการอัพเดทแล้วเนื่องจากเชื่อมต่อ Google Play ไม่ได้นั่นเอง   ที่มา : https://www.overclockzone.com/news/6916