ข่าวไอที / [Review] GIGABYTE AORUS Z270X-Gaming 7 เมนบอร์ดสุดสตรอง ฟีเจอร์แน่น เพื่อคอเกมและนักโอเวอร์คล็อก

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/04/19 | เข้าชม 485 ครั้ง

กลับมาอีกครั้งสำหรับความยิ่งใหญ่ของเมนบอร์ดในตระกูล Gaming ที่ปัจจุบันใช้เป็น AORUS ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ในกลุ่มของเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อกได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์ที่อัดแน่นมาในตัว เช่นเดียวกับเมนบอร์ด GIGABYTE AORUS Z270X-Gaming 7 ที่นำมาพรีวิวในครั้งนี้ ต้องเรียกว่าจัดเต็มทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์และการสนับสนุนอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้อย่างครบครัน รองรับแรม DDR4 4000+, RGB Fusion, Killer LAN E2500 และ Thunderbolt 3 ก็จัดว่าแรงจนหยุดไม่อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อีกหลายสิ่งที่คุณจะต้องหลงรักในเมนบอร์ด AORUS Z270X-Gaming 7 รุ่นนี้

Gigabyte Z270X-Gaming 7-4

Specification:

  • Supports 7th/ 6th Generation Intel® Core™ Processors
  • Dual Channel Non-ECC Unbuffered DDR4, 4 DIMMs, DDR4 4133+(OC)
  • Intel® USB 3.1 Gen 2 with USB Type-C™ and Type-A
  • 3-Way Graphics Support with Dual Armor and Ultra Durable™ Design
  • Triple NVMe PCIe SSDs in RAID 0 Support
  • NVMe PCIe Gen3 x4 U.2 Connector
  • Dual Ultra-Fast M.2 with PCIe Gen3 x4 & SATA interface
  • Intel® Optane™ Memory Ready
  • Creative® Sound Core3D™ with SBX Pro Studio Audio Suite
  • Killer™ E2500 Gaming Network + Intel® Gigabit LAN
  • USB DAC-UP 2 with Adjustable Voltage
  • RGB FUSION with Multi-Zone LED Light Show design
  • Swappable Overlay for Accent LED
  • Smart Fan 5 features Multiple Temperature Sensors and Hybrid Fan Headers
  • 2 External Thermistors Headers with 2 Included Thermistors
  • Extreme 40 Gb/s Thunderbolt™ 3
  • GIGABYTE UEFI DualBIOS™
  • APP Center Including EasyTune™ and Cloud Station™ Utilities

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-11GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-12GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-13GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-14GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-15GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-16GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-18GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-19GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-20GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-21GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-0GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-1GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-3GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-4GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-5GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-6GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-7GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-8GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-9GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-10

ฟังก์ชั่นและการออกแบบ

Gigabyte Z270X-Gaming 7-1

Gigabyte Z270X-Gaming 7-2

สำหรับแพ็คเกจกล่องและการดีไซน์ ยังเป็นรูปเหยี่ยว AORUS พร้อมโชว์ฟีเจอร์มากมายด้านหลังกล่อง พร้อมรายละเอียดตามสไตล์ของกล่องเมนบอร์ดที่ไม่ค่อยเปลี่ยนไปนักสำหรับ GIGABYTE แต่ก็ช่วยอธิบายสิ่งต่างๆ ได้ดี สำหรับคนที่อยากเห็นข้อมูลเบื้องต้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ของ RGB และการต่อพ่วงอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ เห็นแล้วอยากได้เลย

Gigabyte Z270X-Gaming 7-3

บรรดาของที่มีมาให้ในกล่องก็ถือว่าเยอะทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายสัญญาณ คู่มือ สายรัด แผ่นปิดหลังและ HB Bridge

Gigabyte Z270X-Gaming 7-5

มาถึงดีไซน์กันบ้างดีกว่า สังเกตได้ว่าเวลานี้เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะจับโทน ขาว-ดำมาใช้เป็นหลัก ส่วนหนึ่งก็เพราะให้สามารถขับแสง RGB สวยๆ ออกมาได้เด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งบอร์ดรุ่นนี้มีไฟมาเยอะจริงๆ ตั้งแต่ครอบปิดพาแนล ซิงก์ชิปเซ็ต ด้านข้างขวา สล็อตแรมและตามจุดต่างๆ บนบอร์ด

20161101202639_big

โดยที่ชุดไฟ RGB เหล่านี้ สามารถปรับแต่งได้บน RGB Fusion ซึ่งเลือกให้แสดงผลได้หลายรูปแบบ ทั้งการ Random, Music, Static, Flash หรือจะเป็นแบบ Cycle คือหมุนวนไปเรื่อยๆ ก็ได้เช่นกัน

Gigabyte Z270X-Gaming 7-21

Gigabyte Z270X-Gaming 7-8

ตรงสล็อตแรม ก็ถถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของบอร์ดรุ่นนี้ เพราะจัด RGB มาให้ด้วย รองรับการปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์ เมื่อเวลาที่ใช้จะเป็นแสงเรืองออกมาจากด้านใต้แรม ดูแล้วสวยงามจริงๆ

Gigabyte Z270X-Gaming 7-9

แผงปิดพาแนลด้านบน มาพร้อมโลโก้ AORUS ภายใต้พลาสติกสีขาว แถบด้านใต้ตัวอักษรเป็นสีของ RGB เช่นกัน โดยมีซิงก์พร้อมฮีตไปป์ช่วยในการระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟ ด้านบนเมนบอร์ด

Gigabyte Z270X-Gaming 7-11

สล็อต PCI-Express นี้ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ GIGABYTE ใส่ความเป็น Steel Slot เพิ่มความทนทานแข็งแกร่งให้กับการใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดขนาดใหญ่ น้ำหนักมากๆ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องของแรงดึงรั้งจากการ์ดให้เกิดความเสียหาย โดยเรียกว่า Ultra Durable PCIe Armor ด้วยแผ่นสแตเลสชิ้นเดียวครอบลงไปบนสล็อต พร้อมตัวล็อคและจุดยึดที่แข็งกว่าเดิม ทำให้รองรับน้ำหนักของการ์ดได้มากกว่าเดิมหลายเท่า ตัวสล้อต PICe มีให้ถึง 3 สล็อต รองรับการทำงานได้ที่ X16/x8/x4

Gigabyte Z270X-Gaming 7-12

ระบบเสียงได้จาก Creative® Sound Core 3D รองรับการทำงานระบบ Surround sound 5.1-channel ให้พลังเสียงจัดเต็มสำหรับการเล่นเกม ดูหนัง

Gigabyte Z270X-Gaming 7-13

สมเป็นเมนบอร์ดที่จัดเต็มมาในทุกเรื่อง เช่นเดียวกับ U.2 Onboard (NVMe PCIe Gen3 x4) ที่รองรับการทำงานร่วมกับ SSD Intel 750 series เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นกว่าการใช้ SSD ปกติอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะเป็นแบบ Optional แต่ทาง GIGABYTE จัดมาให้บนบอร์ดเรียบร้อย

Gigabyte Z270X-Gaming 7-14

นอกจากนี้ยังมีพอร์ต SATA Express มาให้อีก 3 ชุด เท่ากับใช้งาน SATA ได้ถึง 8 ชุดด้วยกัน ยังไม่รวม M.2 อื่นๆ ที่ใส่ให้บนเมนบอร์ดอีก 3 ชุด

Gigabyte Z270X-Gaming 7-15

พอร์ตด้านหลังมีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1, 3.0, Dual Killer LAN, Sound และยังแถม PS/2 มาให้อีกด้วย ที่สำคัญ GIGABYTE ยังจัดพอร์ต Tunderbolt3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลที่เหนือกว่า เหมาะกับการย้ายหรือถ่ายข้อมูลไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Gigabyte Z270X-Gaming 7-16

สล็อต M.2 มีมาให้สองชุด Dual Ultra-Fast NVMe PCIe Gen3 x4 M.2 จุดแรกอยู่ตรงด้านข้างสล็อต PCIe แถวบนสุด จุดที่สองอยู่ติดกับ PCIe สล็อตล่างสุด เท่ากับว่าเมนบอ์ดรุ่นนี้ มีสล็อตสำหรับ Storage ความเร็วสูงให้ถึง 3 อย่างด้วยกันคือ U.2, M.2 และ PCI-Express

Gigabyte Z270X-Gaming 7-18

บนเมนบอร์ดสนับสนุนการทำงานทั้ง NVIDIA® Quad-GPU SLI™ and 2-Way NVIDIA® SLI™ และ AMD Quad-GPU CrossFireX™ and 3-Way/2-Way AMD CrossFire™

Gigabyte Z270X-Gaming 7-19

คอนโทรลเลอร์ Turbo B-Clock ช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการโอเวอร์คล็อกและปรับช่วงสัญญาณนาฬิกาได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ 90-500MHz ซึ่งขึ้นอยู่กับซีพียูและการปรับแต่งในแต่ละรุ่น

 

Conclusion

Gigabyte Z270X-Gaming 7-17

ไฮไลต์สำคัญของเมนบอร์ดรุ่นนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับซีพียู Intel Skylake หรือ Kaby Lake เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ทาง GIGABYTE เลือกสรรมาให้กับเกมเมอร์หรือผู้ใช้ในกลุ่มเอ็กซ์ตรีมได้ใช้งานกันแบบเต็มๆ สำหรับ AORUS Z270X-Gaming 7 รุ่นนี้ รวมถึงแสงสีต่างๆ จาก RGB ที่เรียกว่าเป็นแฟชั่นของเมนบอร์ดยุคนี้ไปแล้ว ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกง่ายขึ้น ด้วยการใส่ซอฟต์แวร์ สำหรับควบคุมหรือตั้งรูปแบบของแสงให้เป็นโพรไฟล์ สำหรับใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ที่น่าสนใจก็คือ การสนับสนุนแรม DDR4 ที่ทะลุ 4000MHz ไปแล้ว ให้คนที่ชอบโอเวอร์คล็อกได้ดันกันไปแบบสุดๆ เช่นเดียวกับตัวเลือกการจัดการข้อมูล ที่มีให้เลือกใช้มากมาย หากใครที่ชอบการทำงานที่รวดเร็ว ตัวเลือก M.2 หรือ PCI-Express ก็เป็นทางออกที่ดี ในการเพิ่มศักยภาพทั้งเก็บข้อมูลและบูตระบบ เช่นเดียวกับสล็อต PCI-Express ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ให้ความแข็งแกร่งสำหรับการ์ดรุ่นใหญ่ๆ โดยเฉพาะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการ์ดหรือสล็อตเบี้ยวได้ง่ายๆ ในภาพรวมต้องถือว่า GIGABYTE ใส่ใจในรายละเอียดได้ดีทีเดียวสำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ตั้งแต่องค์ประกอบบนเมนบอร์ด ไปจนถึงซอฟต์แวร์และการปรับแต่ง รวมถึงความแข็งแรง สำหรับเกมเมอร์หรือนักโอเวอร์คล็อก ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น และฟังก์ชั่นแบบครบๆ

จุดเด่น

  • มีฟังก์ชั่น RGB LED พร้อมปรับแต่งได้ด้วยซอฟต์แวร์
  • เพิ่มสล็อต U2 NVMe มาด้วย และให้ M.2 มาถึง 2 ชุดด้วยกัน
  • รองรับแรม DDR4 4000+ (OC)
  • เพิ่ม Smart Fan มาให้ถึง 8 จุด รองรับชุดปั้มน้ำได้

ข้อสังเกต

  • องค์ประกอบส่วนใหญ่ค่อนข้างใกล้กันมา บางครั้งอาจส่งผลต่อการติดตั้งหรืออัพเกรดอุปกรณ์อยู่บ้าง

ที่มา : https://notebookspec.com

คลิ๊ก!! สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในที่สุด AMD ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series ซึ่งทั้งสอง Series นี้ได้ถูกวางจำหน่ายออกมาก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็มีกระแสตอบรับจากผู้ใช้งานอย่างมากมาย และแน่นอนว่างานเปิดตัวของทั้งสอง Series นี้ย่อมน่าสนใจไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์ เพราะทาง AMD ได้จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “I’am Siam RYZEN” ณ ลานเอเทรียม 1 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งภายในงานนอกจากการเปิดตัวของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series แล้วยังมีกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกกันอีกมายมาย ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 23 เมษายน นี้ พร้อมของแจกในงานอีกมากมาย บรรยากาศภายในงานนั้นเป็นไปอย่างคึกคัก โดยวันแรกที่จัดขึ้นก็ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างมากมาย ทั้งกิจกรรมหน้าเวที และกิจกรรมตามบูธต่าง ๆ โดยนอกจากสื่อแล้ว ยังมีบุคคลทั่วไป แฟน ๆ AMD รวมไปถึงชาวต่างชาติ ต่างก็ให้ความสนใจกับงานนี้เป็นอย่างมาก โดยผู้ที่มาร่วมสนุกภายในงานสามารถลงทะเบียนที่หน้างานเพื่อรับเสืัอยืด และบัตรสะสมแต้ม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตามบูธต่าง ๆ สะสมแต้มให้ครบ เมื่อครบแล้วสามารถลุ้นรางวัล Lucky Draw ได้ทุก ๆ ชั่วโมง ส่วนของรางวัลนั้นเรียกได้ว่าจัดเต็มมาก อาทิ การ์ดจอ CPU เมนบอร์ด รวมไปถึงของพรีเมียมต่าง ๆ ใครที่มางานนี้ไม่มีทางกลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน ส่วนกิจกรรมภายในงานเริ่มจากหน้าเวทีใหญ่ เดินเข้ามาทีแรกคิดว่างานวันเด็ก (ฮา) ก็เป็นกิจกรรมร่วมสนุกแข่งขันตอบคำถาม กับ 2 พิธีกรคู่หู ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีผู้ร่วมสนุกกันอย่างมากมาย ส่วนของรางวัลนั้นมีทั้งเสื้อ และกระเป๋าเป้จาก AMD งานนี้คนที่ได้ไปถือว่าโชคดีมาก ๆ ส่วนกิจกรรมหลักของงานนี้คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series โดยได้เชิญกลุ่มกลุ่มบริหารของ AMD มาร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากนั้นก็เป็นการพรีเซนต์รายละเอียดของผลิตภัณฑ์จากผู้บริหาร AMD เริ่มกันที่บูทแรกกับ GIGABYTE AORUS หลาย ๆ คนคงจะไม่คุ้นหูนัก แต่นี่คือชื่อแบรนด์เกมมิ่งของ GIGABYTE ที่กำลังทำตลาดอยู่ในขณะนี้โดยมีสินค้าที่น่าสนใจหลายรุ่น โดยที่เด่น ๆ นั้นจะเป็นเมนบอร์ด AORUS AX370 Gaming 5 เมนบอร์ดคุ้ม ๆ ที่มาพร้อมไฟ RGB โดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนเมนบอร์ดของแบรนด์ไหน อีกทั้งยังมีการ์ดจอ RX 500 Series ที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามภายใต้ชื่อ AORUS ที่โดดเด่นด้านการออกแบบชุดระบายความร้อน และมาพร้อม Back-plate ที่โดดเด่น นอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังช่วยเรื่องการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย ถัดมาที่บูธ MSI ซึ่งบูธนี้เค้าก็ได้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง VR ซึ่งสามารถให้ผู้ที่สนใจเข้ามารวมสัมผัสประสบการณ์ VR กันได้กับเกมที่ทาง MSI เตรียมไว้ให้ โดยเป็นการประมวลผลผ่านการ์ดจอ และ CPU ของ AMD เพื่อเป็นการการันตีถึงประสิทธิภาพว่าสามารถใช้งาน VR ได้อย่างดีเยี่ยม เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี ใครใครที่อย่างจะทดลองสัมผัสประสบการณ์  VR บอกได้เลยว่างานนี้ห้ามพลาด ส่วนผลิตภัณฑ์ของทาง MSI นั้นก็มีทั้งเมนบอร์ดรุ่นคุ้มอย่าง B350 Gaming  Pro CARBON นอกจากความคุ้มค่าแล้วยังมีการออกแบบที่สวยงามอีกด้วย รวมถึงการ์ดจอ RX500 Series ที่มาในซีรีส์ Gaming กับชุดระบายความร้อน Twin frozr VI จากทาง MSI เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบูธที่น่าสนใจไม่น้อย บูธถัดมากับ SAPPHIRE แบรนการ์ดจอที่หลาย ๆ คนคงจะคุ้นหูกันดี ซึ่งขนการ์ดจอ RX 500 Series มาเปิดตัวให้ได้ชมกันทุกรุ่น ด้วยหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของการ์ดจอแบรนด์นี้ รวมไปถึงประสิทธิภาพ การออกแบบ และราคาที่เป็นมิตร ทำให้การ์ดจอรุ่นนี้เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก การ์ดจอ SAPPHIRE NITRO+ RX 580 ตัวท๊อปรุ่นนี้มาพร้อมกับซิงก์ระบายความร้อนทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับพัดลมคู่ และ Back Plate โลหะสวยงาม ใครทีกำลังมองหาการ์ดจอเย็น ๆ แรงๆ เอาไว้เล่นเกมหรือขุด Bitcoin การ์ดจอรุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย มองมาที่ข้าง ๆ กันกับบูธ ASUS ซึ่งก็ได้ขนเมนบอร์ด Socket AM4 มาให้ชมกันถึง 2 รุ่น ทั้ง Prime X370 รุ่นคุ้ม ๆ ที่เป็นเมนบอร์ดระดับ Main Steam เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และเมนบอร์ดระดับ Hi-End อย่าง CROSSHAIR VI HERO ที่เน้นความเป็นเกมมิ่ง และความสวยงามโดดเด่นพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ในส่วนของการ์ดจอนั้นก็มีมาให้ชมกันถึง 2 รุ่นกับ ASUS RX550 การ์ดจอไซต์มินิรุ่นน้องเล็กราคาประหยัด กับการ์ดจอรุ่นพี่ ASUS ROG STRIX RX 570 ที่เน้นความสวยงาม ประสิทธิภาพการประมวลผล สำหรับบูธ ASUS ถือน่าสนใจไม่แพ้บูธไหนเช่นกัน มาต่อกันที่บูธของผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นแนวหน้าอย่าง ASROCK แน่นอนว่าบูธนี้เค้าก็ได้ขนกองทัพเมนบอร์ดมาให้ชมกันอย่างมากมายตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มอย่าง X370 Taichi และระดับกลาง ๆ อย่าง AB 350 Gaming K4 ที่เน้นความสวยงามโทนดำแดงรองรับ M.2 อีกทั้งยังสามารถรองรับการ OC ได้ในระดับหนึ่ง ภายในบูธยังเปิดให้ผู้ที่สนใจได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ CPU การ์ดจอ และ เมนบอร์ด ASROCK กับเกมแข่งรถแบบ Racing  Simulator และสำหรับบูธนี้ยังสามารถลุ้นรับโมเดล Baby Groot จากเรื่อง Guardians of the Galaxy ได้อีกด้วย อีกหนึ่งบูธในงานนี้กับการ์ดจอแบรนด์ดังชนิดหาตัวจับยาก PowerColor ก็มาเปิดบูธให้ได้ชมกันในงานนี้อีกเช่นกัน แน่นอนว่าผู้ร่วมงานสามารถทดสอบเล่นเกมที่ใช้การ์ดจอ แบรนด์นี้ในการประมวลผล เรียกได้ว่าทดสอบกันให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของการ์ดจอแบรนด์นี้ ทั้งหน้าตา วัสดุ และความแรง ไม่แพ้แบรนด์อื่นอย่างแน่นอน ก็ขนมาให้ได้ชมทุกรุ่นสำหรับการ์ดจอ Radeon RX 500 Series ของ PowerColor ตังแต่รุ่นน้องเล็กอย่าง RX550 จนถึงรุ่นพี่อย่าง RX580 เลยทีเดียว นอกหนือจากนี้ก็ยังมีบูธกิจกรรมของเกม Blade And Soul ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจากทางบูธสามารถลุนรับ Lucky Draw สุดพิเศษได้อีกด้วย และยังมีแรม PC แบรนด์ Xtreme พร้อมเคส MOD สวย ๆ มาให้ชมกันอีกด้วยสำหรับบูธนี้ เรียกได้ว่าใครที่เป็นแฟน AMD งานนี้ต้องห้ามพลาด รวมถึงบุคคลทั่วไปก็ยังสามารถเข้ามาร่วมงานนี้ได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย โดยงานนี้จะเปิดให้ร่วมเข้าชมงานและร่วมสนุกกับบูธต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อเป็นการอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ สัมผัสประสบการณ์ VR พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย และย้ำอีกครั้งสำหรับงาน “I’am Siam RYZEN” จัดขึ้น ณ ลานเอเทรียม 1 สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 23 เมษายน สำหรับผู้ที่สะดวก ไม่รู้จะไปไหน อยากหากิจกรรมดี ๆ งานนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาด เรียกได้ว่ามางานนี้ไม่มีมือเปล่ากลับบ้านแน่นอน และสุดท้ายก่อนจากกันไป ลากันด้วยรูปภาพเก็บตกจากเหล่าพริตตี้งาม ๆ ภายในงาน และเคส MOD สวย ๆ จาก MODDER ชื่อดังของประเทศไทย ขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ถ้า Power Bank ของคุณไม่ค่อยจะสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้นานเท่าไรหล่ะก็ วันนี้เราขอแนะนำ Power Bank แบตเตอรี่สำหรับรีชาร์จอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับพอร์ตจำนวนมากถึง 11 พอร์ตและมีความจุมากถึง 116,000mAh (412Wh) ที่มีชื่อว่า River จากทาง EcoFlow บริษัทน้องใหม่แต่หัวใจเกินรอยครับ River นั้นถึงแม้ว่าจะหน้าตาเหมือนหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก แต่เราก็คงไม่สามารถที่จะไปพิจารณาความสามารถของมันได้โดยใช้รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวครับ ว่าไปแล้วนั้นก็มาดูกันดีกว่าครับว่า River มีสเปคเป็นอย่างไรบ้าง ความจุ 412Wh (116,000mAh) โดยใช้ LG Chem 18650 lithium-ion cells กำลังไฟฟ้ารวม 500 watts ทั้ง AC + DC output พอร์ตเชื่อมต่อ 11 พอร์ต ประกอบไปด้วย 4 x USB (2x Quickcharge 2.0), 2x USB Type C, 2x AC Outlets, 2x DC Outlets (พร้อม adapters) และ 12V car socket น้ำหนัก 4.99 kg สัดส่วน 9.8 (height) x 6.3 (width) x 8.3 (length) นิ้ว มีตัวเลือกที่ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 50 W และ 21 W เวลาสำหรับชาร์จ River ถ้าใช้ wall charger จะเต็มภายใน 6 ชั่วโมงและขึ้นมาอยู่ที่ 80% ภายใน 4 ชั่วโมง, ชาร์จผ่านรถยนต์จะเต็มใน 9 ชั่วโมงและชาร์ผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เวลา 10 – 15 ชั่วโมง สามารถที่จะเก็บประจุเอาไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน 1 ปี กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP63 กันกระแทกตามมาตรฐาน UN38.3, FCC, CE, UL และ RoHs certifications มีวางจำหน่าย 2 สีคือดำและขาว โดยจะมีฐานยางในโมเดลสีดำ วางจำหน่ายทั้งรุ่นแรงดันไฟฟ้า 110V และ 220V ด้วยขนาดของมั้งนั้นคงจะใหญ่เกินไปสำหรับการจะพกเอาไปใช้ในสถานที่ที่ไม่ไกลมากนักอย่างเช่นพกไปทำงานนั้นก็คงจะดูแลกตากไปหน่อย ที่ทาง EcoFlow ต้องการสำหรับจุดประสงค์ในการใช้งานของ River นั้นก็คือการออกเที่ยวนอกสถานที่อย่างเช่นการไปตั้งแคมป์ยาวๆ เพราะ River จะสามารถตอบโจทย์ให้คุณได้อย่างแน่นอน สำหรับราคานั้นอยู่ที่ $599 หรือประมาณ 20,000 บาทขึ้นไปครับ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
 วันนี้มีโปรดักส์จากทางเจ้าพอเกมมิ่งโน๊ตบุ้คอย่าง msi มารีวิวให้ได้ชมกันครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่เกมมิ่งโน๊ตบุ้ค แต่เป็น mini PC Gaming ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ยัดเอาฮาร์ดแวร์ระดับเทพเข้ามาอยู่ในเคสขนาด 4.72 ลิตร และมีน้ำหนักแค่เพียง 3.17 กิโลกรัมเท่านั้นครับ โดยใช้หน่วยประมวลผลเป็น Intel Core i7 7700 ทำงานร่วมกับ Chipset Intel H110 และใช้เป็นกราฟฟิกส์การ์ด MSI GeForce GTX 1060 Gaming ที่มีหน่วยความจำแยกมาให้ถึง 3GB ในระดับ GDDR5 รองรับเทคโนโลยี VR เต็มรูปแบบ ส่วนหน่วยความจำของตัวเครื่องมีมาให้ 8GB 2400MHz SO-DIMMs ทำงานบน Windows 10 Home ที่มีมาให้ และใช้เป็น SSD จากทาง Kingston ในแบบ M.2 ในการรันการทำงานหลัก และสำรองข้อมูลด้วย Harddisk Toshiba ขนาด 2.5นิ้ว ความจุ 1TB สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไร้สายด้วย Intel Dual Band Wireless-AC 3168 และ Bluetooth 4.2 แล้วก็ยังมี RJ45 สำหรับเชื่อมต่อ Gigabit Lan (WGI219VIntel)) ได้อีกด้วย ในส่วนของด้านเสียงนั้น รองรับ 5.1 Channel HD Audio และฟีเจอร์ Nahimic audio enhancer สำหรับมัลติมีเดียโดยเฉพาะ ในส่วนของดีไซน์นั้นต้องไปชมพร้อมๆกันครับ แล้วก็มีบททดสอบความแรงของเจ้าคอมจิ๋วเครื่องนี้มาให้ชมกันในแบบเต็มๆ ถ้าพร้อมแล้วเชิญรับมชมกันได้เลยครับ กับ MSI Trident - The world's smallest true gaming PC VDO พรีเซ้นท์ของเจ้า Trident ครับ ตัวแพ็คเกจเป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำ ด้านหน้ามีรูปตัวอย่างของเจ้า Trident และฟีเจอร์ต่างๆสกรีนมาให้รอบๆกล่อง   เมื่อเปิดกล่องออกาก็จะเจอกับ Adapter และสาย AC กินไฟสูงสุด 230W (AC) เท่านั้นครับ พร้อมฐานพลาสติกเนื้อหนา สำหรับตั้งเครื่องในแนวตั้ง   เจ้า Trident ถูกแพ็คมาในซองผ้าอย่างดีสำหรับกันรอย   วัสดุหลักที่ใช้ เป็นโพลิเมอร์เนื้อหนาขุ่นสีดำด้านทั่วทั้งตัวเครื่อง โดยมีโครงสร้างหลักเป็นเหล็กชุบด้วยอลุมิเนียมและสีกันสนิม สัดส่วนตัวเครื่องอยู่ที่ 346.25 x 232.47 x 71.83 มิลลิเมตร   ด้านหน้ามีพอร์ต  USB 3.1 Gen 1 Type C มาให้ 1 พอร์ต , USB 3.1 Gen 1 Type A (with Super Charger 2)  อีก 1 พอร์ต และ Mic in / Headphone out อย่างละช่อง พร้อมด้วย HDMI out (VR Link) อีก 1 พอร์ต   มีโลโก้ msi ปั๊มแสต๊มป์เป็นสีดำเงาที่มุมขวาบนขงด้านหน้า   มีช่องสำหรับดูลมเข้ากราฟฟิกส์การ์ดมาให้ด้านหน้า   เมื่อตั้งบนฐานจะมีสัดส่วนเป็น 353.73 x 97.56 x 251.35 มิลลิเมตร   และมุมซ้ายบน มีเป็นโบโก้ี่เป็นโลหะของ G series ติดมาให้ หล่อลงตัวมากๆครับเจ้า Trident    มาดูด้านหลังกันบ้างครับ   กราฟฟิกส์การ์ดใช้เป็น MSI GeForce GTX 1060 Gaming 3GB GDDR5  ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้บน PC    ช่องระบายความร้อนจากหน่วยประมวลผลหลัก ด้วยพัดลม Fan Cooler และมีพอร์ตต่างๆมาให้ดังนี้ครับ 1 x USB 3.1 Gen1 Type A , 4 x USB2.0 , 1 x HDMI out 1 x HDMI in (connect Graphic card and front VR-Link port) ,3 x OFC Audio jacks และ 1 x RJ45  ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
          Samsung ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบผลิต 10 นาโนเมตรรุ่นที่สองแล้ว โดยกระบวนการนี้จะยังคงเป็นแบบ FinFET อยู่ ที่เพิ่มเข้ามาคือ 10LPP (Low Power Plus) ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 10% ขณะที่กินไฟน้อยลง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก Samsung กลายเป็นบริษัทแรกในวงการที่ผลิตชิป 10LPE ได้ (เทคโนโลยีใน 10nm Gen 1) โดย Samsung Galaxy S8 เองก็ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ส่วนเทคโนโลยี 10LPP (10nm Gen 2) นี้จะถูกใช้ในโรงงาน S3 ที่ฮวาซองในเกาหลีใต้ คาดว่าจะพร้อมผลิตจำนวนมากในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ทาง Samsung Foundry หวังเอาไว้ว่า 10LPP จะทำให้บริษัทเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักของชิปอุปกรณ์พกพาของโลกที่มีประสิทธิภาพสูุง ทั้งด้านการประมวลผล เน็ทเวิร์คไร้สาย ในอนาคต ที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เรื่องของเบราว์เซอร์กับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นถือว่าไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ครับ จะว่าไปแล้วนั้นเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่บนอุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีตัวแปรอยู่มากมาย ถ้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop นั้นเรื่องดังกล่าวคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไร แต่กับผู้ใช้เครื่องโน๊ตบุ๊คแล้วนั้นเรื่องดังกล่าวนี้ถือว่าสำคัญมากทีเดียวครับเพราะคงจะลืมไปไม่ได้เลยว่าโน๊ตบุ๊คนั้นเราไม่สามารถที่จะเพิ่มแบตได้เองครับ แน่นอนว่าการใช้งานเบราว์เซอร์แต่ละค่ายนั้นย่อมมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ครับ งานนี้นั้นทาง Microsoft เองก็ทราบดีและทุกครั้งที่มีการอัพเดทระบบปฎิบัติการ Windows 10 นั้นทาง Microsoft ก็จะมีการปรับแต่ง Edge ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดนั้นทาง Microsoft ได้ปล่อยคลิปทดสอบการใช้งานเบราว์เซอร์ของตัวเองอย่าง Edge สู้กับ Chrome และ Firefox ออกมา ผลการทดสอบจะเป็นอย่างไรนั้นไปชมได้จากคลิปทางด้านล่างนี้เลยครับ จากคลิปนั้นจะเห็นได้ครับว่า Edge นั้นสามารถที่จะทำเวลาได้ดีสุดคือ 12 ชั่วโมง 31 นาที ตามมาห่างๆ กับ Chrome ที่ทำเวลาได้ 9 ชั่วโมง 17 นาทีเร็วกว่า Edge อยู่ 35% รั้งท้ายด้วย Firefox ที่ทำเวลาได้ 7 ชั่วโมง 4 นาทีเร็วกว่า Edge อยู่ 77% ซึ่งเครื่องทั้ง 3 ที่ใช้ทดสอบนั้นมาพร้อมกับสเปคเหมือนกันทั้งหมด งานนี้ถือว่า Edge แน่จริงๆ หล่ะครับ ที่เหลือที่ทาง Microsoft ต้องทำก็คือการทำให้ Edge นั้นเป็นเบราว์เซอร์หลักของผู้ใช้ให้ได้เท่านั้นหล่ะครับ ที่มา : https://notebookspec.com