ข่าวไอที / รวมรายละเอียด Apple iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus : Smartphone ปี 2017 จากค่ายผลไม้

เรื่องนี้โดนใจไลค์หน่อย โพสโดย admin เมื่อ 2017/09/13 | เข้าชม 663 ครั้ง

              ปีนี้ก็เป็นปีที่สำคัญสำหรับค่ายมือถือผลไม้อย่าง Apple เพราะว่ามันเป็นการครบรอบ 10 ปีตั้งแต่ได้เปิดตัว iPhone รุ่นแรก .. และแน่นอนว่าโอกาสใหญ่ๆแบบนี้ทางบริษัทก็ต้องมีอะไรที่น่าสนใจมานำเสนออยู่แล้ว.. ซึ่งวันนี้เองทาง Apple ก็ได้เปิดตัวโปรดักส์เรือธงในหมวดหมู่ Smartphone ของปี 2017 ด้วย (เปิดกี่ทีมันก็เรือธงทุกทีแหละ) แต่คราวนี้มีหลากหลายรุ่นให้เลือกเลยตั้งแต่ iPhone 8, iPhone 8 Plus และที่น่าสนใจที่สุดก็คือ iPhone X หรือว่าที่ทาง Apple เรียกว่า iPhone 10 (ตัว X น่าจะเป็นเลขโรมัน)

ก่อนอื่นมาว่ากันที่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก่อนเลย .. ตอนเปิดตัวมาเมื่อสาวกทั้งหลายเห็นก็ต้องยอมรับว่ามันดูกร่อยซักหน่อย เพราะว่าดูแว้บแรกแล้วหน้าตามันไม่ได้แตกต่างกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มากเลย ผิดกับข่าวลือ ข่าวหลุดที่ออกมาก่อนหน้านี้ / โดย 8 และ 8 Plus ก็ถือเป็นรุ่นที่อัพเกรดขึ้นมาจาก 7 , 7 Plus หลักๆแล้วก็เรื่องด้านสเป็คและฟีเจอร์นิดๆหน่อยๆ .. วัสดุก็ได้มีการเปลี่ยนมาใช้เป็นกระจกทั้งด้านหน้าและหลัง ล้อมรอบด้วยโครงแบบ Aerospace-Grade Aluminum กระจกที่เอามาใช้นั้น Apple ก็ได้เคลมว่าเป็นกระจกที่ทนทานที่สุดในบรรดา Smartphone ทุกรุ่น / ขนาดของจอก็จะอยู่ทืี่ 4.7" สำหรับ iPhone 8 และ 5.5" สำหรับ iPhone 8 Plus เท่ากับรุ่นก่อนหน้านี้ทุกประการ .. แต่คราวนี้จะมากับเทคโนโลยีจอใหม่อย่าง Retina HD Display

ชิพประมวลผลก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาเป็นรุ่นใหม่ A11 Bionic ที่ทำงานบนพื้นฐาน 64-bit มี 6-Core โดยจะแบ่งเป็น Core ประหยัดพลังงานสอง Core และ Core ประสิทธิภาพสูงอีกสี่ Core ทางด้าน GPU ก็จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า Apple A10 อีก 30% / สำหรับกล้องนั้น iPhone 8 ก็จะมากับกล้อง 12 ล้านพิกเซล มี Color Filter และระบบกันสั่น OIS , ส่วน iPhone 8 Plus นั้นมากับ กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซล f/1.8 และ f/2.4 .. นอกจากนั้นก็จะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ Portrait Lightning ที่ปรับแสงและเอฟเฟ็กต์ของหน้าผู้ใช้งานได้แม้กระทั่งก่อนถ่ายภาพ .. สุดท้ายก็คือโหมดถ่าย Slow Motion ที่ 240fps ในความละเอียด 1080

ฟีเจอร์อื่นๆก็จะมีอีก ไม่ว่าจะเป็น LTE Advanced , Bluetooth , ลำโพงที่ดังกว่ารุ่นที่แล้ว 25% , Wireless Charge มาตรฐาน Qi ที่หลายๆแบรนด์ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน / ใครที่อยากได้ iPhone 8 / 8 Plus นั้นก็จะเปิดให้ Pre-Order วันที่ 15 นี้ และจะวางขายจริงหรือพร้อมส่งวันที่ 22 โดยมีตัวเลือกให้สามสี Silver, Space Gray และ Gold ความจุจะมีอยู่ที่ 64GB และ 256GB ไม่มีรุ่น 32GB อีกต่อไป .. ราคาก็จะเริ่มที่ $699 สำหรับ iPhone 8 และ $799 สำหรับ iPhone 8 Plus ซึ่งก็๋ถือว่าไม่เลวเลย (ต้องรอดูในไทยจะขายจริงเท่าไหร่)



อีกรุ่นที่น่าสนใจกว่านั่นก็คือ iPhone X หรือว่ารุ่นครบรอบสิบปีนั่นเอง ! - หลังจากที่ iPhone 8 เปิดตัวมาอาจทำให้สาวกตกใจว่าปีนี้จะมีแค่นี้จริงเหรอ ก็มี iPhone X นี่แหละครับ ทีเปิดตัวมาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เป็นโทรศัพท์ที่น่าประทับใจที่สุดของแบรนด์ Apple และแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เช่นกัน !

มันก็มากับจอขนาด 5.8" แบบ edge-to-edge กรอบบาง OLED Super Retina ที่มีความละเอียด 2438*1125 ความละเอียด Pixel ที่ 458ppi และยังรองรับ HDR และ Dolby Vision อีกด้วย

อีกอย่างที่เห็นชัดเลยก็คือปุ่ม Home ตรงกลางแถบล่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple นั้นหายไป ซึ่งตรงนี้แหละครับเป็นจุดน่าสนใจ เพราะปุ่ม Home มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นปุ่มอย่างเดียว แต่ว่ามันยังเป็นพื้นที่สำหรับ Touch ID หรือเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วย ! .. ในเมื่อทั้งหมดนี้หายไป Apple ก็ต้องมากับวิธีการใช้งานใหม่ ด้วยการใช้ Gesture แทน คราวนี้จะกดปุ่ม Home ก็เปลี่ยนเป็นการลากจอ (Swipe) จากล่างสุดขึ้นบนแทน หรือว่าจะไป Multi-Task ก็ลากขึ้นแล้วค้างนิ้วไว้ หรือว่าจะสลับ App ด้วยการลากด้านล่างของจอก็ได้ .. ส่วน Control Center ที่เคยอยู่ด้านล่างนั้นก็จะย้ายไปอยู่ด้านบนแทนครับ คราวนี้ก็จะเหมือน Quick Setting ของแอนดรอยเลย

ระบบรักษาความปลอดภััยแบบ Biometric นั้นก็ได้ถอด Touch ID หรือระบบสแกนลายนิ้วมือออกไปและแทนที่ด้วย Face ID ที่เป็นชื่อของระบบ Facial Recognition จาก Apple โดยจะใช้ประโยชน์จากกล้องหน้าแบบ True-Depth วัดระยะความลึกได้ .. ตรงนี้เองที่ทาง Apple โปรโมทว่ามีความปลอดภัยมากกว่าการสแกนลายนิ้วมือมาก และนอกจากปลดล๊อคแล้วจะยังใช้งานกับ Third-Party App หรือ Apple Pay ได้ด้วย

พูดกันถึงกล้องบ้าง .. iPhone X จะมากัับกล้อง 12MP คู่ มี Color Filter ใหม่ และ LED Two-Tone Flash 4 ดวง ระบบกันสั่น OIS ทั้งสองเลนส์เหมือนกับ Samsung Galaxy Note 8 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ .. สำหรับความกว้างของรูรับแสงก็จะอยู่ที่ f/1.8 สำหรับเลนส์ Wide-Angle หลัก และ f/2.4 สำหรับเลนส์ซูม Telephoto .. ฟีเจอร์ Portrait Lightning ก็จะยังมีมาเหมือนกับรุ่น 8/8Plus 

ตัวบอดี้นั้นกจะเป็นกระจกทั้งหน้าและหลัง ทำให้รองรับ Wireless Charge มาตรฐาน Qi ด้วยเช่นกัน และทาง Apple ก็ได้เปิดตัว Charging Dock ที่เรียกว่า Air Power สามารถชาร์จ iPhone X , Apple Watch 3 และ AirPods ได้ในเวลาเดียวกัน (เปิดตัวปีหน้า) / ทางด้าน iPhone X นั้นก็จะเปิดให้ Pre-Order ในวันที่ 27 ตุลาคม และวางขายหรือจัดส่งจริง 3 พฤษจิกายน .. มีสีให้เลือกสองสี Space Gray และ Silver ความจุสองขนาด 64GB และ 256GB ด้วยราคาเริ่มต้นที่ $999 (ทะลุสามหมื่นบาทไปแล้ว) 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com


เรื่องแนะนำ

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในงาน HP World Partner Forum ที่ผ่านมานั้นทาง HP ได้ทำการเปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One รุ่นใหม่อย่าง EliteOne 1000 AiO G1 โดยได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางด้านธุรกิจที่จำเป็นต้องมีการประชุมผ่านทาง Skype โดยเฉพาะออกมาครับ ตัวเครื่องนั้นจะมีโมเดลแยกแตกต่างกันไปตามขนาดหน้าจออันได้แก่ 23.8 นิ้ว, 27 นิ้วและ 34 นิ้วครับ สำหรับสเปคต่างๆ ของตัวเครื่อง EliteOne 1000 AiO G1 นั้นจะมีดังต่อไปนี้ครับ หน้าจอขนาด 23.8 นิ้วจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ Full HD, หน้าจอขนาด 27 นิ้วจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 4K ส่วนหน้าจอขนาด 34 นิ้วนั้นจะมาพร้อมกับความละเอียดระดับ ultra-wide และเป็นหน้าจอโค้ง ทั้งนี้หน้าจอของทั้ง 3 โมเดลนั้นไม่รองรับการสัมผัส หน่วยประมวลผลจะมีให้เลือกโดยจะเป็นหน่วยประมวลผลของทาง Intel ในสถาปัตยกรรม Skylake หน่วยความจำ(RAM) จะมีตัวเลือกแบบธรรมดาและ Intel Optane memory กล้อง Webcam มาำร้อมกับความระเอียดในระดับ FHD ระบบเสียงใช้ของ Bang & Olufsen มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 10 Pro มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ทางด้านธุรกิจของทาง HP อย่าง HP Sure Click, HP Sure Start Gen3 และ HP Manageability Integration Kit ผู้ใช้สามารถเลือกติดตั้งซอฟต์แวร์ HP PhoneWise สำหรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อที่จะใช้งานการโทรเข้าและออกหรือโต้ตอบข้อความผ่านหน้าจอตัวเครื่องได้(โดยตัวสมาร์ทโฟนนั้นต้องรองรับกับการทำงานนี้ด้วยโดยสามารถดูได้จากที่สมาร์ทโฟนสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใช้ร่วมกันได้หรือไม่) HP EliteOne 1000 AiO G1 จะพร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $1,259 หรือประมาณ 43,440 บาทครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ด้วยความตาไวของผู้ใช้งาน Reddit นามแผง Liskni_si นั้นพบว่ามีรูปของโน๊ตบุ๊ค Retro Thinkpad โผล่บนเว็บไซต์ของ Lenovo ที่เผยให้เห็นตัวเครื่องที่มาพร้อมกับเคสแบบเดียวกับตัวเครื่องรุ่น T470 ที่เคยได้คะแนนสูงถึง 91% ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องรุ่น Limited Edition สำหรับการฉลองครบรอบ 25 ปีสำหรับ Thinkpad แต่ทว่าหลังจากที่มีรูปหลุดออกมานั้นก็เป็นไปตามคาดครับว่าทาง Lenovo ก็ลบรูปไปอย่างรวดเร็วครับ จากภาพนั้นจะเห็นได้ครับว่านนอกจากตัวเครื่องที่จะมาพร้อมกับเคสของรุ่น T470 แล้วนั้น ในส่วนของคีย์บอร์ดนั้นจะมาพร้อมกับคีย์บอร์ดสไตล์ 7 แถว แบบเดียวกับของ IBM เดิมที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้ IBM รุ่นเก่าหลายๆ คน ซึ่ง Retro Thinkpad นั้นหากย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นทาง Lenovo เคยยืนยันมาแล้วครั้งหนึ่งครับว่าจะมีการทำเครื่องรุ่น Retro ออกมาครับ จากรูปที่หลุดออกมาพร้อมข้อมูลข่าวลือนั้ัน Retro Thinkpad น่่าจะมาพร้อมกับสเปคบางส่วนต่อไปนี้ครับ ตัวเครื่องมาพร้อมกับโลโก้ ThinkPad แบบหลากสีสัน ปุ่ม Enter เป็นสีน้ำเงินตามรูปแบบเก่าๆ ของ ThinkPad หน้าจอขนาด 14 นิ้วซึ่งสามารถพับให้แบน 180 องศาได้โดยคาดว่าน่าจะมาพร้อมกับความละเอียดที่ระดับ 1080p มาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ Webcam มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งาน Windows Hello ได้หรืออาจจะใช้เป็น ‘Think Light’ ที่ตัวเครื่องจะมีการระบุเอาไว้ว่าเป็น “Anniversary Edition” ทั้งนี้คาดว่า Retro Thinkpad น่าจะทำการเปิดตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้เนื่องจากว่าในยุคที่ยัังเป็น IBM นั้นได้มีการเปิดตัว ThinkPad ช่วงเดือนตุลาคมของปี 1992 โดยสเปคภายในนั้นคาดว่า Retro Thinkpad น่าจะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลของทาง Intel สถาปัตยกรรม Coffee Lake ครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
5 สิ่งที่ควรรู้ และต้องทำ ก่อนที่จะอัปเดท iOS 11 เวอร์ชั่นล่าสุด ได้เวลาที่สาวก iOS ตัวจริงคงจะตั้งตารอคอยการมาของ iOS11 อยู่แน่นอนเพราะมันจะมาในวันที่ 19 กันยายน แต่ถ้าเทียบเป็นเวลาประเทศไทยจะตรงกับวันที่ 20 กันยายน ระหว่างรอนั้น ก็มี 5 ข้อที่ต้องรู้และควรทำก่อนอัปเดตทระบบปฏิบัติการใหม่นี้บ้าง ชาร์จแบตเตอรี่ต้องพร้อมอัปเดท เนื่องจาการอัปเดทระบบปฏิบัติการมือถือควรจะมีปริมาณแบตเตอรี่เกิน 50% ขึ้นไป เพื่อให้เครื่องไม่ดับระหว่างการอัปเดท แต่ถ้ามีการอัปเดทจริง ๆ ถ้าชาร์จแบตฯให้เต็มได้จะดีกว่า การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต้องพร้อม ปกติการ Update ระบบปฏิบัติการ โดยเฉพาะ iOS นั้นจะต้องเชื่อมต่อกับ WiFi เพื่อความเสถียร แต่ว่าถ้าบางคนไม่สะดวก สามารถใช้มือถือเครื่องอื่นกระจายแล้วโหลดได้เช่นกัน แต่ก็จะเสียจำนวน Data นะครับ จัดการข้อมูลที่เกินความจำเป็น   ความจำของเครื่องเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ระบบปฏิบัติการ Update ไม่ได้หากมีพื้นที่น้อยเกินไป ควรจะจัดการให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น เช่นย้ายรูปไปเก็บบน Cloud ลบ Apps ที่ไม่ได้ใช้ หรือจะเป็นการลบข้อความออกก็ช่วยได้เช่นกันครับ ไม่ควรเล่น/ใช้งานเครื่องระหว่างโหลด เพราะระหว่างการเล่นเกมอยู่นั้นจะทำให้พลังงานของเครื่องลดลงและเกิดการใช้งานพื้นที่จนทำให้การ Download หยุดไป ซึ่งอาจจะส่งผลเสียทำให้การอัปเดทระบบปฏิบัติการ ไม่สมบูรณ์ รีสตาร์ทเครื่องก่อนโหลด เนื่องจากเครื่องของคุณอาจจะมีการเปิด Application ค้างไว้อยู่หลายตัวก็อาจจะหน่วงเครื่องทำให้การอัปเดทนั้นทำได้ไม่รวดเร็วพอ การที่ Restart เครื่องนั้นถือว่าเป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจและควรทำอย่างยิ่งเลยล่ะครับ วิธีการนั้นทำได้ง่าย ๆ แค่กดปุ่ม Power แล้วสไลด์ปิด จากนั้นกดเปิดเครื่องใหม่ 5 ข้อนี้หากปฏิบัติตามแล้วจะทำให้การ Update ระบบปฏิบัติการบนมือถือราบรื่นไม่ติดขัด แถมลดปัญหาเรื่องความจำเต็มไม่สามารถโหลดข้อมูลได้อีกด้วย แต่คำแนะนำจริง ๆ แล้ว สำหรับ iOS11 ถ้าไม่รีบร้อนก็ค่อย ๆ อัปเดทไปจะดีกว่านะครับ เพราะวันแรกคนจะโหลดเยอะนิดนึง ขอขอบคุณแหล่งที่มา : http://hitech.sanook.com

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
หากจะหาการ์ดจอราคาประหยัดราคาประมาณ 4,000 บาท ในยุคนี้นั้นมีตัวเลือกมากมายทั้งค่ายเขียวและค่ายแดง เพราะเป็นการ์ดจอที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยราคาไม่แพงมากนัก แต่ถ้าหากว่าเป็นการ์ดจอแรง ๆ อย่าง Geforce GTX 1050 ราคาแค่นี้คงมีตัวเลือกไม่มากนัก ซึ่งส่วนมากจะเป็นการ์ดพัดลมเดี๋ยว ไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงเพิ่ม ไม่ได้มีความแรงสูงมากนัก แต่มีการ์ดจออย่างแบรนด์ AFOX ที่ได้เปิดตัวการ์ดจอประสิทธิภาพสูง พัดลมคู่ ระบายความร้อนดี Overclock ได้ และยังเป็นการ์ดจอที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก AFOX Geforce GTX 1050 คือการ์ดจอค่ายเขียว Nvidia รุ่นยอดนิยมในช่วงราคา 4,090 บาท ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ด้วยประสิทธิภาพความเร็วที่อยู่ในระดับสูง แต่มีราคาที่ถูกกว่าการ์ดจอระดับเดียวกันในตลาดส่วนมาก รวมถึงการออกแบบตัวการ์ดที่เน้นความเรียบง่าย แต่ก็ยังมี Design ที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ใช้งานในทุกระดับที่ต้องการการ์ดจอแรง ๆ ราคาไม่แพงไปใช้งานเล่นเกมเป็นหลัก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการนำไปจัดสเปคคอมพิวเตอร์คุ้ม ๆ แต่ในส่วนหน้าตา รายละเอียด และประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร ติดตามชมกันได้ VDO Review Specification Graphics Engine NVIDIA GeForce GTX 1050 Bus Standard PCI Express 3.0 CUDA 640 Video Memory GDDR5 2048MB Base Clock 1354 MHz Boost Clock 1455 MHz Memory Clock 7Gbps Memory Interface 128-Bit OS Certification Windows 7-10, Linux, FreeBSDx86 Maximum Digital Resolution* 7680×4320@60Hz DVI Output Yes x 2 HDMI Output Yes x 1 Display port Yes x 1 HDCP Support Yes Accessories 1 x Driver CD 1 x Quick Guide Package / Bundle หน้าตา Package ของ AFOX Geforce GTX 1050 ถูกออกแบบมาอย่างโดดเด่นด้วยตัวละคร RAIDEN จากเกม Metal Gear Solid เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับการ์ดจอรุ่นนี้ เแต่ก็ไม่ได้มีการโชว์หน้าตาตัวการ์ดจอแต่อย่างใด แต่มีจุดเด่นในส่วนของชื่อรุ่น Geforce GTX 1050 ที่ถูกสกรีนลายลงไปอย่างชัดเจน ไม่เหมือนการ์ดจอรุ่นไหน ส่วนด้านหลังตัวกล่องนั้นมีการระบุฟีเจอร์หลักของการ์ดจอ Nvidia และ สเปคคร่าว ๆ ของตัวการ์ด ในส่วนด้านในนั้นถือว่าเรียบ ๆ ไม่มีอะไร เน้นแพ๊กเกจที่เน้นหนาป้องกันอุปกรณ์เสียหาย ภายในกล่องจะมีตัวการ์ดถูกบรรจุมาอยากแน่นหนาอยู่ในซองกันไฟฟ้าสถิตย์ หุ้มพลาสติดกันกระแทก พร้อมกับมีโฟมรองตัวการ์ดอีกหนึ่งชั้น ส่วนบัลเดิ้ลที่แถมมาในกล่องนั้นมีเพียงแค่ คู่มือ DVD Driver และสายแปลงจาก MOLEX to 6Pin PCIe เท่านั้น      Design     AFOX Geforce GTX 1050 มาพร้อมกับหน้าตาของตัวการ์ดจอที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยชุดระบายความร้อนกับพัดลมขนาดใหญ่ 2 ตัว ขนาด 60 mm บนตัวการ์ด พร้อม Cover ชุดระบายความร้อนสีดำสนิด ตัดลวดลายสีแดง พร้อมเล่นลวดลายต่าง ๆเสริมความโฉบเฉี่ยว ผลิตจากวัสดุพลาสติก ABS ในส่วนของซิงก์ระบายความร้อนเป็นเป็น Heat Sink ฟินอลูมิเนียมชิ้นเดียว แผ่นฟินค่อนข้างบาง และมีความสูงที่น้อย แต่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่ 3 ใน 4 ของตัวการ์ด เพื่อให้พัดลมสามารถเป่าอัดฟินระบายความร้อนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้านหลังตัวการ์ดยังคงมาแบบเรียบ ๆไม่มี Black Plate มาให้ ทั้งนี้เองตัวการ์ดก็มีน้ำหนักที่เบาจึงไม่ได้เป็นที่จะต้องใส่มา ส่วนพื้นผิว PCB นั้นเป็นผิวแบบด้านสีดำสนิด ความยาวเท่าชุดระบายความร้อนพอดี ในส่วนของด้านข้างนั้นไม่มีการประดับตกแต่งอะไร แต่ส่วนพอร์ตไฟเลี้ยง 6Pin PCIe ถูกย้ายไปที่ด้านหลังของการ์ดแตกต่างจากการ์ดทั่ว ๆ ไปที่นิยมไว้ด้านข้าง ส่วนของด้านพอร์ตการเชื่อมต่อของตัวการ์ดนั้นก็มาพร้อมกับ Back I/O Plate พร้อมเจาะช่องระบายความร้อนเพื่อสามารถระบายความร้อนออกทางหลังเคสได้ และมีพอร์ตการเชื่อมต่อ Dual Link DVI-D, HDMI 2.0b และ DisplayPort 1.4 โดยตัวการ์ดจะกินพื้นที่ในการติดตั้งทั้งหมด 2 สล๊อต Performance สำหรับสเปค Test Base ที่เราใช้ในการทดสอบครั้งนี้จะมาพร้อมกับ CPU Kaby  Lake  Intel Core i7 7700K แกนประมวลผล 4 Cores  8 Threads แรม Corsair 16GB DDR4 (8x2GB) Bus 2400 เมนบอร์ด Bioster  Z270 GT4 ส่วนวินโดส์บูทจาก SSD M.2 HyperX 480GB ส่วนพาวเวอร์ซัพพลายนั้นใช้ Cougar 1200W 80+ Bronze เรียกได้ว่าเป็นสเปคระดับสูงเพื่อให้สามารถรีดประสิทธิภาพการทำงานของการ์ดจอออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ส่วนสเปคของตัวการ์ดจากโปรแกรม GPU-Z จะมี CUDA Core 640 หน่วย ความเร็ว Base Clock 1,354 MHz และความเร็ว Boost Colck 1,455 MHz ส่วนแรมแบบ GDDR5 2GB ความเร็ว 1,752 MHz ความเร็ว  Bandwidth 112.1 GB/s  และ Ban Width 128 Bit       การทดสอบกราฟฟิกกับโปรแกรม Furmark บนการทดสอบ GPU ความละเอียด Full HD สามารถทำคะแนนรวมออกมาได้ 2318 คะแนน การเทสกับโปรแกรม 3D Mark Fire Strike สามารถทำคะแนนรวมได้ 6,354 คะแนน ด้วยคะแนน Graphic Score 7,038 คะแนนในแต่ละการทดสอบตัวการ์ดจอสามารถแสดงผลกราฟฟิกออกมาได้ดีเยี่ยมอาจจะมีหน่วงบ้างในบางช่วงที่โหลดหนักๆ   การเทสกับโปรแกรม 3D Mark Time Spy บน DirectX12 สามารถทำคะแนนรวมได้ 2,036 คะแนน ด้วยคะแนน Graphic Score 1,867 คะแนน ในแต่ละการทดสอบตัวการ์ดจอยังสามารถเล่นเกมบน DirectX12 ได้ แต่ในการทดสอบยังถือว่ากระตุกมาก แต่ก็เป็นระดับมาตรฐานของการ์ดจอรุ่นนี้ สำหรับการเทสเกมนั้นส่วนมาจะเป็นเกมที่กินสเปคกราฟฟิกในระดับสูง บนความละเอียดในระดับ Full HD  ซึ่งการปรับตั้งค่ากราฟฟิกนั้นต้องแตกต่างกันไปในแต่ละเกมตามความเหมาะสม เกมเก่าแนว Open world อย่าง GTA V สามารถปรับกราฟฟิกได้การทดสอบในระดับ Very High ได้ส่วนลดรอยหยักไม่ควรเกิน X4 สามารถทำเฟรมเรทเฉลี่ยได้ 54.1 FPS ส่วนเกม Battlefield 1 และ Rise of Tomb Rider สามารถปรับกราฟฟิดได้สุดหมดเช่นกันลดรอยหยักช่วง X2-X4 ก็สามรถเล่นที่เฟรมเรทเฉลี่ยน 50-60 FPS ได้สบาย ๆ ส่วนเกม PUBG นั้นต้องอาศัยแรมการ์ดจอเยอะ ๆ ดังนั้นกราฟฟิกที่ใช้เพียง Medium เมื่อเทียบกับเกมอื่นถือว่าต่ำมาก แต่ก็ยังสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นเฟรมเรทก็ค่อนข้างเสถียรอีกด้วย ในส่วนของระบบระบายความร้อนสามารถระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม เอาอยู่ทุกสภาวะความร้อนไม่ให้เกิน 60 องศาเซลเซียสได้อย่างสบาย ๆ ในทุกการทดสอบ ทั้งอุณหภูมิหลังการเล่นเกม และหลังการ Benchmark อีกทั้งยังมีเสียงรบกวนที่ต่ำมากแต่สามารถระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ถือว่าการระบายความร้อนทำได้เกินคาดสำหรับการ์ดจอตัวนี้ Conclusion / Award AFOX Geforce GTX 1050 จากการที่ได้ทดสอบก็รู้สึกได้ว่านี่เป็นการ์ดจออีกตัวหนึ่งที่มีความคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับราคา ทั้งในด้านประสิทธิภาพเองที่สามารถเล่นเกมได้อยากไหลลื่น อีกทั้งการระบายความร้อนยังทำออกมาได้ดีเยี่ยม ในส่วนหน้าตาของตัวการ์ดเองก็ยังถือว่าสวยงานในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความหวือหวาอะไรมากนัก ซึ่งในภาพรวมแล้วถือว่าการ์ดจอรุ่นนี้ทำออกมาได้น่าพอใจเป็นอย่างมาก สรุป สั้น ๆ ง่าย ๆ AFOX Geforce GTX 1050 คือการ์ดจอที่เน้นประสิทธิภาพเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการ์ดจอคุ้ม ๆ ไม่เน้นความสวยงาม ไม่เน้นฟีเจอร์และซอฟแวร์ ซึ่งการ์ดจอรุ่นนี้สามารถตอบสนองการเล่นเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แพ้การ์ดจอ GTX 1050 รุ่นอื่น ๆ แต่มีราคาที่ถูกกว่ามาก  อีกทั้งชุดระบายความร้อนยังมีประสิทธิภาพเยี่ยมเชื่อถือได้ ด้วยราคาไม่เกิิน 15,000 บาท เท่านั้น ข้อดี ราคาคุ้มค่า มีความเร็ว Clock Speed ที่ค่อนข้างสูง หน้าตาตัวการ์ดถูกออกแบบมาสวยงาม วัสดุผลิตตัวการ์ดคุณภาพสูง ระบบระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงเชื่อถือได้ ข้อสังเกตุ ลูกเล่นน้อยเหมาะสำหรับการใช้งานเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก Award Best Value AFOX Geforce GTX 1050ถือการ์ดจอที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก ถ้าเทียบประสิทธิภาพ/ราคา เล่นเกมได้ลื่นไม่แพ้การ์ดจอรุ่นอื่น ๆ แต่มีราคาที่ถูกมากเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดเสปคคุ้ม ๆ ที่ต้องการการ์ดจอราคาไม่แพง ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล /ภาพ : https://notebookspec.com คลิ๊ก!! สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
           AMD ค่ายนี้มีโปรดักส์ประเภท APU ที่โด่งดังมานานแล้ว เป็นขวัญใจ Gamer งบน้อยเลยก็ว่าได้ ด้วยประสิทธิภาพที่ถือว่าพอเล่นเกมส์ได้ในงบประมาณที่ไม่ต้องซื้อการ์ดจอแยกมาใส่ .. ถ้าใครไม่เห็นภาพก็ให้นึกถึง CPU หรือว่า Central Processing Unit ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลหลัก , และ GPU หรือว่า Graphic Processing Unit ที่จะทำหน้าที่ Render ภาพและงานกราฟฟิคต่างๆ .. ทั้งสองอย่างนี้มารวมกันอยู่ในชิพเดียวที่ AMD เรียกว่า Accelerated Processing Unit วางอยู่ใน Socket เดียวกับ CPU ชิพประมวลผลที่ทำงานแบบเดียวกันก็คือมี CPU และ GPU ในชิพเดียว จริงๆแล้วก็ไม้ได้มีแค่ค่าย AMD อย่างเดียวครับ เพราะว่าคู่แข่งนั้นก็มีชิพกราฟฟิคบน CPU มาให้เช่นเดียวกัน และมักจะเป็นมาตรฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่กันแล้ว (ที่เราเรียกกันว่าออนบอร์ดนั่นแหละ แต่ที่จริงมันย้ายมาอยู่บน CPU) AMD เพียงแค่ทำตลาดตรงนี้ได้ดี เพราะว่าประสิทธิภาพของชิพกราฟฟิคที่สูง และในบางกรณ๊ที่สามารถทำการ Crossfire กับ GPU แยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกด้วย  ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนทาง AMD ก็ได้เปิดตัว CPU Ryzen ที่เข้ามาเขย่าวงการไอที ด้วยราคาต่อประสิทธิภาพที่ถือว่าคุ้มค่ามาก จนได้ส่วนแบ่งทางการตลาดมาจากคู่แข่งเยอะพอสมควร แต่โปรดักส์ในตระกูลของ APU หรือพวก A-Series ทั้งหลายนั้นยังไม่ได้รับการอัพเกรดมาเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ และยังคงใช้เทคโนโลยีเก่าอยู่ .. AMD เองที่เอาดีด้านนี้อยู่แล้ว ก็เตรียมลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยโปรดักส์ยุคใหม่อีกครั้ง .. จากที่ก่อนหน้านี้เขามาเขย่าตลาด Desktop ด้วย Ryzen และ Threadripper ตอนนี้ก็กำลังจะมาเขย่าตลาดโน๊ตบุ๊คด้วย Mobile APU ที่บริษัทได้ทำการพูดถึงมาบ้างแล้ว Ryzen Mobile APUs นี้ก็จะเป็น APU รุ่นแรกจากโปรดักส์ตระกูล Zen ที่จะเอามาใช้ GPU จากสถาปัตยกรรม Vega ซึ่งก็จะเอาข้อดีทั้งเรื่องประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงานมาใช้ร่วมกัน .. ทางด้านประสิทธิภาพนั้น AMD ก็เคลมไว้ว่า สูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 50% ในส่วนของ CPU และ 40% ในส่วนของ GPU ... กับการบริโภคพลังงานที่ไม่ถึง 50% ของตัวก่อนหน้า ... เห็นแบบนี้แล้ว ถือว่าน่าประทับใจเลยครับ ! แต่นั่นก็เป็นการพูดถึงของ AMD เฉยๆ มาดูสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นจะดีกว่า .. ที่เรากำลังว่ากันอยู่นี่ก็คือผลหลุด Benchmark ด้วยโปรแกรม Geekbench เจ้าเก่า ที่ไม่ว่าจะมีรายละเอียดหรือประสิทธิภาพ CPU อะไรหลุดออกมามันก็มักจะหลุดออกมาผ่านโปรแกรมนี้ ด้วยความที่แค่มีการเทสท์และต่ออินเตอร์เน็ต มันก็จะโผล่เข้าไปอยู่ใน Database ของ Geekbench เลย (ไม่รู้จะตั้งใจหลุดหรือเปล่า)  คราวนี้เราก็เห็น APU Ryzen 5 2500U ที่ใช้ชื่อ Codename ว่า Raven Ridge มากับรายละเอียดคราวๆ และผล Benchmark .. อย่างแรกเลยก็คือคะแนน Multi-Core ที่ทำได้ 9723 คะแนน เมื่อเทียบกับ 5115 คะแนนของ AMD A12-9800B หรือพูดง่ายๆว่ามันเกือบเท่าตัว / และ Single Core ที่ 3625 คะแนน เทียบกับรุ่นก่อนหน้า (A12-9800B) ที่ 2315 คะแนน .. ถือว่าน่าประทับใจมากครับ กับพัฒนาการของ APU ทำให้เราได้เห็นว่าอนาคตของโน๊ตบุ๊คและ Mobile Platform ทั้งหลายนั้นดูดีเลย และถ้าไม่ได้เล่นเกมส์หนักๆมากจริงๆ การ์ดจอแยกอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป AMD เองก็มีแผนที่จะเปิดตัว Raven-Ridge APU นี้ประมาณช่วงปลายปี .. ถึงเวลานั้นเรามาลองดู Benchmark และการเทสท์เกมส์กันจริงๆดีกว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรไปจากผลคะแนน Benchmark ที่หลุดออกมาครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com