ข่าวไอที / [Review] GIGABYTE AORUS Z270X-Gaming 7 เมนบอร์ดสุดสตรอง ฟีเจอร์แน่น เพื่อคอเกมและนักโอเวอร์คล็อก

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/05/19 | เข้าชม 2064 ครั้ง

กลับมาอีกครั้งสำหรับความยิ่งใหญ่ของเมนบอร์ดในตระกูล Gaming ที่ปัจจุบันใช้เป็น AORUS ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ในกลุ่มของเกมเมอร์และนักโอเวอร์คล็อกได้เป็นอย่างดี ด้วยฟีเจอร์ที่อัดแน่นมาในตัว เช่นเดียวกับเมนบอร์ด GIGABYTE AORUS Z270X-Gaming 7 ที่นำมาพรีวิวในครั้งนี้ ต้องเรียกว่าจัดเต็มทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์และการสนับสนุนอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้อย่างครบครัน รองรับแรม DDR4 4000+, RGB Fusion, Killer LAN E2500 และ Thunderbolt 3 ก็จัดว่าแรงจนหยุดไม่อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อีกหลายสิ่งที่คุณจะต้องหลงรักในเมนบอร์ด AORUS Z270X-Gaming 7 รุ่นนี้

Gigabyte Z270X-Gaming 7-4

Specification:

  • Supports 7th/ 6th Generation Intel® Core™ Processors
  • Dual Channel Non-ECC Unbuffered DDR4, 4 DIMMs, DDR4 4133+(OC)
  • Intel® USB 3.1 Gen 2 with USB Type-C™ and Type-A
  • 3-Way Graphics Support with Dual Armor and Ultra Durable™ Design
  • Triple NVMe PCIe SSDs in RAID 0 Support
  • NVMe PCIe Gen3 x4 U.2 Connector
  • Dual Ultra-Fast M.2 with PCIe Gen3 x4 & SATA interface
  • Intel® Optane™ Memory Ready
  • Creative® Sound Core3D™ with SBX Pro Studio Audio Suite
  • Killer™ E2500 Gaming Network + Intel® Gigabit LAN
  • USB DAC-UP 2 with Adjustable Voltage
  • RGB FUSION with Multi-Zone LED Light Show design
  • Swappable Overlay for Accent LED
  • Smart Fan 5 features Multiple Temperature Sensors and Hybrid Fan Headers
  • 2 External Thermistors Headers with 2 Included Thermistors
  • Extreme 40 Gb/s Thunderbolt™ 3
  • GIGABYTE UEFI DualBIOS™
  • APP Center Including EasyTune™ and Cloud Station™ Utilities

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-11GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-12GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-13GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-14GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-15GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-16GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-18GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-19GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-20GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-21GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-0GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-1GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-3GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-4GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-5GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-6GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-7GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-8GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-9GIGABYTE AORUS Z250X Gaming7-10

ฟังก์ชั่นและการออกแบบ

Gigabyte Z270X-Gaming 7-1

Gigabyte Z270X-Gaming 7-2

สำหรับแพ็คเกจกล่องและการดีไซน์ ยังเป็นรูปเหยี่ยว AORUS พร้อมโชว์ฟีเจอร์มากมายด้านหลังกล่อง พร้อมรายละเอียดตามสไตล์ของกล่องเมนบอร์ดที่ไม่ค่อยเปลี่ยนไปนักสำหรับ GIGABYTE แต่ก็ช่วยอธิบายสิ่งต่างๆ ได้ดี สำหรับคนที่อยากเห็นข้อมูลเบื้องต้น โดยเฉพาะฟีเจอร์ของ RGB และการต่อพ่วงอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ เห็นแล้วอยากได้เลย

Gigabyte Z270X-Gaming 7-3

บรรดาของที่มีมาให้ในกล่องก็ถือว่าเยอะทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสายสัญญาณ คู่มือ สายรัด แผ่นปิดหลังและ HB Bridge

Gigabyte Z270X-Gaming 7-5

มาถึงดีไซน์กันบ้างดีกว่า สังเกตได้ว่าเวลานี้เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะจับโทน ขาว-ดำมาใช้เป็นหลัก ส่วนหนึ่งก็เพราะให้สามารถขับแสง RGB สวยๆ ออกมาได้เด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งบอร์ดรุ่นนี้มีไฟมาเยอะจริงๆ ตั้งแต่ครอบปิดพาแนล ซิงก์ชิปเซ็ต ด้านข้างขวา สล็อตแรมและตามจุดต่างๆ บนบอร์ด

20161101202639_big

โดยที่ชุดไฟ RGB เหล่านี้ สามารถปรับแต่งได้บน RGB Fusion ซึ่งเลือกให้แสดงผลได้หลายรูปแบบ ทั้งการ Random, Music, Static, Flash หรือจะเป็นแบบ Cycle คือหมุนวนไปเรื่อยๆ ก็ได้เช่นกัน

Gigabyte Z270X-Gaming 7-21

Gigabyte Z270X-Gaming 7-8

ตรงสล็อตแรม ก็ถถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของบอร์ดรุ่นนี้ เพราะจัด RGB มาให้ด้วย รองรับการปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์ เมื่อเวลาที่ใช้จะเป็นแสงเรืองออกมาจากด้านใต้แรม ดูแล้วสวยงามจริงๆ

Gigabyte Z270X-Gaming 7-9

แผงปิดพาแนลด้านบน มาพร้อมโลโก้ AORUS ภายใต้พลาสติกสีขาว แถบด้านใต้ตัวอักษรเป็นสีของ RGB เช่นกัน โดยมีซิงก์พร้อมฮีตไปป์ช่วยในการระบายความร้อนให้กับภาคจ่ายไฟ ด้านบนเมนบอร์ด

Gigabyte Z270X-Gaming 7-11

สล็อต PCI-Express นี้ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะ GIGABYTE ใส่ความเป็น Steel Slot เพิ่มความทนทานแข็งแกร่งให้กับการใช้งานร่วมกับกราฟฟิกการ์ดขนาดใหญ่ น้ำหนักมากๆ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องของแรงดึงรั้งจากการ์ดให้เกิดความเสียหาย โดยเรียกว่า Ultra Durable PCIe Armor ด้วยแผ่นสแตเลสชิ้นเดียวครอบลงไปบนสล็อต พร้อมตัวล็อคและจุดยึดที่แข็งกว่าเดิม ทำให้รองรับน้ำหนักของการ์ดได้มากกว่าเดิมหลายเท่า ตัวสล้อต PICe มีให้ถึง 3 สล็อต รองรับการทำงานได้ที่ X16/x8/x4

Gigabyte Z270X-Gaming 7-12

ระบบเสียงได้จาก Creative® Sound Core 3D รองรับการทำงานระบบ Surround sound 5.1-channel ให้พลังเสียงจัดเต็มสำหรับการเล่นเกม ดูหนัง

Gigabyte Z270X-Gaming 7-13

สมเป็นเมนบอร์ดที่จัดเต็มมาในทุกเรื่อง เช่นเดียวกับ U.2 Onboard (NVMe PCIe Gen3 x4) ที่รองรับการทำงานร่วมกับ SSD Intel 750 series เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นกว่าการใช้ SSD ปกติอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะเป็นแบบ Optional แต่ทาง GIGABYTE จัดมาให้บนบอร์ดเรียบร้อย

Gigabyte Z270X-Gaming 7-14

นอกจากนี้ยังมีพอร์ต SATA Express มาให้อีก 3 ชุด เท่ากับใช้งาน SATA ได้ถึง 8 ชุดด้วยกัน ยังไม่รวม M.2 อื่นๆ ที่ใส่ให้บนเมนบอร์ดอีก 3 ชุด

Gigabyte Z270X-Gaming 7-15

พอร์ตด้านหลังมีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1, 3.0, Dual Killer LAN, Sound และยังแถม PS/2 มาให้อีกด้วย ที่สำคัญ GIGABYTE ยังจัดพอร์ต Tunderbolt3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลที่เหนือกว่า เหมาะกับการย้ายหรือถ่ายข้อมูลไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

Gigabyte Z270X-Gaming 7-16

สล็อต M.2 มีมาให้สองชุด Dual Ultra-Fast NVMe PCIe Gen3 x4 M.2 จุดแรกอยู่ตรงด้านข้างสล็อต PCIe แถวบนสุด จุดที่สองอยู่ติดกับ PCIe สล็อตล่างสุด เท่ากับว่าเมนบอ์ดรุ่นนี้ มีสล็อตสำหรับ Storage ความเร็วสูงให้ถึง 3 อย่างด้วยกันคือ U.2, M.2 และ PCI-Express

Gigabyte Z270X-Gaming 7-18

บนเมนบอร์ดสนับสนุนการทำงานทั้ง NVIDIA® Quad-GPU SLI™ and 2-Way NVIDIA® SLI™ และ AMD Quad-GPU CrossFireX™ and 3-Way/2-Way AMD CrossFire™

Gigabyte Z270X-Gaming 7-19

คอนโทรลเลอร์ Turbo B-Clock ช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการโอเวอร์คล็อกและปรับช่วงสัญญาณนาฬิกาได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ 90-500MHz ซึ่งขึ้นอยู่กับซีพียูและการปรับแต่งในแต่ละรุ่น

 

Conclusion

Gigabyte Z270X-Gaming 7-17

ไฮไลต์สำคัญของเมนบอร์ดรุ่นนี้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับซีพียู Intel Skylake หรือ Kaby Lake เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ทาง GIGABYTE เลือกสรรมาให้กับเกมเมอร์หรือผู้ใช้ในกลุ่มเอ็กซ์ตรีมได้ใช้งานกันแบบเต็มๆ สำหรับ AORUS Z270X-Gaming 7 รุ่นนี้ รวมถึงแสงสีต่างๆ จาก RGB ที่เรียกว่าเป็นแฟชั่นของเมนบอร์ดยุคนี้ไปแล้ว ที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกง่ายขึ้น ด้วยการใส่ซอฟต์แวร์ สำหรับควบคุมหรือตั้งรูปแบบของแสงให้เป็นโพรไฟล์ สำหรับใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ที่น่าสนใจก็คือ การสนับสนุนแรม DDR4 ที่ทะลุ 4000MHz ไปแล้ว ให้คนที่ชอบโอเวอร์คล็อกได้ดันกันไปแบบสุดๆ เช่นเดียวกับตัวเลือกการจัดการข้อมูล ที่มีให้เลือกใช้มากมาย หากใครที่ชอบการทำงานที่รวดเร็ว ตัวเลือก M.2 หรือ PCI-Express ก็เป็นทางออกที่ดี ในการเพิ่มศักยภาพทั้งเก็บข้อมูลและบูตระบบ เช่นเดียวกับสล็อต PCI-Express ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ให้ความแข็งแกร่งสำหรับการ์ดรุ่นใหญ่ๆ โดยเฉพาะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการ์ดหรือสล็อตเบี้ยวได้ง่ายๆ ในภาพรวมต้องถือว่า GIGABYTE ใส่ใจในรายละเอียดได้ดีทีเดียวสำหรับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ตั้งแต่องค์ประกอบบนเมนบอร์ด ไปจนถึงซอฟต์แวร์และการปรับแต่ง รวมถึงความแข็งแรง สำหรับเกมเมอร์หรือนักโอเวอร์คล็อก ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น และฟังก์ชั่นแบบครบๆ

จุดเด่น

  • มีฟังก์ชั่น RGB LED พร้อมปรับแต่งได้ด้วยซอฟต์แวร์
  • เพิ่มสล็อต U2 NVMe มาด้วย และให้ M.2 มาถึง 2 ชุดด้วยกัน
  • รองรับแรม DDR4 4000+ (OC)
  • เพิ่ม Smart Fan มาให้ถึง 8 จุด รองรับชุดปั้มน้ำได้

ข้อสังเกต

  • องค์ประกอบส่วนใหญ่ค่อนข้างใกล้กันมา บางครั้งอาจส่งผลต่อการติดตั้งหรืออัพเกรดอุปกรณ์อยู่บ้าง

ที่มา : https://notebookspec.com

คลิ๊ก!! สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
            แน่นอนว่าถ้าใครคิดเรื่องการ์ดจอแรงๆที่เอาไว้เล่นเกมส์หนักๆ ภาพแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวก็ต้องเป็นการ์ดจอใหญ่ๆ กินพื้นที่เยอะๆ มีพัดลมหลายๆตัว ซึ่งมันก็ถูกแล้วครับ เพราะของแรงๆส่วนใหญ่มันก็หน้าตาเป็นแบบนั้นแหละ .. แล้วทีนี้ถ้าผู้ที่อยากได้สเป็คแรงๆ เล่นเกมส์ลื่นๆ แต่ว่าต้องการใส่เคสเล็กๆด้วยหล่ะ จะทำยังไง ? จริงๆก็มีคำตอบครับ เพราะว่ามีบางแบรนด์ที่ผลิตการ์ดจอตัวแรงแต่ว่าใช้ PCB เล็กๆมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้เหมือนกัน เช่นเดียวกับ ZOTAC ที่เป็นผู้ผลิตการ์ดจอแบรนด์ดังอีกแบรนด์นึงที่มีการ์ดจอหลากหลายรุ่นให้เลือกต่อหนึ่ง Segment เช่น GTX1080Ti เองก็มีหลายๆรุ่นแล้วแต่งบประมาณและความต้องการของผู้ใช้ ล่าสุดเองก็มีการเปิดตัวมาเพิ่มเติมอีกสองรุ่นหลังจากคราวที่แล้วเปิดตัว ArcticStorm ที่เป็นการ์ดเน้นระบายความร้อนด้วยน้ำไป .. คราวนี้ก็มี ArcticStorm มาอีกเช่นกัน แต่จะเป็น ArcticStorm Mini เน้นการใช้ชุดน้ำเหมือนเดิมแต่ว่าตัวการ์ดจะมีขนาดเล็กลงกว่ามาตรฐาน Full Size อยู่มากเลยครับ / แค่นั้นไม่พอก็ยังมี GTX1080Ti Mini เปิดตัวมาอีกรุ่นด้วย ทีนี้แล้วทำให้การ์ดสองรุ่นนี้ เป็นการ์ดจอ Small Form Factor ที่แรงที่สุดที่มี ณ เวลานี้เลยแหละ ก็เป็นที่น่าสนใจครับ ว่า ZOTAC นั้นสามารถยัด Electrical Circuit จำนวนมากของการ์ด GTX1080Ti ลงไปบน PCB ที่มีความยาวเพียง 21cm ได้ยังไง ทั้งๆที่การ์ดนั้นยังใช้ Memory แบบ GDDR5X อยู่ (ถ้าเป็น HBM2 ก็พอเข้าใจได้ เพราะว่ามันกินพื้นที่น้อยกว่า) .. ตรงนี้เองก็ทำให้เราเห็นแล้วว่าขีดจำกัดของ Form Factor นั้นไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไป และในอนาคตถ้ามีการ์ดจอที่ใช้ HBM2 ก็อาจจะมีขนาดเล็กกว่านี้อีกก็ได้นะ ! การ์ด ArcticStorm Mini เองก็จะมากับ Full Cover Water Block หรือว่า Water Block เต็มใบ ระบายความร้อนให้ทุกอย่างตั้งแต่ GPU , เม็ดแรม และ Voltage Regulator Module พร้อมกับรับพลังงานผ่านช่อง PCI-E 8-Pin จาก Power Supply ซึ่งแน่นอนว่าจ่ายไฟได้เพียงพอสำหรับการเล่น Overclock มหาโหดบนชุดน้ำที่ติดมาให้ ส่วนอีกรุ่นก็จะเป็นรุ่น Dual AMP! Mini ที่ยังมากับหน้าตาที่คุ้นเคยของการ์ดจากแบรนด์ ZOTAC แต่ว่าจะมีการระบายความร้อนแบบสองพัดลม อย่างที่เห็นก็คือจะมีพัดลม 90mm สองตัว คอยเป่าอัด Heatsink ที่มีแผ่น fin เป็นอลูมิเนียม ตามแบบฉบับของการ์ดจอมาตรฐานที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ ข้อมูลและราคาก็ยังไม่ได้มีอะไรออกมาเพิ่มเติมครับ ว่า Base Clock หรือ Boost Clock อยู่ที่เท่าไหร่ แต่ที่รู้ๆตอนนี้คือประสิทธิภาพนั้นจะไม่ด้อยไปกว่า GTX1080Ti รุ่นอื่นๆอย่างแน่นอน อันนี้ ZOTAC ได้กล่าวไว้ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
           Microsoft ได้เปิดตัว Surface Pro รุ่นใหม่ตามที่หลายคนคาดเดากันเอาไว้ในงานที่จัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่ผิดไปจากที่คิดก็คือ Surface Pro รุ่นใหม่นี้เรียกว่า The New Surface Pro แทนที่จะเป็น Surface Pro 5 สาเหตุที่ Surface Pro รุ่นนี้ไม่เรียกว่า Surface Pro 5 อาจจะเป็นเพราะว่ารุ่นนี้เป็นการอัพเกรดสเปคเครื่องเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ทำให้ทาง Microsoft เรียกว่า The New Surface Pro เท่านั้น ตัวแทบเล็ตจะมีหน้าจอขนาด 13.5 นิ้ว (2256 x 1504) ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core i7 (Kaby Lake), แบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนาน 13.5 ชั่วโมง และการเชื่อมต่อ 4G LTE Advance ในตัว รวมไปถึงปากกาตัวใหม่ที่ลากแล้วติดเลย ไม่ดีเลย์ และรองรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ สำหรับขาตั้ง Microsoft ได้ทำการปรับแต่งให้กับ Surface Pro รุ่นนี้ด้วย ข้อต่อระบุว่าออกแบบมาใหม่ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนอุปกรณ์เสริมใหม่อย่าง Surface Dial ก็สามารถนำมาใช้กับรุ่นนี้ได้ด้วย ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่างมาตรฐานต่างก็อัพเกรดมาขายแยกเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น Pen, Type Cover ซึ่งมีรุ่นที่เป็นวัสดุ Alcantara ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นเบาที่สุดในซีรีส์ Surface Pro ด้วย โดยมีน้ำหนักราวๆ 1.25 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนราคาก็เป็นไปตามสเปค โดยผันแปรตามหน่วยความจำ และพื้นที่ในตัว ซึ่ง RAM มีตัวเลือกตั้งแต่ 4GB / 8GB / 16GB ส่วนพื้นที่ในตัวก็มี 128GB / 256GB / 512GB ราคาเริ่มต้นถูกสุดที่ $799 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 27,500 บาท) เริ่มวางจำหน่าย 15 มิถุนายนนี้ในประเทศกลุ่มแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮ่องกง ไอร์แลนด์ อิตาลี จีน เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และอเมริกา ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
             อย่างที่ทราบกันดีในวิทยาศาสตร์พื้นฐานเลยครับ ก็คือวงจร Electronic กับน้ำนั้นก็ไม่ถุกกันเท่าไหร่ .. แต่ยังไงก็ตามผู้ชื่นชอบการโมดิฟายอุปกรณ์คอมนั้นก็ได้มีการนำสองอย่างนี้เข้ามาเป็นเพื่อนกันได้อย่างที่เราเห็นกันเคยชินในระบบ Liquid Cooling ที่ทุกวันนี้มีจำหน่ายกันทั่วไปแล้ว ซึ่งตรงนี้เองประสิทธิภาพของการระบายความร้อนด้วยนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าการระบายความร้อนด้วยอากาศทั่วๆไป แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นมันถูกใช้กับอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงไม่ว่าจะเป็นการ์ดจอหรือว่า CPU .. แต่ว่าตอนนี้ผู้ผลิต PSU (Power Supply Unit) ชั้นนำก็ได้เปิดตัวโปรดักส์ใหม่ของตัวเองที่เอาระบบระบายความร้อนด้วยน้ำเข้ามาใช้ด้วยชื่อรุ่นว่า Hydro PTM+ ด้วยความร่วมมือระหว่าง FSP และ Bitspower แบรนด์ผู้ผลิตระบบระบายความร้อนด้วยน้ำชื่อดังระดับโลก เพื่อให้ระบบนั้นมีความปลอดภัยสูงที่สุด และทาง FSP เองก็ได้เคลมมาว่า Hydro PTM+ นี้ก็จะเป็น Power Supply รุ่นแรกที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและผ่านมาตรฐาน 80 Plus Platinum และมาการผลิตแบบ Mass Produced หรือว่าผลิตในจำนวนที่มากเพื่อจำหน่ายทั่วไปนั่นเอง .. นอกจากความสามารถและการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยมแล้ว ทาง FSP ก็ยังเน้นเรื่องความหล่อเหลาสวยงามด้วยการเพิ่มไฟ LED เข้าไป  หลายๆคนตรงนี้อาจจะงงว่า ใส่ชุดน้ำเข้าไปทำไม เพื่อความเฟี้ยวแค่นั้นเหรอ ? จริงๆอันนั้นก็ส่วนนึงครับ แต่ว่าประสิทธิภาพก็ได้มากขึ้นด้วย เพราะว่าจาก Power Rating เดิมๆ ที่ 1200W เมื่อเราต่อชุดน้ำเข้าไปแล้วนั้น Power Rating ก็จะขึ้นไปที่ 1400W เลย แค่นั้นไม่พอ.. ยังมีหลากหลาย Mode การใช้งานด้วย นอกจากการเค้นพลังงานแบบเต็มที่จาก System ที่กินไฟมหาโหดแล้ว เมื่อเราไม่ได้ใช้งานตรงนั้นหรือว่ามี Load ต่ำกว่า 50% แล้วหล่ะก็ ตัว PSU นั้นก็จะสั่งหยุดการทำงานของพัดลมในตัว และตัด Power Rating ลงมาเหลือ 600W ด้วย ทำให้ได้เสียงที่เงียบสนิทเพราะไม่มีพัดลมหมุนนั่นเอง  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นเราก็ยังไม่มีแต่อย่างใด ตอนนี้ที่รู้ก็คือ Power Supply ยี่ห้อนี้จะนำมาโชว์ในงาน Computex 2017 ที่จะจัดขึ้นในไม่ถึงอาทิตย์ต่อจากนี้ และตอนนั้นก็น่าจะมีข้อมูลเรื่องราคาออกมาด้วย แต่เตรียมใจไว้เถอะครับ มันไม่ถูกแน่นอน ! ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เริ่มมีพี่ๆ หลายท่านได้สอบถามกันเข้ามาว่า NETGEAR รับประกันกี่ปีกันแน่ ต้องเรียนให้ทราบเลยครับว่า NETGEAR ที่เป็นสินค้าของ KING I.T. นี้ ประกัน 9 ปี มั่นใจได้กับสินค้าของ KING I.T. สินค้าภายใต้แบรนด์ NETGEAR ประกัน 9 ปี พิเศษ!!!มากขึ้นไปกับพวกที่เป็น Nighthawk ทั้งหมด ทางทีมงานมีบริการพิเศษๆ แบบ KING I.T. ให้เพิ่มเติมอีกด้วย บริการพิเศษๆ แบบ KING I.T. ที่ว่านี้ก็คือ หากซื้อ NETGEAR Nighthawk ไม่ว่ารุ่นใดก็ตาม ทางทีมงานจะจัดส่งพนักงานผู้ชำนาญการไปติดตั้งดูแลให้ถึงบ้านกันเลยทีเดียว   เงื่อนไขบริการพิเศษ 1. เป็น NETGEAR Nighthawk รุ่นใดก็ได้ 2. ภูมิลำเนา หรือบ้านของลูกค้าจะต้องอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3. การเข้าไปบริการดูแลหลังการขายจะต้องอยู่ในปีแรกของการซื้อสินค้า โดยดูจาก Void ที่อุปกรณ์เป็นสำคัญ 4. ในปีแรก ทีมงานจะเข้าไปดูแลให้ 2 ครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิน 5. หากสงสัย หรือขอรับบริการสามารถติดต่อได้ที่ 062-9596888 (09:00-17:30 น.) สำหรับบางท่านที่ซื้อไปก่อนหน้านี้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการรับประกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเราได้แจ้งว่า NETGEAR ประกัน 5 ปีนั้น ทางเราได้ขยายเวลาให้โดยอัตโนมัติเป็น 9 ปีเช่นกัน โดยดูจากปีที่ติดกับอุปกรณ์เช่นกันครับ ตัวอย่างเดิมที่ติ๊กประกัน 5 ปี จากรูปตัวอย่าง รับประกันตั้งแต่เดือน 9 ปี 2015 และติ๊กว่าประกัน 5 ปี ทาง KING I.T. ขยายเวลาให้เลยทันที เป็น 9 ปี จะบวกเพิ่มให้อีก 4 ปีเป็น 9 ปีเช่นกัน หากสงสัยประการใด สามารถสอบถามได้ที่ FACEBOOK หรือที่ Hotline ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ 02-419-0555 ซื้อสินค้าครั้งต่อไปโปรดสังเกตสติ๊กเกอร์รับประกัน (Void Warranty) บริษัท คิงส์ อินเทลลิเจ้นท์เทคโนโลยี จำกัด (KING I.T.) "Lifetime ตัวจริง ต้อง Void คิงส์ เท่านั้น" ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://kit.co.th/service สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้าน Advice กว่า 390 สาขาทั่วประเทศ https://www.advice.co.th หรือสนใจสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ : https://online.advice.co.th

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย GALAX Graphic Card การ์ดจอ คอเกมที่ Overclock แรงมาตั้งแต่อยู่ในกล่อง เข้าไทยแล้ว !! การ์ดจอตัวแรกของโลกที่มีจอ GALAX GeForce GTX 1080Ti Hall Of Fame สำหรับสาวก HOF ไม่ควรพลาด GALAX การ์ดจอ คอเกม และ นักโอเวอร์คล็อก เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ล่าสุด GALAX GeForce GTX 1080Ti Hall Of Fame (HOF) ซึ่งเป็นการ์ดจอตัวแรกของโลกที่มีจอมอนิเตอร์ติดอยู่บนการ์ดจอ นี่คือการ์ดจอที่ทรงพลังมากมากที่สุดตัวหนึ่งของ GALAX เท่าที่เคยมีมา Only for Better Performance โดยสิ่งสำคัญที่ทาง GALAX บรรจงใส่เทคโนโลยีอัดแน่นเข้าไปใน GALAX GeForce GTX 1080Ti HOF ตัวนี้ HOF Panel เป็นจอมอนิเตอร์แบบที่แสดงผลสถานะของการ์ดจอ ค่า GPU Clock , อุณหภูมิ , เวอร์ชั่นไดร์ฟเวอร์ และ อื่นๆ และคุณยังสามารถใส่ข้อความที่คุณต้องการลงไปได้โดยผ่านทางซอฟแวร์ Xtreme Tuner Plus HOF LuminX RGB Effect สำหรับจุดที่มีไฟ HOF Crown , ช่องเสียบไฟเลี้ยง PSU , บริเวณช่องเสียบต่อภาพ คุณสามารถปรับเอฟเฟคของไฟ สีของไฟได้โดยผ่าน Xtreme Tuner Plus TRIMAX COOLER ชุดระบายความร้อนแบบ 3 พัดลม พัดลมขนาด 90 มม. Premium Materials มี 5 ฮีตไปป์ / Signature Choco-White PCB / PCB PureOC มี 12 Layers / ภาคจ่ายไฟแบบดิจิตอล 16+3 phase เพื่อการโอเวอร์คล็อกระดับสุดยอด / มีระบบป้องกัน G Anti-noise , Ultra Low ESR , Ultra-low noise HOF POWERFUL POWER SUPPLY ทรงพลังด้วยการรับไฟได้มาก 8-Pin ถึง 3 ชุด เพื่อรองรับการโอเวอร์คล็อกแบบจัดเต็ม All Digital Interface : DP 1.4 / HDMI 2.0B / DVI-D ปุ่ม Hyper Boost ช่วยความเร็วของพัดลมให้ง่ายขึ้นสำหรับการโอเวอร์คล็อกด้วยปุ่มเดียว ด้านหลังสวยงามด้วย HOF Back phate ช่วยให้ PCB แข็งแรงและเย็นมากขึ้น HOF LuminHold Stick ไม้ค้ำการ์ดจอสุดสวยที่สามารถปรับไฟ RGB ได้ตามการ์ดจอ พร้อมชุดของ Bundle ภายในกล่องมากมาย ดู Specs เพิ่มเติมได้ที่ >> http://www.galax.com/en/graphics-card/hof/galax-geforcer-gtx-1080-ti-hof.html สำหรับราคา GALAX GeForce GTX 1080Ti Hall Of Fame (HOF) ราคาเปิดตัว 34,500 บาท เกมเมอร์ที่สนใจสามารถหาซื้อ สั่งจองได้แล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายเอสเซนตี้ รีซอร์สซอร์ส ตามห้าง IT ชั้นนำทั่วไป หรือสามารถสอบถามทาง Inbox >> https://www.facebook.com/GALAXThai ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.zolkorn.com