logo
logo
ยกเลิก
25/01/2021
5 โปรแกรม Live Steaming ฉบับ PC เส้นทางสู่การเป็น Streamer

 

     ต้องเกริ่นก่อนเลยว่า Live Streaming คือ คือการรับ/ส่ง สัญญาณภาพและเสียงบนระบบ Internet โดยอาศัยเทคโนโลยี Internet ในการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือ สมาร์ททีวี ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา และกลายเป็นแพลทฟอร์มความบันเทิงหนึ่งที่น่าสนใจ และมีคนเข้าไปทำจำนวนมากทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นรายการไลฟ์สตรีมต่าง ๆ รวมไปถึงการแคสต์เกมก็จัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ด้วยนั่นเอง เอาล่ะเราไปเข้าเรื่องกันจริงๆเลยดีกว่า

 

สำหรับใครที่กำลังหาโปรแกรม Live Streaming และกำลังเริ่มเข้าสู่การเป็น Streamer วันนี้เราจะนำเสนอโปรแกรม Streaming มาแนะนำจำนวน 5 โปรแกรมจะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย!!
 
1. OBS Studio

 

 

     โปรแกรม Open Broadcaster Software Studio หรือ OBS Studio ถือว่าเป็นโปรแกรมสตีรมมิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เพราะการใช้งานของมันค่อนข้างครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นที่เหล่าสตรีมเมอร์ต้องการ และที่สำคัญคุณสามารถเข้าถึงตัวโปรแกรมได้ทุกส่วนโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว นั่นทำให้สตรีมมิ่งโปรแกรม ตัวนี้มียอดผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก แต่ในข้อดีย่อมมีข้อเสีย เพราะสำหรับ OBS Studio นั้นมีการทำงานที่ค่อนข้างจะหนักเครื่องเล็กน้อย รวมไปถึงมี Interface ที่ไม่เป็นมิตรสำหรับผู้เริ่มต้น การสตรีมไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ผู้ใช้งานก็ต้องกำหนดค่าเอง เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นโปรแกรมที่ให้การใช้งานมาครบครัน แต่มีการใช้งานที่ค่อนข้างจะ Manual นั่นเอง
 
สรุป: โดยรวมแล้วเจ้าโปรแกรม OBS Studio นั้นเหมาะทั้งผู้ใช้งานทุกประเภท ที่ไม่ต้องการฟังก์ชั่นใช้งานระดับสูงเช่นการสตรีมหลายแพลตฟอร์ม หรือ Guest Housing (ประชุมสาย)
 
ข้อดี
  • ใช้งานโปรแกรมเต็มได้ฟรี
  • ใช้งานได้ทั้ง Window, Mac และ Linux
  • ฟังก์ชั่นในการปรับแต่งและจัดหน้าจอครบ
  • การทำงานเสถียร
ข้อควรระวัง
  • การทำงานหนัก CPU เล็กน้อย
  • การใช้งานค่อนข้าง Manual มือใหม่ใช้ยาก
  • ไม่มีฟังก์ชั่นใช้งานระดับสูง

 

2. XSplit

 

 

     Xsplit ถือว่าเป็นอีก  1 โปรแกรมสตรีมมิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ เพราะในเรื่องการมใช้งาน การออกแบบของตัวโปรแกรมนั้นเป็นมิตรกับมือใหม่กว่า OBS Studio มาก ๆ อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถสตรีมไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติไม่ต้องเชื่อมเองลิงค์เองแบบ OBS ทำให้ผู้เริ่มต้นการไลฟ์หลาย ๆ คนเลือกจะใช้งานโปรแกรมนี้กันมากกว่า เพราะหลาย ๆ อย่างในโปรแกรมค่อยข้างจะจัดแจงมาให้ในแบบสำเร็จรูป แต่สำหรับข้อเสียงของ XSplit คือความละเอียดภาพสำหรับการใช้งานแบบฟรี ๆ นั้นจะสูงสุดอยู่ที่ 720p ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับการสตรีมมิ่งในปัจจุบัน อีกทั้งฟีเจอร์การใช้งานที่สำคัญหลายตัวก็จำเป็นจะต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าถึง แต่ด้วยความสะดวกในการใช้งาน Streamer หลายคนก็ยินดีจ่ายให้กับตัวโปรแกรมเช่นกัน
 
สรุป: Xsplit เป็นโปรแกรมไลฟ์สตรีมที่มี UI ใช้ง่ายเข้าใจง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเป็นอย่างมาก
 
ข้อดี
  • ใช้งานง่าย จัดหน้าจอสะดวก
  • โปรแกรมค่อนข้างเสถียรไม่หน่วงเครื่อง
  • ไลฟ์ตรงเข้าแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้เลย Multi-Platform ได้
ข้อควรระวัง
  • สำหรับการสตรีมที่ความละเอียด 720p ขึ้นไป ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
  • ฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมเป็นแบบเสียงเงิน
  • รองรับ Windows เท่านั้น

 

3. vMix

 

 

     คือโปรแกรมสตรีมมิ่งตัวโปรที่เป็นเหมือนคู่แข่งของ Wirecast โดยกลาย เพราะทั้ง 2 โปรแกรมมีฟีเจอร์การใช้งานระดับสูงที่ไม่ต่างกันมาก แต่ระบบการชำระเงินของ Wirecast นั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกจ่ายเงินให้กับบริการที่ต้องการใช้งานเป็นจุด ๆ ไป เหมือนการซื้อ DLC เพิ่มเติม โดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงราคาแพงที่สุดถึงประมาณ 4 หมื่นบาทเลยทีเดียว แต่จุดไฮไลท์ที่มองข้ามไปไม่ได้เลยของ vMix ก็คือการรองรับสัญญาณภาพแบบ 4K ซึ่ง Wirecast ไม่รองรับ และการ Encoding ของ OBS นั้นถือว่าไม่เหมาะสมกับการถ่ายทอดสัญญาณภาพในระดับนี้นั่นเอง ทำให้ vMix คือโปรแกรมที่ต้องมีสำหรับการสตรีมเกมในความละเอียด 4K โดยไม่มีโปรแกรมใดสามารถมาทดแทนได้นั่นเอง
 
สรุป: โปรแกรมที่มีการใช้งานครบที่สุดถ้าเงินถึง สามารถไลฟ์ 4K ได้ มี Switcher ให้ใช้ในโปรแกรม
 
ข้อดี
  • ฟีเจอร์ high-end เยอะมาก
  • เหมาะกับการใช้งานระดับโปร
  • ออกแบบมาให้รองรับการไลฟ์ 4K ได้ลื่นไหล
ข้อควรระวัง
  • รูปแบบโปรแกรมเป็นแบบจ่ายมากใช้งานได้มาก
  • ไม่เหมาะกับคนเริ่มต้นสตรีม
  • ใช้งานได้กับ Windows เท่านั้น
4. Lightstream

 

 

     LightStream ถือว่าเป็น Streaming Program ที่มีความแตกต่างเพราะตัวของมันทำงานบน Browser ได้เลยโดยไม่ต้องดาวน์โหลดลงเครื่องเพราะตัวโปรแกรมทำงานอยู่บน Cloud นั่นเอง นั่นทำให้ LightStream กินสเปคเครื่องในการทำงานน้อยมาก ๆ ไม่ทำให้ CPU หน่วง และมีการใช้งานที่ค่อนข้างอัตโนมัติเป็นมิตรกับมือใหม่ แต่ตัวโปรแกรมนั้นติดในส่วนของคุณภาพการแพร่ภาพสูงสุดที่ทำได้เพียง 720p เท่านั้น และฟีเจอร์หรือลูกเล่นก็ทำได้แค่เบสิคไม่หวือหวา แต่การที่สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะคุณสามารถเซฟ Presets หน้าจอไลฟ์ที่คุณตั้งค่าเอาไว้ได้ และเปิดใช้งานได้กับเครื่องอื่น ๆ เพียงแต่ล็อคอินไอดีของตัวเอง ทำให้เหมาะสำหรับใช้งานในกรณีฉุกเฉิน ใช้งานกับคอมที่สเปคไม่แรง
 
ข้อดี
  • ไม่ต้องโหลดลงเครื่องก็พร้อมใช้งาน
  • จดจำการตั้งค่าผ่าน ID
  • เหมาะกับงานไลฟ์/บอร์ดแคสทั่ว ๆ ไป
ข้อควรระวัง
  • คุณภาพการไลฟ์มีจำกัด
  • ฟีเจอร์และลูกเล่นน้อย
 
5.Wirecast

 

 

     สำหรับ Wirecast มาพร้อมกับเวอร์ชั่นย่อย 2 เวอร์ชั่นได้แก่ Wirecast Studio และ Wirecast Pro ซึ่งทั้ง 2 ตัวเป็นโปรแกรมแบบเสียเงินทั้งคู่ โดยการทำงานของมันถือว่าครบครันที่สุดในบรรดาโปรแกรมสตรีมมิ่ง เหมาะสำหรับคนที่ OBS Studio ไม่ตอบโจทย์แล้ว เพราะต้องการความหลากหลายในตัวรายการมากขึ้น หรือว่าลูกเล่นบนตัว OBS ไม่มากพอนั่นเอง ตัวโปรแกรมสามารถใช้งานได้กับทั้งเครื่อง Mac และ PC มี Layout แบบสำเร็จรูปมากมายให้เลือกใช้และมีการออกแบบมาให้อย่างสวยงาม รวมไปถึงลูกเล่นเอฟเฟคต่าง ๆ ที่ไม่มีในโปรแกรมอื่น ๆ เรียกได้ว่ามี Tools และเอฟเฟคให้เล่นอย่างจุใจ ส่วนการใช้งานที่โดดเด่นก็สามารถต่อกล้อง Guest เพื่อทำการ Co-Stream ได้ สามารถสตรีมบน Multi-Platform ได้
 
สรุป: Wirecast เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการฟังก์ชั่นการใช้งานระดับสูง และต้องการ Layout สตรีมสำเร็จรูปสวย ๆ รวมไปถึงรองรับการสตรีมในระดับ HD
 
ข้อดี
  • ฟังก์ชั่นเยอะ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
  • ใช้ได้ทั้งบน Mac และ PC
  • Layout สำเร็จรูปสวยงาม มีเอฟเฟคให้เล่นเยอะ
  • มีการอัพเดทค่อนข้างถี่ มีของให้เล่นเพิ่มตลอด
ข้อควรระวัง
  • กินพื้นที่ในเครื่องค่อนข้างมาก
  • ราคาเริ่มต้นค่อนข้างสูง

 

     ทั้งนี้ส่วนมากแอดมินจะใช้ทั้ง Xsplit และ OBS เนื่องจากเครื่องการใช้งานนั้นง่ายมากและตอบโจทย์เรื่องการจะเอาโลโก้หรือภาพต่างๆขึ้นมาโชว์ระหว่างสตรีมก็ยังได้ แต่ว่าหากโปรแกรมไหนเข้ามือผู้ใช้มากที่สุดนั่นก็คือโปรแกรมในใจของคุณแล้วแหละครับ