ผู้เขียน Advice ขาย UPS | ยอดวิวผู้เข้าชม 564 Views
ฝนตกหนัก น้ำเริ่มขึ้นหน้าบ้าน เราอาจติดกล้องวงจรปิดไว้เพื่อดูสถานการณ์จากระยะไกลเรียบร้อยแล้ว แต่มีอีกปัญหาหนึ่งที่มักนึกถึงทีหลัง นั่นคือ “ถ้าไฟดับล่ะ?” เพราะต่อให้กล้องยังติดตั้งอยู่หน้าบ้าน ถ้าไฟที่จ่ายให้กล้องดับ ระบบก็อาจหยุดทำงานตามไปด้วย และถ้า Router หรือ Modem ดับด้วย การดูภาพจากกล้องผ่านเครือข่ายจากระยะไกลก็อาจใช้งานไม่ได้เช่นกัน ตรงนี้เองที่ UPS หรือเครื่องสำรองไฟ เข้ามามีบทบาท
UPS ช่วยจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ในช่วงที่ไฟฟ้าหลักขัดข้อง ทำให้อุปกรณ์บางส่วนยังทำงานต่อได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าบ้านจะมีไฟเหมือนปกติ หรือ Internet จะใช้งานได้แน่นอน เพราะยังขึ้นอยู่กับโหลดของอุปกรณ์ ความจุแบตเตอรี่ และระบบของผู้ให้บริการ Internet ด้วย
สำหรับคนที่ต้องการใช้ CCTV เฝ้าบ้าน ร้านค้า หรือโกดังช่วงน้ำท่วม จึงควรคิดระบบให้ครบตั้งแต่ กล้อง → ระบบ Network → Router/Modem → อุปกรณ์บันทึก → UPS มากกว่าซื้อกล้องอย่างเดียวแล้วจบ
ถ้าไฟดับช่วงน้ำท่วม กล้องวงจรปิดจะยังทำงานไหม?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับระบบที่ติดตั้ง ลองนึกภาพระบบ CCTV แบบง่าย ๆ ว่า ไฟบ้าน → Router / Modem → Network → CCTV / NVR / PoE Switch ในระบบจริงอาจมีอุปกรณ์มากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ เช่น กล้องบางระบบต่อไฟผ่าน Adapter แยกตัว บางระบบใช้ PoE Switch จ่ายไฟผ่านสาย LAN และบางระบบมี NVR สำหรับบันทึกภาพ เพราะฉะนั้นเวลาจะสำรองไฟ ต้องดูว่าอุปกรณ์ตัวไหนเป็น “จุดสำคัญ” ของระบบ
ถ้า กล้องดับ ก็ไม่มีภาพจากกล้อง ถ้า Router หรือ Modem ดับ ระบบ Remote View ผ่านเครือข่ายอาจใช้งานไม่ได้ แม้ตัวกล้องจะยังมีไฟ ถ้า NVR ดับ การบันทึกภาพลง NVR ก็จะได้รับผลกระทบตามโครงสร้างของระบบ และถ้าใช้ PoE Switch สำหรับจ่ายไฟให้กล้อง ก็ต้องพิจารณา Switch ตัวนี้ด้วย เพราะถ้า Switch ไม่มีไฟ กล้องที่พึ่งพา PoE ก็อาจไม่ได้รับไฟเช่นกัน ดังนั้น UPS ตัวเดียวไม่ได้ทำให้ CCTV ทุกระบบทำงานต่อโดยอัตโนมัติ ต้องดูโครงสร้างของระบบก่อนว่าไฟฟ้าจำเป็นต้องไปถึงอุปกรณ์ใดบ้าง
UPS คืออะไร และช่วยอะไรตอนเกิดไฟดับ?
UPS ย่อมาจาก Uninterruptible Power Supply หรือเครื่องสำรองไฟ ทำหน้าที่จ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่เมื่อไฟฟ้าหลักขัดข้อง โดยมีแบตเตอรี่ภายในสำหรับจ่ายไฟสำรองช่วงหนึ่ง พูดแบบง่าย ๆ UPS ไม่ได้ทำให้ไฟดับหายไป แต่ช่วย “ซื้อเวลา” ให้กับอุปกรณ์
ในสถานการณ์น้ำท่วม เวลาที่ไฟดับ UPS อาจช่วยให้ Router, Modem, CCTV, NVR หรืออุปกรณ์ Network ที่ต่ออยู่ยังทำงานต่อได้ชั่วคราว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าต่ออุปกรณ์อะไรไว้และใช้ไฟรวมเท่าไร UPS บางรุ่นยังมีระบบช่วยจัดการแรงดันไฟ เช่น AVR หรือ Automatic Voltage Regulation รวมถึงระบบป้องกันไฟกระชากหรือ Overload ตามคุณสมบัติของแต่ละรุ่น
แต่ต้องแยกให้ออกว่า UPS ช่วยเรื่องไฟฟ้า ไม่ได้ช่วยป้องกันน้ำท่วม และไม่ได้ทำให้ Internet จากผู้ให้บริการยังใช้งานได้แน่นอน เพราะฝั่ง ISP และโครงสร้างเครือข่ายภายนอกบ้านก็ต้องยังให้บริการอยู่ด้วย
ถ้าจะสำรองไฟช่วงน้ำท่วม ควรต่อ UPS กับอะไรบ้าง?
Router / Modem
ถ้าเป้าหมายคืออยากดู CCTV จากมือถือระหว่างที่ไฟดับ Router และ Modem หรือ ONU ที่อยู่ในเส้นทาง Network ก็เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรพิจารณาสำรองไฟ เพราะถ้า Router ดับ ต่อให้กล้องยังมีไฟอยู่ การเชื่อมต่อจากมือถือเข้ามายังระบบภายในบ้านก็อาจใช้งานไม่ได้ อย่างไรก็ตาม UPS ไม่สามารถรับประกันว่า Internet จะไม่ดับ เพราะอุปกรณ์ของผู้ให้บริการ Internet ที่อยู่นอกบ้านก็ต้องยังมีไฟและระบบต้องยังให้บริการตามปกติด้วย
CCTV Camera
กล้องต้องได้รับไฟอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบการติดตั้ง ถ้าเป็นกล้องที่ใช้ Adapter ก็ต้องดูว่าตัว Adapter ต่อเข้ากับระบบ UPS อย่างไร ส่วนระบบที่ใช้ PoE ก็ต้องดูอุปกรณ์ที่จ่ายไฟให้กล้อง เช่น PoE Switch หรืออุปกรณ์ Network ที่รองรับ PoE ตรงนี้จึงควรดูระบบทั้งชุด ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวกล้อง
NVR
ถ้าระบบ CCTV ใช้ NVR หรือ Network Video Recorder สำหรับบันทึกภาพ NVR ก็เป็นอีกอุปกรณ์ที่ควรพิจารณาในการสำรองไฟ เพราะถ้ากล้องยังทำงานแต่ NVR ไม่มีไฟ ระบบบันทึกภาพก็อาจได้รับผลกระทบ
PoE Switch
ถ้ากล้องหลายตัวใช้ PoE Switch ในการรับไฟและส่งข้อมูล UPS ก็ควรพิจารณา Switch ตัวนี้ด้วย ตัวอย่างเช่น ระบบหนึ่งอาจเป็น กล้อง → PoE Switch → Router → Internetถ้า PoE Switch ดับ กล้องหลายตัวอาจดับพร้อมกัน แม้ Router จะยังทำงานอยู่ก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือก UPS สำหรับ CCTV ต้องเริ่มจากการวาดระบบก่อน แล้วค่อยคำนวณโหลด
UPS สำหรับ CCTV ต้องดูอะไรบ้าง?
VA กับ Watt ต่างกันอย่างไร?
สองคำนี้เจอบ่อยมากบนกล่อง UPS และเป็นจุดที่ทำให้คนซื้อสับสนได้ง่าย VA หรือ Volt-Ampere คือหน่วยของกำลังไฟฟ้าปรากฏ ส่วน Watt คือกำลังไฟฟ้าจริงที่โหลดใช้ ดังนั้น UPS 1,000VA ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายได้ 1,000W เสมอไป รุ่นที่มี VA เท่ากันก็สามารถมี Watt Capacity ต่างกันได้ ตัวอย่างจาก Schneider Electric ระบุว่า UPS ขนาด 1,000VA บางรุ่นมีความสามารถ 600W ขณะที่อีกรุ่นหนึ่งอยู่ที่ 700W เพราะฉะนั้นเวลาซื้อ UPS อย่าดูแค่ตัวเลข VA ใหญ่ ๆ แล้วคิดว่าเพียงพอแน่นอน ต้องดู Watt Capacity ของ UPS แล้วนำไปเทียบกับโหลดจริงของอุปกรณ์ด้วย
ต้องใช้ UPS กี่ VA?
ไม่มีคำตอบตายตัวว่า CCTV ต้องใช้ 650VA, 1,000VA หรือ 1,500VA เพราะแต่ละระบบมีจำนวนอุปกรณ์และโหลดไม่เท่ากัน วิธีคิดง่าย ๆ คือเริ่มจากลิสต์อุปกรณ์ที่ต้องการให้ทำงานต่อเมื่อไฟดับ เช่น
-
- Router
-
- Modem / ONU
-
- CCTV Camera
-
- NVR
-
- PoE Switch
-
- Network Switch
จากนั้นดู Watt ของอุปกรณ์แต่ละตัวจากฉลาก Adapter หรือ Specification ของผู้ผลิต แล้วรวมโหลดที่ต้องการสำรองไฟ ตัวอย่างสมมติ หาก Router ใช้ 15W, Modem ใช้ 10W, NVR ใช้ 30W และอุปกรณ์อื่นรวม 25W โหลดก็จะอยู่ประมาณ 80W ในตัวอย่างนี้ แต่การเลือก UPS จริงยังต้องดู Watt Capacity, VA, Power Factor และเผื่อโหลดตามคำแนะนำของผู้ผลิต UPS ด้วย
Schneider Electric แนะนำให้เลือก UPS จากอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องการป้องกัน ตรวจสอบกำลังไฟจากฉลากหรือคู่มือ และเลือกความจุ UPS ให้สูงกว่าโหลดที่คำนวณได้ โดยควรมี Headroom สำหรับการใช้งานจริงด้วย
Runtime สำคัญแค่ไหน?
Runtime คือระยะเวลาที่ UPS สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ได้ขณะที่ไฟบ้านดับ ตรงนี้สำคัญมากสำหรับโจทย์ CCTV เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่ “มีไฟ” แต่ต้องการให้ระบบอยู่ต่อได้นานพอสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม อย่าดูแค่คำว่า 1,000VA หรือ 1,500VA แล้วสรุปว่าใช้ได้นานกี่ชั่วโมง เพราะ Runtime ขึ้นอยู่กับโหลดจริงและคุณสมบัติของ UPS แต่ละรุ่น ยิ่งต่ออุปกรณ์มากและใช้พลังงานมาก Runtime ก็มีแนวโน้มลดลง ดังนั้น UPS จึงเป็นการ “ซื้อเวลา” มากกว่าการสร้างแหล่งจ่ายไฟถาวร
UPS แบบไหนเหมาะกับการสำรองไฟให้ Router และ CCTV?
UPS ที่พบทั่วไปสามารถแบ่งตามรูปแบบการทำงานหลัก ๆ ได้ เช่น Standby หรือ Offline, Line-Interactive และ Online Double Conversion Offline / Standby UPS เป็นรูปแบบพื้นฐาน เมื่อไฟฟ้าหลักมีปัญหาจึงสลับไปใช้แบตเตอรี่ เหมาะกับงานที่ต้องการระบบสำรองไฟแบบพื้นฐานตามคุณสมบัติของรุ่นนั้น
Line-Interactive UPS มีวงจรช่วยจัดการแรงดันไฟฟ้า และสามารถสลับไปใช้แบตเตอรี่เมื่อไฟฟ้าหลักมีปัญหา UPS กลุ่มนี้พบได้มากในตลาดสำหรับบ้านและสำนักงาน Online UPS ใช้ระบบ Double Conversion เพื่อจ่ายไฟผ่านระบบ Inverter อย่างต่อเนื่อง และออกแบบมาสำหรับโหลดที่ต้องการการควบคุมคุณภาพไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น
ไม่ได้หมายความว่า Online UPS จำเป็นสำหรับบ้านทุกหลัง การเลือกควรดูความสำคัญของอุปกรณ์ ลักษณะโหลด และงบประมาณ โดยเฉพาะถ้าโจทย์คือ Router + CCTV ในบ้านทั่วไป UPS แบบ Line-Interactive ก็เป็นกลุ่มที่ควรนำมาพิจารณา
ถ้าอยากให้ CCTV ดูจากมือถือได้ตอนเกิดไฟดับ ต้องสำรองไฟอะไรบ้าง?
นี่คือจุดที่หลายคนพลาด สมมติระบบเป็นแบบนี้ CCTV + NVR + Router + Modem/ONU + PoE Switch แล้วเกิดไฟดับ ถ้าเอา UPS ไปต่อแค่ Router แต่กล้องดับ ก็ยังไม่มีภาพให้ดู ถ้าสำรองไฟเฉพาะ กล้อง แต่ Router ดับ ก็อาจไม่สามารถ Remote View จากมือถือได้ ถ้าสำรองไฟกล้องและ Router แต่ NVR ดับ การบันทึกภาพก็อาจได้รับผลกระทบ ถ้ากล้องหลายตัวใช้ PoE Switch แต่ Switch ดับ กล้องที่พึ่งพา Switch ก็อาจหยุดทำงาน
ดังนั้นวิธีคิดที่ถูกต้องคือ ไฟบ้าน → UPS → อุปกรณ์สำคัญของระบบ → Network → Remote Monitoring ต้องไล่ดูตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางว่าอุปกรณ์ตัวไหนต้องมีไฟเพื่อให้ “สิ่งที่เราอยากให้ทำงาน” ยังทำงานอยู่
และถึงแม้ทุกอุปกรณ์ในบ้านยังทำงาน Internet จาก ISP ก็ยังเป็นอีกตัวแปรหนึ่ง หากโครงข่ายของผู้ให้บริการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากไฟดับหรือเหตุการณ์น้ำท่วม การ Remote View ก็อาจใช้งานไม่ได้อยู่ดี
วิธีเลือก UPS ให้เหมาะกับการใช้งาน
ใช้กับ Router อย่างเดียว
ถ้าต้องการสำรองไฟเฉพาะ Router หรือ Router + Modem ให้เริ่มจากดู Watt ของอุปกรณ์ทั้งสองตัว แล้วเลือก UPS ที่มี Watt Capacity เพียงพอ กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องเลือก UPS ขนาดใหญ่โดยอัตโนมัติ เพราะโหลดของอุปกรณ์ Network ขนาดเล็กอาจไม่ได้สูงมาก
Router + CCTV
เมื่อเพิ่มกล้องเข้ามา ต้องดูว่ากล้องแต่ละตัวรับไฟอย่างไร ถ้าเป็นกล้องหลายตัวที่มี Adapter แยก ก็ต้องรวมโหลดทั้งหมด ถ้าเป็นระบบ PoE ต้องรวมอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่จ่ายไฟให้กล้องด้วย
Router + CCTV + NVR
ระบบนี้ต้องเผื่อโหลดของ NVR เข้าไปด้วย รวมถึงอุปกรณ์ Network อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อระบบ นอกจาก Watt แล้วควรดูว่าต้องการให้ระบบอยู่ต่อประมาณไหน เพราะ UPS ที่รับโหลดได้มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ Runtime เท่ากันเมื่อเอาไปต่อกับโหลดที่ต่างกัน
ระบบ CCTV หลายตัว
ถ้ามีกล้องหลายตัว อย่าเลือกจากจำนวนกล้องอย่างเดียว ให้คำนวณจากโหลดจริงของ Camera + NVR + PoE Switch + Network Equipment เพราะกล้อง 4 ตัวกับ 16 ตัวไม่ได้มีโหลดเท่ากัน และระบบ PoE ก็มีความต้องการไฟแตกต่างกันตามอุปกรณ์ที่ใช้
5 เรื่องที่ควรเช็กก่อนซื้อ UPS สำหรับบ้านช่วงน้ำท่วม
1. UPS รองรับ Watt เท่าไร? ดู Watt Capacity ไม่ใช่แค่ VA แล้วนำไปเทียบกับโหลดรวมของอุปกรณ์ที่ต้องการสำรองไฟ
2. มี Outlet แบบไหนและกี่ช่อง? ดูจำนวนช่อง Backup และช่องที่เป็น Bypass หรือ Surge ตามที่รุ่นนั้นระบุ เพราะไม่ได้หมายความว่าทุกช่องบน UPS จะทำหน้าที่เหมือนกัน
3. ต้องการ Runtime ประมาณเท่าไร? ลองคิดก่อนว่าไฟดับแล้วต้องการให้ระบบทำงานต่อเพื่ออะไร เช่น รอไฟกลับมา บันทึกงาน หรือให้มีเวลาเข้าไปจัดการระบบ
4. CCTV ใช้ Adapter หรือ PoE? ถ้าใช้ PoE ต้องดูอุปกรณ์ที่จ่ายไฟให้กล้องด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะตัว Camera
5. UPS มีระบบอะไรให้บ้าง? ฟีเจอร์ที่พบใน UPS แต่ละรุ่นอาจมี เช่น AVR, Surge Protection, LCD Display, USB, Software Control หรือระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ควรเลือกจากสิ่งที่จำเป็นกับระบบของตัวเอง
UPS สำหรับ CCTV และ Router ที่น่าสนใจจาก Advice
สำหรับ Router และ Network ขนาดเล็ก VERTIV PSA650-SOHO
VERTIV PSA650-SOHO เป็น UPS ขนาด 650VA / 390W แบบ Line-Interactive มี AVR และมีช่อง Backup 3 ช่อง ราคา 1,750 บาท
รุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ 12V 7Ah และหน้า Product ระบุว่ารองรับการใช้งานกับ Small Routers, Bridges และ Hubs รวมถึงอุปกรณ์ IT ขนาดเล็ก จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหา UPS สำหรับระบบ Network ขนาดเล็กเป็นหลัก
ตัวเครื่องมี Universal Socket, USB Port, AVR, Surge Protection และ Overload Protection ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วน Runtime ที่หน้า Advice ระบุไว้ 15 นาทีเป็นข้อมูลตามเงื่อนไขการทดสอบของสินค้า จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปเหมารวมกับโหลดทุกแบบ
สำหรับ Router + Network และอุปกรณ์หลายชิ้น EATON P-5A1200I-NEMA-LCD
EATON P-5A1200I-NEMA-LCD เป็น UPS ขนาด 1,200VA / 650W แบบ Line-Interactive มีช่อง Backup 5 ช่องและ Surge Outlet 1 ช่อง พร้อม LCD Display ราคา 2,690 บาทและรับประกัน 2 ปี โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ Battery เป็นระบบที่ไม่ต้องดูแลรักษา และมี Transfer Time 2–6ms ตามสเปกของรุ่น
จุดที่น่าสนใจสำหรับโจทย์ CCTV คือความสามารถ 650W ทำให้มีพื้นที่รองรับโหลดมากกว่า UPS ขนาดเล็ก หากต้องการต่อ Router, Modem และอุปกรณ์ Network เพิ่มเติม แต่ยังควรคำนวณโหลดจริงก่อนเลือก
สำหรับระบบ Home Network ที่ต้องการดูสถานะผ่าน LCD APC BVG1200I-MSN
APC BVG1200I-MSN มีขนาด 1,200VA / 650W เป็น Line-Interactive และมีช่อง Universal 4 ช่อง ราคา 3,990 บาท รับประกัน 2 ปี และใช้แบตเตอรี่แบบ VRLA โดยมี LED สำหรับแสดงสถานะและระบบแจ้งเตือนเมื่อทำงานด้วยแบตเตอรี่หรือเกิด Overload
สำหรับคนที่ต้องการสำรองไฟให้ Router, Modem และอุปกรณ์ Network หลายตัว รุ่นนี้อยู่ในระดับกำลังไฟ 650W ตาม Specification จึงควรนำมาเทียบกับโหลดจริงของระบบก่อนซื้อเช่นเดียวกัน
สำหรับระบบที่ต้องการ Pure Sinewave ADVICE ULTRASINE 1200VA
ADVICE ULTRASINE 1200VA ให้กำลัง 1,200VA / 900W และเป็น Line-Interactive พร้อม Pure Sinewave Output มีช่อง Backup 6 ช่องและ Bypass 2 ช่อง พร้อม LCD Display ราคาปกติ 4,460 บาท รับประกัน 2 ปี
รุ่นนี้จึงเหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการ UPS กำลัง 900W และให้ความสำคัญกับรูปคลื่นไฟฟ้าแบบ Pure Sinewave ตาม Specification ของสินค้า เช่น ระบบที่มีอุปกรณ์ IT หลายตัวและต้องการกำลังสำรองเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อเพียงเพราะตัวเลข 900W ใหญ่กว่า แล้วนำอุปกรณ์มาต่อเต็มความจุโดยไม่คำนวณโหลดจริง
สำหรับระบบที่มีอุปกรณ์ IT และ Network หลายชิ้น ADVICE SMART PLUS 2000VA
ถ้าระบบมีอุปกรณ์หลายตัวและต้องการกำลังไฟสำรองสูงขึ้น ADVICE SMART PLUS 2000VA เป็นอีกตัวเลือกที่มี Rated Capacity 2,000VA / 1,200W รุ่นนี้เป็น Line-Interactive UPS แบบ Simulated Sinewave มีช่อง Backup 6 ช่องและ Bypass 2 ช่อง พร้อม LCD Display, USB และ RJ45 Modem Internet Protection ตามข้อมูลหน้า Product ของ Advice ราคา 5,450 บาทและรับประกัน 2 ปี
ด้วยความสามารถ 1,200W จึงสามารถนำมาพิจารณากับระบบที่มีโหลดรวมสูงกว่า UPS กลุ่มเล็ก เช่น CCTV หลายตัว + NVR + PoE Switch + Router + อุปกรณ์ Network อื่น ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกขนาดนี้ทุกระบบ ต้องกลับไปดูโหลดจริงก่อนเสมอ
แล้วควรเลือก UPS ราคาเท่าไร?
คำตอบไม่ได้เริ่มจากงบ แต่ควรเริ่มจาก อุปกรณ์ที่ต้องการสำรองไฟ ถ้าต้องการสำรองเฉพาะ Router หรือ Network ขนาดเล็ก UPS อย่าง VERTIV PSA650-SOHO ที่ 650VA / 390W ก็อยู่ในกลุ่มที่ควรนำมาพิจารณา
ถ้าต้องการต่อ Router + Modem + อุปกรณ์ Network เพิ่มขึ้น ก็สามารถขยับมาดู UPS กลุ่มประมาณ 1,000–1,200VA โดยต้องเทียบ Watt Capacity กับโหลดจริง เช่น EATON P-5A1200I-NEMA-LCD หรือ APC BVG1200I-MSN
ถ้าระบบมี CCTV หลายตัว NVR และ Network Equipment หลายชิ้น ก็อาจต้องพิจารณา UPS ที่มี Watt Capacity สูงขึ้น เช่น ADVICE ULTRASINE 1200VA ที่ 900W หรือ SMART PLUS 2000VA ที่ 1,200W แต่ไม่ควรใช้กฎว่า “น้ำท่วม = ต้องซื้อ UPS ใหญ่” เพราะขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโหลดจริงและ Runtime ที่ต้องการ
สรุป ไฟดับช่วงน้ำท่วม ทำยังไงให้ CCTV และ Wi-Fi ยังทำงาน?
ถ้าติดกล้องวงจรปิดไว้เพื่อเฝ้าบ้านหรือร้านช่วงน้ำท่วม ต้องคิดต่อจากตัวกล้องว่า “ถ้าไฟดับ ระบบอะไรบ้างที่ต้องทำงานต่อ?” สำหรับระบบที่ต้องการ Remote Monitoring อาจมีทั้ง Router, Modem/ONU, CCTV, NVR และ PoE Switch ดังนั้นการเอา UPS ไปต่อกับกล้องเพียงตัวเดียวอาจไม่เพียงพอ วิธีเลือกที่เหมาะกว่าคือไล่จากระบบจริงก่อน
1. ดูว่าอุปกรณ์อะไรต้องทำงานต่อ
2. เช็ก Watt ของแต่ละอุปกรณ์
3. รวมโหลด
4. ดู Watt และ VA ของ UPS
5. พิจารณา Runtime ที่ต้องการ
6. ตรวจสอบจำนวนช่อง Backup และฟีเจอร์ที่จำเป็น
และที่สำคัญคืออย่าลืมว่า UPS ช่วยสำรองไฟให้กับอุปกรณ์ฝั่งบ้านหรือร้านเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ Internet ของผู้ให้บริการยังใช้งานได้แน่นอน หากโครงข่ายภายนอกได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟดับหรือน้ำท่วม
พูดง่าย ๆ คือ CCTV ช่วยให้เราเห็นสถานการณ์ ส่วน UPS ช่วยให้ระบบที่จำเป็นยังมีเวลาในการทำงานต่อเมื่อไฟดับ สองอย่างนี้จึงทำงานคนละหน้าที่ แต่เมื่อนำมาวางระบบร่วมกัน ก็ช่วยให้การ Monitor บ้านหรือร้านในช่วงที่เราไม่อยู่มีความต่อเนื่องมากขึ้น
FAQ
Q:UPS ช่วยให้กล้องวงจรปิดทำงานตอนน้ำท่วมได้ไหม?
A:ได้ในกรณีที่กล้องและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้รับไฟจาก UPS และโหลดรวมไม่เกินความสามารถของ UPS โดย Runtime จะขึ้นอยู่กับโหลดและแบตเตอรี่ของรุ่นนั้นด้วย แต่ UPS ไม่ได้ทำให้กล้องทำงานได้ตลอดเวลา และไม่ได้ป้องกันน้ำท่วม
Q:ถ้าไฟดับ Wi-Fi ยังใช้ได้ไหม?
A:มีโอกาสใช้งานต่อได้ถ้า Router และ Modem/ONU ยังได้รับไฟจาก UPS แต่ไม่ได้รับประกันว่า Internet จะใช้งานได้ เพราะระบบของผู้ให้บริการภายนอกบ้านต้องยังทำงานตามปกติด้วย หากโครงข่ายของ ISP ได้รับผลกระทบจากไฟดับหรือเหตุการณ์น้ำท่วม Internet ก็อาจใช้งานไม่ได้
Q:UPS สำหรับ Router ต้องกี่ VA?
A:ไม่มีตัวเลขตายตัว ควรดู Watt ของ Router และ Modem ก่อน แล้วเลือก UPS ที่รองรับโหลดได้เหมาะสม โดย Router และ Switch ขนาดเล็กมักใช้ไฟไม่มาก แต่ควรตรวจสอบฉลาก Adapter หรือ Specification ของอุปกรณ์จริงก่อนเลือก UPS
Q:UPS สำหรับ CCTV ต้องกี่ VA?
A:ขึ้นอยู่กับจำนวนกล้องและโครงสร้างระบบ หากมีเพียงกล้องไม่กี่ตัว โหลดจะต่างจากระบบที่มี NVR, PoE Switch, Router และอุปกรณ์ Network หลายชิ้น วิธีเลือกคือรวมโหลดของอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วเลือก UPS ที่มีความสามารถรองรับเพียงพอพร้อมเผื่อการใช้งาน
Q:UPS กับ Power Bank ต่างกันอย่างไร?
A:UPS ออกแบบมาเพื่อจ่ายไฟสำรองให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อผ่าน AC Outlet และระบบของ UPS โดยมีการจัดการไฟและแบตเตอรี่ตามประเภทของเครื่อง ส่วน Power Bank โดยทั่วไปออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์พกพาที่รับไฟผ่าน USB การเลือกจึงขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ต้องการสำรองไฟ
Q:ไฟดับนาน ๆ UPS ยังช่วยได้ไหม?
A:UPS ช่วยได้ตราบเท่าที่มีพลังงานในแบตเตอรี่และโหลดอยู่ในขอบเขตที่รองรับ แต่ไม่ได้ออกแบบมาให้จ่ายไฟแทนระบบไฟบ้านเป็นเวลานานโดยอัตโนมัติ หากต้องการ Runtime นานขึ้น ต้องเลือก UPS และระบบแบตเตอรี่ที่รองรับตามความต้องการ ไม่ควรคาดการณ์จากค่า VA เพียงอย่างเดียว