ข่าวไอที / [Review] Acer Nitro 5 โน้ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับ GTX 1050 Ti ราคาคุ้มที่สุด

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/08/30 | เข้าชม 3123 ครั้ง

ต้องยอมรับกันจริงๆ ล่ะครับว่าตั้งแต่ทาง NVIDIA เปิดตัวชิปกราฟิกสถาปัตยกรรม Pascal ออกมานั้น วงการการเล่นเกมทั่วโลกต่างต้องกลับมามองเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการเล่นเกมเป็นกันใหญ่ และในวันนี้นั้นเราขอยกรีวิวอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่ราคาสบายกระเป๋ามาให้ทุกท่านได้ใช้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อกันครับกับ Acer Nitro 5 (ที่มีขายในบ้านเราแล้วด้วยแต่ยังไม่ใช่สเปกนี้)

Specification

สำหรับ Acer Nitro 5 รหัส AN515-51 นั้นมีสเปคที่เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ กับการมาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel Core i7-7700HQ พร้อมด้วยชิปกราฟิก NVIDIA GTX 1050 Ti ที่พก VRAM มาให้ถึง 4 GB กับหน่วยความจำ(RAM) แบบ DDR4 ขนาด 32 GB ที่เรียกว่าใช้ได้อีกยาวนาน แถมแหล่งเก็บข้อมูลยังเป็น M.2 NVMe ขนาด 512 GB SSD บวกความใจดีที่ให้ฮาร์ดดิกส์ความจุ 1 TB รอบการหมุนจาน 5400 rpm บนตัวเครื่องหน้าจอ 15.6 นิ้วใช้พาเนลแบบ IPS รองรับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ Full HD ครับ

หมายเหตุ – สเปคของ Acer Nitro 5 AN515-51 ในรีวิวนี้นั้นค่อนข้างมีส่วนที่แตกต่างกับรุ่นที่วางจำหน่ายในบ้านเราพอควร ดังนั้นประสิทธิภาพของเครื่องในรีวิวนี้อาจจะไม่ตรงกับเครื่องที่วางจำหน่ายในบ้านเราเท่าไรนักครับ

Design and first look

ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้น Acer Nitro 5 AN515-51 ไม่ได้มีดีไซน์ตัวเครื่องที่แตกต่างไปจาก Nitro 5 มากนักสักเท่าไรครับ ถึงจะเป็นกระนั้นก็ตาม Acer Nitro 5 AN515-51 ก็มีความสวยสมส่วนลงตัวด้วยการใช้สีดำตัดกับสีแดงที่น่าจะถูกใจนักเล่นเกมได้ไม่ยากเท่าไรนัก นอกไปจากนั้นแล้วในส่วนของดีไซน์ยังได้มีการผสมผสานนำเอาซีรีส์ Predator Helios มาใช้ในการปรับแต่งให้ลงตัวโดยมีการทำจุดบางจุดให้แตกต่างเพื่อแสดงความเป็น Nitro 5 ครับ

Nitro 5 มีการใช้จุดตัดต่างๆ บนดีไซน์ของตัวเครื่องได้อย่างลงตัว(แตกต่างจาก ซีรีส์ Predator Helios) ส่วนของโลโก้ acer ก็ถูกสลักเข้าไปบนฝาหลังสีดำ ตัวเครื่องนั้นจะมีไฟแสดงสถานะ LEDs อยู่ทางด้านข้างขวาของตัวเครื่องโดยที่ในส่วนของตัวเครื่องด้านอื่นๆ นั้นจะไม่มีการใช้ไฟเพื่อเล่นสีเหมือนอย่างรุ่นท๊อปแต่อย่างใดครับ

ด้วยความที่มันไม่ได้มาพร้อมกับการเล่นแสงเหมือนรุ่นท๊อปหรือโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมรุ่นอื่นๆ ดังนั้นการนำมันไปใช้งานอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่อการเล่นเกมนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ดีครับ ไม่ว่าคุณจะพกมันไปเข้าชั้นเรียนหรือพกไปทำงานก็เรียกได้ว่าไม่เกิดความรำคาญทางด้านแสงกับผู้ใช้ที่อยู่รอบข้างตัวคุณอย่างแน่นอน

เมื่อกลับตัวโน๊ตบุ๊คไปดูทางด้านหลังของตัวเครื่องจะเห็นแผงช่องระบายอากาศอยู่ครึ่งส่วนของตัวเครื่องโดยส่วนช่องระบายอากาศนั้นจะอยู่ตรงบริเวณ RAM และ HDD ของตัวเครื่อง พร้อมทั้งจะเห็นส่วนที่อยู่ของตัวลำโพงทางด้านล่างทั้ง 2 ฝั่งของตัวเครื่อง ซึ่งหากใช้งานตัวเครื่องบนหน้าตักนั้นคุณก็จะยังคงได้ยินเสียงเป็นอย่างดีเนื่องจากทาง Acer ได้ตัดส่วนด้านข้างเครื่องสำหรับช่องเปิดให้ลำโพงด้วยครับ

ตัวเครื่องนั้นให้พอร์ตมาครบครันไม่ว่าจะเป็น USB Type A จำนวน 3 พอร์ต, USB Type C gen 1 (without Thunderbolt 3) จำนวน 1 พอร์ต, full-size HDMI จำนวน 1 พอร์ต, LAN, card-reader และ audio jack ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็อาจจะไม่ได้มากมายเท่าไรนักแต่ทว่าในการใช้งานน่าจะครอบคลุมได้ทั้งหมด จะเสียดายก็ตรงที่ USB Type C gen 1 ไม่ได้เป็นพอร์ต Thunderbolt 3 ด้วยในตัวเท่านั้นครับ

Acer Nitro 5 AN515-51 นั้นมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.5 kg(ไม่รวมที่ชาร์จ) ซึ่งไม่ใช่น้ำหนักของตัวเครื่องขนาดจอ 15.6 นิ้วที่เบาที่สุด แต่ด้วยจุดยืนในตลาดและราคาที่ไม่แพงนั้นก็เรียกได้ว่าสมเหตุสมผล บางท่านอาจจะมองว่าตัวเครื่องนั้นมีความรู้สึกดูแล้วไม่แพงบ้างเพราะวัสดุที่ใช้ก็เป็นพลาสติกซะมากแต่ทว่าก็คุ้มกับราคาที่จะต้องเสียไปล่ะครับ

Keyboard and trackpad

ในส่วนของคีย์บอร์ดนั้นเป็นแบบ Full size ที่มาพร้อมกับปุ่ม Numpad ด้วย(ตัวแป้นแต่ละตัวจะมีขนาดอยู่ที่ 15 x 15 mm) ทว่าในการพิมพ์นั้นอาจจะยากสักเล็กน้อยเนื่องจากว่าปุ่มคีย์บอร์ดนั้นอัดแน่นเต็มส่วนซึ่งผู้ใช้อาจจะต้องใช้เวลาในการพิมพ์สักพักถึงจะชิน อย่างไรก็ตามการพิมพ์นั้นตัวแป้นแต่ละตัวสามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี(สังเกตดีๆ แล้วนั้นจะเห็นได้ว่าแป้น space bar นั้นค่อนข้างที่จะสั้นพอดูครับ)

หมายเหตุ – ปุ่มเปิดปิดเครื่องก็ถูกยัดมาอยู่ที่มุมขวาสุดของคีย์บอร์ดด้วยครับ

ส่วนของ Trackpad นั้นเป็นแบบ clickpad อยู่ทางด้านล่างของตัวเครื่องโดยจะเยื้องไปทางด้านซ้ายของตัวคีย์บอร์ด ซึ่งตัว trackpad นั้นจะมีพื้นพิวเป็นพลาสติกที่ใช้ของ Elan ในการผลิต โดยการใช้งานนั้นถือว่าทำได้เป็นอย่างดีแถมในการใช้งานนั้นยังไม่มีเสียงรบกวนให้วุ่นวายใจอีกด้วยครับ(ข้อดีของการเป็น clickpad ล่ะครับ)

Screen

หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วนั้นเป็นแบบ matte screen ใช้พาเนลเป็น IPS ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับโน๊ตบุ๊คราคาไม่เกิน $1,000 ด้วยความที่เป็นรุ่นระดับกลางทำให้หน้าจอของ Acer Nitro 5 AN515-51 อาจจะไม่สามารถเอาไปเทียบกับรุ่นใหญ่ๆ อย่าง Aspire 7 หรือ Aspire VX15 ได้ แต่มีส่วนหนึ่งที่คล้ายกันก็คือความสว่างของหน้าจอสูงสุดอยู่ในเกณฑ์ต่ำแถมการรองรับช่วงกว่างของสีก็ต่ำด้วยครับ จากการทดสอบหน้าจอนั้นจะมีค่าต่างๆ ดังต่อไปนี้ครับ

  • Panel HardwareID: Chi Mei CMN15D3 (N156HCE-EAA);
  • Coverage: 69% sRGB, 50% NTSC, 52% AdobeRGB;
  • Measured gamma: 2.2;
  • Max brightness in the middle of the screen: 226 cd/m2 on power;
  • Contrast at max brightness: 800:1
  • White point: 6600 K;
  • Black on max brightness: 0.28 cd/m2;
  • Average DeltaE: 1.06 uncalibrated, 0.84 calibrated.

ถึงแม้ว่าจะใช้พาเนลเป็นแบบ IPS แต่ทว่า Acer Nitro 5 AN515-51 ก็ไม่ได้พกข้อดีของหน้าจอพาเนลแบบ IPS เนื่องจากว่าตัวหน้าจอนั้นมีมุมมองสูงสุดอยู่ที่ราวๆ 150 องศาเท่านั้น ซึ่งจะว่าไปแล้วในการใช้งานจริงนั้นเรื่องดังกล่าวนี้ก็ไม่ค่อยจะเป็นปัญหามากสักเท่าไรนักเพราะโดยส่วนมากผู้ใช้ก็มักจะมองหน้าจอจากมุมตรงเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วครับ

Hardware and performance

มาถึงจุดที่เด่นที่สุดของ Acer Nitro 5 AN515-51 นั่นก็คือสเปคของตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าจัดเต็มมาแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Core i7-7700HQ processor, Nvidia GTX 1050 Ti , 32 GB of RAM, 512 GB M.2 NVMe SSD และ 1 TB 5400 rpm HDD ซึ่งหายากมากๆ กับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มีราคาค่าตัวอยู่ที่ราวๆ $1,000 หรือประมาณ 34,500 บาทครับ

ในส่วนของแหล่งเก็บข้อมูลทั้ง 2 นั้นเรียกได้ว่าสามารถทำคะแนนไปได้ดีสมกับตัวฮาร์ดแวร์ที่ทาง Acer เลือกใช้ ถึงจะไม่ได้มากมายเท่ากับเครื่องในระดับบบแต่ทว่าด้วยราคาของ Acer Nitro 5 AN515-51 นั้นก็ต้องบอกล่ะครับว่าคุ้มค่าสมกับราคามากๆ ส่วนเรื่องของประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • 3DMark 11: P8834;
  • 3DMark 13: Sky Driver – 18398, Fire Strike – 6443, Time Spy – 2371;
  • PCMark 08: Home Conventional – 3536;
  • PCMark 10: 4501;
  • Geekbench 3 32-bit: Single-Core: 3575, Multi-core: 13587;
  • Geekbench 4 64-bit: Single-Core: 4564, Multi-core: 13853;
  • CineBench 11.5: OpenGL 65.41 fps, CPU 6.79 pts, CPU Single Core 1.62 pts;
  • CineBench R15: OpenGL 94.26 fps, CPU 625 cb, CPU Single Core 148 cb;
  • x264 HD Benchmark 4.0 32-bit: Pass 1 – 164.54 fps, Pass 2 – 39.31 fps.

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการเล่นเกมที่ Acer Nitro 5 AN515-51 นั้นมาพร้อมกับ GTX 1050 Ti ซึ่งสามารถที่จะเล่นเกมที่ความละเอียด Full HD แบบเปิดเอฟเฟค Ultra ได้อย่างสบายๆ ซึ่งจากการทดสอบการเล่นเกมหลายๆ เกมนั้น Acer Nitro 5 AN515-51 สามารถที่จะทำเฟรมเรตได้ดังต่อไปนี้ครับ

Emissions (noise, heat) and speakers

มาถึงจุดด้อยที่อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนเป็นกังวลได้ครับกับเรื่องของอุณหภูมิของตัวเครื่องเวลาใช้งานทั้งเล่นเกมและ Full Load นั้นค่อนข้างที่จะสูงมากพอควร ด้วยระบบระบายความร้อนที่เป็นพัดลม 2 ตัวเชื่อมต่อไปยัง CPU และ GPU ผ่านทาง heatpipes ซึ่งทำได้ไม่ค่อยจะดีมากนักเท่าไรอย่างเช่นการเล่นเกมดังต่อไปนี้ครับ

  • เล่นเกม Fry Cry 4 เป็นระยะเวลา 30 นาทีพบว่า CPU มีอุณหภูมิอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียสและ GPU มีอุณหภูมิอยู่ที่ 56 องศาเซลเซียส
  • เล่นเกมแบบเฉลี่ยพบว่า CPU มีอุณหภูมิอยู่ที่ 83 องศาเซลเซียสและ GPU มีอุณหภูมิอยู่ที่ 64 องศาเซลเซียส ซึ่งพบว่า CPU นั้นจะรันอยู่ที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 2.7 GHz – 2.9 GHz ไม่รันที่ 3.4 GHz ซึ่งเป็นความเร็วที่ TurboBoost

อย่างไรก็ตามแต่อุณหภูมิบนตัวเครื่องที่เป็นส่วนที่อยู่ของคีย์บอร์ดและ trackpad นั้น Acer Nitro 5 AN515-51 ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะถึงแม้จะอยู่ในส่วนของการเล่นเกมนั้นตัวเครื่องก็ยังมีอุณหภูมิอยู่ในระดับที่สามารถพอใช้งานต่อเนื่องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริเวณปุ่ม WASD ที่อาจจะมีร้อนหน่อย แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะใช้งานไม่ได้เพราะร้อนจัดครับ

ยังครับยังไม่หมด ในเรื่องของเสียงพัดลมระบายความร้อนของตัวเครื่องนั้นเวลาใช้งานเล่นเกมหรือ Full Load นั้นจะมีเสียงรบกวนอยู่ที่ราวๆ 50-51 dB และถึงจะใช้งานทั่วไปนั้นก็จะมีเสียงรบกวนอยู่ที่ 46 dB ซึ่งถือว่ายังคงค่อนข้างที่จะสร้างเสียงรบกวนในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากคุณมีหูฟังในหารใช้งานนั้นแนะนำว่าให้ใช้จะดีกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอนที่เล่นเกมครับ

สำหรับลำโพงนั้นบน Acer Nitro 5 AN515-51 จะใช้ลำโพงแบบเดียวกับรุ่น Aspire 7, Aspire 5 และ Predator Helios 300 ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากและก็ไม่ได้ห่วยถึงขั้นรับไม่ได้ ตัวลำโพงนั้นสามารถให้เสียงสูงสุดได้อยู่ที่ 75 dB ซึ่งถือว่าให้เสียงได้ค่อนข้างที่จะดี ทว่าหากคุณมีหูฟังในการใช้งานนั้นก็แนะนำให้ใช้หูฟังจะดีกว่าครับ

Battery life

Acer Nitro 5 AN515-51 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 48 Wh ซึ่งก็ไม่ได้มากหรือน้อยเท่าไรนัก โดยในการทดสอบอายุการใช้งานตัวเครื่องโดยเปิดหน้าจอที่ความสว่าง 120 nits หรือ 60 % จะสามารถใช้งานได้ดังนี้ครับ

  • 9.4 W (~5 h of use) – very light browsing and text editing in Google Drive, Balanced Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON;
  • 7.5 W (~6 h 20 min of use) – 1080p fullscreen video on Youtube in Internet Explorer, Balanced Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON;
  • 5.3 W (~9 h of use) – 1080p fullscreen .mkv video in the Movie app, Balanced Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON;
  • 7.2 W (~6 h 40 min of use) – 4K fullscreen .mkv video in the Movie app, Balanced Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON;
  • 13.5 W (~3 h 30 min of use) – heavy browsing in Edge, Balanced Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON;
  • 40.0 W (~1h 10 min of use) – gaming, High Performance Mode, screen at 60%, Wi-Fi ON.

จากการทดสอบนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถใช้งานได้ค่อนข้างที่จะยาวนาน จะเว้นก็แต่เวลาเล่นเกมหนักๆ ที่สามารถเล่นได้ที่ราวๆ 1.10 ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งนี้ที่ชาร์จแบตนั้นจะมาพร้อมกับกำลังไฟฟ้า 135 Wh สามารถชาร์จตัวเครื่องให้แบตเต็มด้วยเวลา 2 ชั่วโมง ส่วนที่ชาร์จนั้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ราวๆ 500 g ทำให้การพกพร้อมกับตัวเครื่องนั้นจะมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ราวๆ 3 kg ครับ

สรุป

โดยรวมแล้ว Acer Nitro 5 AN515-51 นั้นถือว่าทำได้ดีและเป็นรุ่นที่น่าจะได้ใจใครหลายๆ คนไปได้ไม่ยากครับ อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้น Acer Nitro 5 มีการแยกรุ่นย่อยค่อนข้างที่จะหลายรุ่นซึ่งผู้ซื้อจำเป็นที่จะต้องดูให้ดีว่าเครื่องรุ่นที่ตัวเองจะซื้อนั้นเป็นโมเดลไหน สำหรับรุ่นที่นำมารีวิวนั้นเป็นโมเดลท๊อปมีราคาอยู่ที่ $1,199 หรือประมาณ 41,370 บาท แต่ถ้าคุณอยากได้เครื่องที่ดีกว่านี้และมีงบมากกว่านี้แล้วขอแนะนำให้ซื้อ Dell Inspiron Gaming 7559 ที่มาพร้อมกับแบตมากกว่าหรือ Asus ROG GL553VE ที่มาพร้อมกับ GTX 1060 ครับ

จุดเด่น

  • วัสดุจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี(สำหรับเครื่องที่มีราคาเท่านี้) แถมดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นก็ดูสวยงาม
  • ได้หน้าจอแบบ matte IPS
  • คีย์บอร์ดสามารถใช้งานได้เหมาะสมส่วน trackpad ถือว่าทำงานได้ดี
  • การใช้งานธรรมดาทั่วไปประจำวันตัวเครื่องไม่ร้อนและเสียงรบกวนก็ค่อนข้างต่ำ
  • wireless ใช้งานได้เร็วดี
  • ถึงแบตเตอรี่จะมีความจุน้อยแต่สามารถใช้งานทั่วไปได้ยาวนาน
  • ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกได้ว่าเหมาะสม

จุดด้อย

  • พาเนลหน้าจอไม่ค่อยดีนัก
  • เครื่องมีโอกาส overheating ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลงได้
  • เสียงพัดลมระบายอากาศค่อนข้างดังและส่วนของคีย์บอร์ดค่อนข้างจะร้อนเมื่อใช้ตอน Full load หรือเล่นเกมหนักๆ
  • แบตเตอรี่ความจุ 48 Wh ถือว่าน้อยกว่าแบตเตอรี่ของคู่แข่งที่ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ 15.6 นิ้ว

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล /ภาพ : https://notebookspec.com

คลิ๊ก!! สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในงาน HP World Partner Forum ที่ผ่านมานั้นทาง HP ได้ทำการเปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One รุ่นใหม่อย่าง EliteOne 1000 AiO G1 โดยได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางด้านธุรกิจที่จำเป็นต้องมีการประชุมผ่านทาง Skype โดยเฉพาะออกมาครับ ตัวเครื่องนั้นจะมีโมเดลแยกแตกต่างกันไปตามขนาดหน้าจออันได้แก่ 23.8 นิ้ว, 27 นิ้วและ 34 นิ้วครับ สำหรับสเปคต่างๆ ของตัวเครื่อง EliteOne 1000 AiO G1 นั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ หน้าจอขนาด 23.8 นิ้วจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ Full HD, หน้าจอขนาด 27 นิ้วจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 4K ส่วนหน้าจอขนาด 34 นิ้วนั้นจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ ultra-wide และเป็นหน้าจอโค้ง ทั้งนี้หน้าจอของทั้ง 3 โมเดลนั้นไม่รองรับการสัมผัส หน่วยประมวลผลจะมีให้เลือกโดยจะเป็นหน่วยประมวลผลของทาง Intel ในสถาปัตยกรรม Skylake หน่วยความจำ(RAM) จะมีตัวเลือกแบบธรรมดาและ Intel Optane memory กล้อง Webcam มาำร้อมกับความระเอียดในระดับ FHD ระบบเสียงใช้ของ Bang & Olufsen มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 10 Pro มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ทางด้านธุรกิจของทาง HP อย่าง HP Sure Click, HP Sure Start Gen3 และ HP Manageability Integration Kit ผู้ใช้สามารถเลือกติดตั้งซอฟต์แวร์ HP PhoneWise สำหรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อที่จะใช้งานการโทรเข้าและออกหรือโต้ตอบข้อความผ่านหน้าจอตัวเครื่องได้(โดยตัวสมาร์ทโฟนนั้นต้องรองรับกับการทำงานนี้ด้วยโดยสามารถดูได้จากที่สมาร์ทโฟนสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใช้ร่วมกันได้หรือไม่) HP EliteOne 1000 AiO G1 จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $1,259 หรือประมาณ 43,440 บาทครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ด้วยความตาไวของผู้ใช้งาน Reddit นามแผง Liskni_si นั้นพบว่ามีรูปของโน๊ตบุ๊ค Retro Thinkpad โผล่บนเว็บไซต์ของ Lenovo ที่เผยให้เห็นตัวเครื่องที่มาพร้อมกับเคสแบบเดียวกับตัวเครื่องรุ่น T470 ที่เคยได้คะแนนสูงถึง 91% ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องรุ่น Limited Edition สำหรับการฉลองครบรอบ 25 ปีสำหรับ Thinkpad แต่ทว่าหลังจากที่มีรูปหลุดออกมานั้นก็เป็นไปตามคาดครับว่าทาง Lenovo ก็ลบรูปไปอย่างรวดเร็วครับ จากภาพนั้นจะเห็นได้ครับว่านนอกจากตัวเครื่องที่จะมาพร้อมกับเคสของรุ่น T470 แล้วนั้น ในส่วนของคีย์บอร์ดนั้นจะมาพร้อมกับคีย์บอร์ดสไตล์ 7 แถว แบบเดียวกับของ IBM เดิมที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้ IBM รุ่นเก่าหลายๆ คน ซึ่ง Retro Thinkpad นั้นหากย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นทาง Lenovo เคยยืนยันมาแล้วครั้งหนึ่งครับว่าจะมีการทำเครื่องรุ่น Retro ออกมาครับ จากรูปที่หลุดออกมาพร้อมข้อมูลข่าวลือนั้ัน Retro Thinkpad น่่าจะมาพร้อมกับสเปคบางส่วนต่อไปนี้ครับ ตัวเครื่องมาพร้อมกับโลโก้ ThinkPad แบบหลากสีสัน ปุ่ม Enter เป็นสีน้ำเงินตามรูปแบบเก่าๆ ของ ThinkPad หน้าจอขนาด 14 นิ้วซึ่งสามารถพับให้แบน 180 องศาได้โดยคาดว่าน่าจะมาพร้อมกับความละเอียดที่ระดับ 1080p มาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ Webcam มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งาน Windows Hello ได้หรืออาจจะใช้เป็น ‘Think Light’ ที่ตัวเครื่องจะมีการระบุเอาไว้ว่าเป็น “Anniversary Edition” ทั้งนี้คาดว่า Retro Thinkpad น่าจะทำการเปิดตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้เนื่องจากว่าในยุคที่ยัังเป็น IBM นั้นได้มีการเปิดตัว ThinkPad ช่วงเดือนตุลาคมของปี 1992 โดยสเปคภายในนั้นคาดว่า Retro Thinkpad น่าจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลของทาง Intel สถาปัตยกรรม Coffee Lake ครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
5 สิ่งที่ควรรู้ และต้องทำ ก่อนที่จะอัปเดท iOS 11 เวอร์ชั่นล่าสุด ได้เวลาที่สาวก iOS ตัวจริงคงจะตั้งตารอคอยการมาของ iOS11 อยู่แน่นอนเพราะมันจะมาในวันที่ 19 กันยายน แต่ถ้าเทียบเป็นเวลาประเทศไทยจะตรงกับวันที่ 20 กันยายน ระหว่างรอนั้น ก็มี 5 ข้อที่ต้องรู้และควรทำก่อนอัปเดตทระบบปฏิบัติการใหม่นี้บ้าง ชาร์จแบตเตอรี่ต้องพร้อมอัปเดท เนื่องจาการอัปเดทระบบปฏิบัติการมือถือควรจะมีปริมาณแบตเตอรี่เกิน 50% ขึ้นไป เพื่อให้เครื่องไม่ดับระหว่างการอัปเดท แต่ถ้ามีการอัปเดทจริง ๆ ถ้าชาร์จแบตฯให้เต็มได้จะดีกว่า การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต้องพร้อม ปกติการ Update ระบบปฏิบัติการ โดยเฉพาะ iOS นั้นจะต้องเชื่อมต่อกับ WiFi เพื่อความเสถียร แต่ว่าถ้าบางคนไม่สะดวก สามารถใช้มือถือเครื่องอื่นกระจายแล้วโหลดได้เช่นกัน แต่ก็จะเสียจำนวน Data นะครับ จัดการข้อมูลที่เกินความจำเป็น   ความจำของเครื่องเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ระบบปฏิบัติการ Update ไม่ได้หากมีพื้นที่น้อยเกินไป ควรจะจัดการให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น เช่นย้ายรูปไปเก็บบน Cloud ลบ Apps ที่ไม่ได้ใช้ หรือจะเป็นการลบข้อความออกก็ช่วยได้เช่นกันครับ ไม่ควรเล่น/ใช้งานเครื่องระหว่างโหลด เพราะระหว่างการเล่นเกมอยู่นั้นจะทำให้พลังงานของเครื่องลดลงและเกิดการใช้งานพื้นที่จนทำให้การ Download หยุดไป ซึ่งอาจจะส่งผลเสียทำให้การอัปเดทระบบปฏิบัติการ ไม่สมบูรณ์ รีสตาร์ทเครื่องก่อนโหลด เนื่องจากเครื่องของคุณอาจจะมีการเปิด Application ค้างไว้อยู่หลายตัวก็อาจจะหน่วงเครื่องทำให้การอัปเดทนั้นทำได้ไม่รวดเร็วพอ การที่ Restart เครื่องนั้นถือว่าเป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจและควรทำอย่างยิ่งเลยล่ะครับ วิธีการนั้นทำได้ง่าย ๆ แค่กดปุ่ม Power แล้วสไลด์ปิด จากนั้นกดเปิดเครื่องใหม่ 5 ข้อนี้หากปฏิบัติตามแล้วจะทำให้การ Update ระบบปฏิบัติการบนมือถือราบรื่นไม่ติดขัด แถมลดปัญหาเรื่องความจำเต็มไม่สามารถโหลดข้อมูลได้อีกด้วย แต่คำแนะนำจริง ๆ แล้ว สำหรับ iOS11 ถ้าไม่รีบร้อนก็ค่อย ๆ อัปเดทไปจะดีกว่านะครับ เพราะวันแรกคนจะโหลดเยอะนิดนึง ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://hitech.sanook.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
หากจะหาการ์ดจอราคาประหยัดราคาประมาณ 4,000 บาท ในยุคนี้นั้นมีตัวเลือกมากมายทั้งค่ายเขียวและค่ายแดง เพราะเป็นการ์ดจอที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาไม่แพงมากนัก แต่ถ้าหากว่าเป็นการ์ดจอแรง ๆ อย่าง Geforce GTX 1050 ราคาแค่นี้คงมีตัวเลือกไม่มากนัก ซึ่งส่วนมากจะเป็นการ์ดพัดลมเดี๋ยว ไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม ไม่ได้มีความแรงสูงมากนัก แต่มีการ์ดจออย่างแบรนด์ AFOX ที่ได้เปิดตัวการ์ดจอประสิทธิภาพสูง พัดลมคู่ ระบายความร้อนดี Overclock ได้ และยังเป็นการ์ดจอที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก AFOX Geforce GTX 1050 คือการ์ดจอค่ายเขียว Nvidia รุ่นยอดนิยมในช่วงราคา 4,090 บาท ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ด้วยประสิทธิภาพความเร็วที่อยู่ในระดับสูง แต่มีราคาที่ถูกกว่าการ์ดจอระดับเดียวกันในตลาดส่วนมาก รวมถึงการออกแบบตัวการ์ดที่เน้นความเรียบง่าย แต่ก็ยังมี Design ที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ใช้งานในทุกระดับที่ต้องการการ์ดจอแรง ๆ ราคาไม่แพงไปใช้งานเล่นเกมเป็นหลัก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการนำไปจัดสเปคคอมพิวเตอร์คุ้ม ๆ แต่ในส่วนหน้าตา รายละเอียด และประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร ติดตามชมกันได้ VDO Review Specification Graphics Engine NVIDIA GeForce GTX 1050 Bus Standard PCI Express 3.0 CUDA 640 Video Memory GDDR5 2048MB Base Clock 1354 MHz Boost Clock 1455 MHz Memory Clock 7Gbps Memory Interface 128-Bit OS Certification Windows 7-10, Linux, FreeBSDx86 Maximum Digital Resolution* 7680×4320@60Hz DVI Output Yes x 2 HDMI Output Yes x 1 Display port Yes x 1 HDCP Support Yes Accessories 1 x Driver CD 1 x Quick Guide Package / Bundle หน้าตา Package ของ AFOX Geforce GTX 1050 ถูกออกแบบมาอย่างโดดเด่นด้วยตัวละคร RAIDEN จากเกม Metal Gear Solid เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับการ์ดจอรุ่นนี้ เแต่ก็ไม่ได้มีการโชว์หน้าตาตัวการ์ดจอแต่อย่างใด แต่มีจุดเด่นในส่วนของชื่อรุ่น Geforce GTX 1050 ที่ถูกสกรีนลายลงไปอย่างชัดเจน ไม่เหมือนการ์ดจอรุ่นไหน ส่วนด้านหลังตัวกล่องนั้นมีการระบุฟีเจอร์หลักของการ์ดจอ Nvidia และ สเปคคร่าว ๆ ของตัวการ์ด ในส่วนด้านในนั้นถือว่าเรียบ ๆ ไม่มีอะไร เน้นแพ๊กเกจที่เน้นหนาป้องกันอุปกรณ์เสียหาย ภายในกล่องจะมีตัวการ์ดถูกบรรจุมาอยากแน่นหนาอยู่ในซองกันไฟฟ้าสถิตย์ หุ้มพลาสติดกันกระแทก พร้อมกับมีโฟมรองตัวการ์ดอีกหนึ่งชั้น ส่วนบัลเดิ้ลที่แถมมาในกล่องนั้นมีเพียงแค่ คู่มือ DVD Driver และสายแปลงจาก MOLEX to 6Pin PCIe เท่านั้น      Design     AFOX Geforce GTX 1050 มาพร้อมกับหน้าตาของตัวการ์ดจอที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยชุดระบายความร้อนกับพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว ขนาด 60 mm บนตัวการ์ด พร้อม Cover ชุดระบายความร้อนสีดำสนิด ตัดลวดลายสีแดง พร้อมเล่นลวดลายต่าง ๆเสริมความโฉบเฉี่ยว ผลิตจากวัสดุพลาสติก ABS ในส่วนของซิงก์ระบายความร้อนเป็นเป็น Heat Sink ฟินอลูมิเนียมชิ้นเดียว แผ่นฟินค่อนข้างบาง และมีความสูงที่น้อย แต่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 ใน 4 ของตัวการ์ด เพื่อให้พัดลมสามารถเป่าอัดฟินระบายความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้านหลังตัวการ์ดยังคงมาแบบเรียบ ๆไม่มี Black Plate มาให้ ทั้งนี้เองตัวการ์ดก็มีน้ำหนักที่เบาจึงไม่ได้เป็นที่จะต้องใส่มา ส่วนพื้นผิว PCB นั้นเป็นผิวแบบด้านสีดำสนิด ความยาวเท่าชุดระบายความร้อนพอดี ในส่วนของด้านข้างนั้นไม่มีการประดับตกแต่งอะไร แต่ส่วนพอร์ตไฟเลี้ยง 6Pin PCIe ถูกย้ายไปที่ด้านหลังของการ์ดแตกต่างจากการ์ดทั่ว ๆ ไปที่นิยมไว้ด้านข้าง ส่วนของด้านพอร์ตการเชื่อมต่อของตัวการ์ดนั้นก็มาพร้อมกับ Back I/O Plate พร้อมเจาะช่องระบายความร้อนเพื่อสามารถระบายความร้อนออกทางหลังเคสได้ และมีพอร์ตการเชื่อมต่อ Dual Link DVI-D, HDMI 2.0b และ DisplayPort 1.4 โดยตัวการ์ดจะกินพื้นที่ในการติดตั้งทั้งหมด 2 สล๊อต Performance สำหรับสเปค Test Base ที่เราใช้ในการทดสอบครั้งนี้จะมาพร้อมกับ CPU Kaby  Lake  Intel Core i7 7700K แกนประมวลผล 4 Cores  8 Threads แรม Corsair 16GB DDR4 (8x2GB) Bus 2400 เมนบอร์ด Bioster  Z270 GT4 ส่วนวินโดส์บูทจาก SSD M.2 HyperX 480GB ส่วนพาวเวอร์ซัพพลายนั้นใช้ Cougar 1200W 80+ Bronze เรียกได้ว่าเป็นสเปคระดับสูงเพื่อให้สามารถรีดประสิทธิภาพการทำงานของการ์ดจอออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ส่วนสเปคของตัวการ์ดจากโปรแกรม GPU-Z จะมี CUDA Core 640 หน่วย ความเร็ว Base Clock 1,354 MHz และความเร็ว Boost Colck 1,455 MHz ส่วนแรมแบบ GDDR5 2GB ความเร็ว 1,752 MHz ความเร็ว  Bandwidth 112.1 GB/s  และ Ban Width 128 Bit       การทดสอบกราฟฟิกกับโปรแกรม Furmark บนการทดสอบ GPU ความละเอียด Full HD สามารถทำคะแนนรวมออกมาได้ 2318 คะแนน การเทสกับโปรแกรม 3D Mark Fire Strike สามารถทำคะแนนรวมได้ 6,354 คะแนน ด้วยคะแนน Graphic Score 7,038 คะแนนในแต่ละการทดสอบตัวการ์ดจอสามารถแสดงผลกราฟฟิกออกมาได้ดีเยี่ยมอาจจะมีหน่วงบ้างในบางช่วงที่โหลดหนักๆ   การเทสกับโปรแกรม 3D Mark Time Spy บน DirectX12 สามารถทำคะแนนรวมได้ 2,036 คะแนน ด้วยคะแนน Graphic Score 1,867 คะแนน ในแต่ละการทดสอบตัวการ์ดจอยังสามารถเล่นเกมบน DirectX12 ได้ แต่ในการทดสอบยังถือว่ากระตุกมาก แต่ก็เป็นระดับมาตรฐานของการ์ดจอรุ่นนี้ สำหรับการเทสเกมนั้นส่วนมาจะเป็นเกมที่กินสเปคกราฟฟิกในระดับสูง บนความละเอียดในระดับ Full HD  ซึ่งการปรับตั้งค่ากราฟฟิกนั้นต้องแตกต่างกันไปในแต่ละเกมตามความเหมาะสม เกมเก่าแนว Open world อย่าง GTA V สามารถปรับกราฟฟิกได้การทดสอบในระดับ Very High ได้ส่วนลดรอยหยักไม่ควรเกิน X4 สามารถทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 54.1 FPS ส่วนเกม Battlefield 1 และ Rise of Tomb Rider สามารถปรับกราฟฟิดได้สุดหมดเช่นกันลดรอยหยักช่วง X2-X4 ก็สามรถเล่นที่เฟรมเรทเฉลี่ยน 50-60 FPS ได้สบาย ๆ ส่วนเกม PUBG นั้นต้องอาศัยแรมการ์ดจอเยอะ ๆ ดังนั้นกราฟฟิกที่ใช้เพียง Medium เมื่อเทียบกับเกมอื่นถือว่าต่ำมาก แต่ก็ยังสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นเฟรมเรทก็ค่อนข้างเสถียรอีกด้วย ในส่วนของระบบระบายความร้อนสามารถระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม เอาอยู่ทุกสภาวะความร้อนไม่ให้เกิน 60 องศาเซลเซียสได้อย่างสบาย ๆ ในทุกการทดสอบ ทั้งอุณหภูมิหลังการเล่นเกม และหลังการ Benchmark อีกทั้งยังมีเสียงรบกวนที่ต่ำมากแต่สามารถระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ถือว่าการระบายความร้อนทำได้เกินคาดสำหรับการ์ดจอตัวนี้ Conclusion / Award AFOX Geforce GTX 1050 จากการที่ได้ทดสอบก็รู้สึกได้ว่านี่เป็นการ์ดจออีกตัวหนึ่งที่มีความคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับราคา ทั้งในด้านประสิทธิภาพเองที่สามารถเล่นเกมได้อยากไหลลื่น อีกทั้งการระบายความร้อนยังทำออกมาได้ดีเยี่ยม ในส่วนหน้าตาของตัวการ์ดเองก็ยังถือว่าสวยงานในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความหวือหวาอะไรมากนัก ซึ่งในภาพรวมแล้วถือว่าการ์ดจอรุ่นนี้ทำออกมาได้น่าพอใจเป็นอย่างมาก สรุป สั้น ๆ ง่าย ๆ AFOX Geforce GTX 1050 คือการ์ดจอที่เน้นประสิทธิภาพเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการ์ดจอคุ้ม ๆ ไม่เน้นความสวยงาม ไม่เน้นฟีเจอร์และซอฟแวร์ ซึ่งการ์ดจอรุ่นนี้สามารถตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้การ์ดจอ GTX 1050 รุ่นอื่น ๆ แต่มีราคาที่ถูกกว่ามาก  อีกทั้งชุดระบายความร้อนยังมีประสิทธิภาพเยี่ยมเชื่อถือได้ ด้วยราคาไม่เกิิน 15,000 บาท เท่านั้น ข้อดี ราคาคุ้มค่า มีความเร็ว Clock Speed ที่ค่อนข้างสูง หน้าตาตัวการ์ดถูกออกแบบมาสวยงาม วัสดุผลิตตัวการ์ดคุณภาพสูง ระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงเชื่อถือได้ ข้อสังเกตุ ลูกเล่นน้อยเหมาะสำหรับการใช้งานเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก Award Best Value AFOX Geforce GTX 1050ถือการ์ดจอที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก ถ้าเทียบประสิทธิภาพ/ราคา เล่นเกมได้ลื่นไม่แพ้การ์ดจอรุ่นอื่น ๆ แต่มีราคาที่ถูกมากเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดเสปคคุ้ม ๆ ที่ต้องการการ์ดจอราคาไม่แพง ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล /ภาพ : https://notebookspec.com คลิ๊ก!! สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
           AMD ค่ายนี้มีโปรดักส์ประเภท APU ที่โด่งดังมานานแล้ว เป็นขวัญใจ Gamer งบน้อยเลยก็ว่าได้ ด้วยประสิทธิภาพที่ถือว่าพอเล่นเกมส์ได้ในงบประมาณที่ไม่ต้องซื้อการ์ดจอแยกมาใส่ .. ถ้าใครไม่เห็นภาพก็ให้นึกถึง CPU หรือว่า Central Processing Unit ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลหลัก , และ GPU หรือว่า Graphic Processing Unit ที่จะทำหน้าที่ Render ภาพและงานกราฟฟิคต่างๆ .. ทั้งสองอย่างนี้มารวมกันอยู่ในชิพเดียวที่ AMD เรียกว่า Accelerated Processing Unit วางอยู่ใน Socket เดียวกับ CPU ชิพประมวลผลที่ทำงานแบบเดียวกันก็คือมี CPU และ GPU ในชิพเดียว จริงๆแล้วก็ไม้ได้มีแค่ค่าย AMD อย่างเดียวครับ เพราะว่าคู่แข่งนั้นก็มีชิพกราฟฟิคบน CPU มาให้เช่นเดียวกัน และมักจะเป็นมาตรฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่กันแล้ว (ที่เราเรียกกันว่าออนบอร์ดนั่นแหละ แต่ที่จริงมันย้ายมาอยู่บน CPU) AMD เพียงแค่ทำตลาดตรงนี้ได้ดี เพราะว่าประสิทธิภาพของชิพกราฟฟิคที่สูง และในบางกรณ๊ที่สามารถทำการ Crossfire กับ GPU แยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกด้วย  ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนทาง AMD ก็ได้เปิดตัว CPU Ryzen ที่เข้ามาเขย่าวงการไอที ด้วยราคาต่อประสิทธิภาพที่ถือว่าคุ้มค่ามาก จนได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมาจากคู่แข่งเยอะพอสมควร แต่โปรดักส์ในตระกูลของ APU หรือพวก A-Series ทั้งหลายนั้นยังไม่ได้รับการอัพเกรดมาเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ และยังคงใช้เทคโนโลยีเก่าอยู่ .. AMD เองที่เอาดีด้านนี้อยู่แล้ว ก็เตรียมลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยโปรดักส์ยุคใหม่อีกครั้ง .. จากที่ก่อนหน้านี้เขามาเขย่าตลาด Desktop ด้วย Ryzen และ Threadripper ตอนนี้ก็กำลังจะมาเขย่าตลาดโน๊ตบุ๊คด้วย Mobile APU ที่บริษัทได้ทำการพูดถึงมาบ้างแล้ว Ryzen Mobile APUs นี้ก็จะเป็น APU รุ่นแรกจากโปรดักส์ตระกูล Zen ที่จะเอามาใช้ GPU จากสถาปัตยกรรม Vega ซึ่งก็จะเอาข้อดีทั้งเรื่องประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานมาใช้ร่วมกัน .. ทางด้านประสิทธิภาพนั้น AMD ก็เคลมไว้ว่า สูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 50% ในส่วนของ CPU และ 40% ในส่วนของ GPU ... กับการบริโภคพลังงานที่ไม่ถึง 50% ของตัวก่อนหน้า ... เห็นแบบนี้แล้ว ถือว่าน่าประทับใจเลยครับ ! แต่นั่นก็เป็นการพูดถึงของ AMD เฉยๆ มาดูสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นจะดีกว่า .. ที่เรากำลังว่ากันอยู่นี่ก็คือผลหลุด Benchmark ด้วยโปรแกรม Geekbench เจ้าเก่า ที่ไม่ว่าจะมีรายละเอียดหรือประสิทธิภาพ CPU อะไรหลุดออกมามันก็มักจะหลุดออกมาผ่านโปรแกรมนี้ ด้วยความที่แค่มีการเทสท์และต่ออินเตอร์เน็ต มันก็จะโผล่เข้าไปอยู่ใน Database ของ Geekbench เลย (ไม่รู้จะตั้งใจหลุดหรือเปล่า)  คราวนี้เราก็เห็น APU Ryzen 5 2500U ที่ใช้ชื่อ Codename ว่า Raven Ridge มากับรายละเอียดคราวๆ และผล Benchmark .. อย่างแรกเลยก็คือคะแนน Multi-Core ที่ทำได้ 9723 คะแนน เมื่อเทียบกับ 5115 คะแนนของ AMD A12-9800B หรือพูดง่ายๆว่ามันเกือบเท่าตัว / และ Single Core ที่ 3625 คะแนน เทียบกับรุ่นก่อนหน้า (A12-9800B) ที่ 2315 คะแนน .. ถือว่าน่าประทับใจมากครับ กับพัฒนาการของ APU ทำให้เราได้เห็นว่าอนาคตของโน๊ตบุ๊คและ Mobile Platform ทั้งหลายนั้นดูดีเลย และถ้าไม่ได้เล่นเกมส์หนักๆมากจริงๆ การ์ดจอแยกอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป AMD เองก็มีแผนที่จะเปิดตัว Raven-Ridge APU นี้ประมาณช่วงปลายปี .. ถึงเวลานั้นเรามาลองดู Benchmark และการเทสท์เกมส์กันจริงๆดีกว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรไปจากผลคะแนน Benchmark ที่หลุดออกมาครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com