ข่าวไอที

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในที่สุด AMD ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series ซึ่งทั้งสอง Series นี้ได้ถูกวางจำหน่ายออกมาก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็มีกระแสตอบรับจากผู้ใช้งานอย่างมากมาย และแน่นอนว่างานเปิดตัวของทั้งสอง Series นี้ย่อมน่าสนใจไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์ เพราะทาง AMD ได้จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “I’am Siam RYZEN” ณ ลานเอเทรียม 1 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งภายในงานนอกจากการเปิดตัวของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series แล้วยังมีกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกกันอีกมายมาย ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 23 เมษายน นี้ พร้อมของแจกในงานอีกมากมาย บรรยากาศภายในงานนั้นเป็นไปอย่างคึกคัก โดยวันแรกที่จัดขึ้นก็ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างมากมาย ทั้งกิจกรรมหน้าเวที และกิจกรรมตามบูธต่าง ๆ โดยนอกจากสื่อแล้ว ยังมีบุคคลทั่วไป แฟน ๆ AMD รวมไปถึงชาวต่างชาติ ต่างก็ให้ความสนใจกับงานนี้เป็นอย่างมาก โดยผู้ที่มาร่วมสนุกภายในงานสามารถลงทะเบียนที่หน้างานเพื่อรับเสืัอยืด และบัตรสะสมแต้ม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตามบูธต่าง ๆ สะสมแต้มให้ครบ เมื่อครบแล้วสามารถลุ้นรางวัล Lucky Draw ได้ทุก ๆ ชั่วโมง ส่วนของรางวัลนั้นเรียกได้ว่าจัดเต็มมาก อาทิ การ์ดจอ CPU เมนบอร์ด รวมไปถึงของพรีเมียมต่าง ๆ ใครที่มางานนี้ไม่มีทางกลับบ้านมือเปล่าอย่างแน่นอน ส่วนกิจกรรมภายในงานเริ่มจากหน้าเวทีใหญ่ เดินเข้ามาทีแรกคิดว่างานวันเด็ก (ฮา) ก็เป็นกิจกรรมร่วมสนุกแข่งขันตอบคำถาม กับ 2 พิธีกรคู่หู ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีผู้ร่วมสนุกกันอย่างมากมาย ส่วนของรางวัลนั้นมีทั้งเสื้อ และกระเป๋าเป้จาก AMD งานนี้คนที่ได้ไปถือว่าโชคดีมาก ๆ ส่วนกิจกรรมหลักของงานนี้คือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ CPU RYZEN 5 Series และการ์ดจอ Radeon RX500 Series โดยได้เชิญกลุ่มกลุ่มบริหารของ AMD มาร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากนั้นก็เป็นการพรีเซนต์รายละเอียดของผลิตภัณฑ์จากผู้บริหาร AMD เริ่มกันที่บูทแรกกับ GIGABYTE AORUS หลาย ๆ คนคงจะไม่คุ้นหูนัก แต่นี่คือชื่อแบรนด์เกมมิ่งของ GIGABYTE ที่กำลังทำตลาดอยู่ในขณะนี้โดยมีสินค้าที่น่าสนใจหลายรุ่น โดยที่เด่น ๆ นั้นจะเป็นเมนบอร์ด AORUS AX370 Gaming 5 เมนบอร์ดคุ้ม ๆ ที่มาพร้อมไฟ RGB โดดเด่นแปลกตาไม่เหมือนเมนบอร์ดของแบรนด์ไหน อีกทั้งยังมีการ์ดจอ RX 500 Series ที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามภายใต้ชื่อ AORUS ที่โดดเด่นด้านการออกแบบชุดระบายความร้อน และมาพร้อม Back-plate ที่โดดเด่น นอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังช่วยเรื่องการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย ถัดมาที่บูธ MSI ซึ่งบูธนี้เค้าก็ได้มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่าง VR ซึ่งสามารถให้ผู้ที่สนใจเข้ามารวมสัมผัสประสบการณ์ VR กันได้กับเกมที่ทาง MSI เตรียมไว้ให้ โดยเป็นการประมวลผลผ่านการ์ดจอ และ CPU ของ AMD เพื่อเป็นการการันตีถึงประสิทธิภาพว่าสามารถใช้งาน VR ได้อย่างดีเยี่ยม เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี ใครใครที่อย่างจะทดลองสัมผัสประสบการณ์  VR บอกได้เลยว่างานนี้ห้ามพลาด ส่วนผลิตภัณฑ์ของทาง MSI นั้นก็มีทั้งเมนบอร์ดรุ่นคุ้มอย่าง B350 Gaming  Pro CARBON นอกจากความคุ้มค่าแล้วยังมีการออกแบบที่สวยงามอีกด้วย รวมถึงการ์ดจอ RX500 Series ที่มาในซีรีส์ Gaming กับชุดระบายความร้อน Twin frozr VI จากทาง MSI เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบูธที่น่าสนใจไม่น้อย บูธถัดมากับ SAPPHIRE แบรนการ์ดจอที่หลาย ๆ คนคงจะคุ้นหูกันดี ซึ่งขนการ์ดจอ RX 500 Series มาเปิดตัวให้ได้ชมกันทุกรุ่น ด้วยหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของการ์ดจอแบรนด์นี้ รวมไปถึงประสิทธิภาพ การออกแบบ และราคาที่เป็นมิตร ทำให้การ์ดจอรุ่นนี้เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก การ์ดจอ SAPPHIRE NITRO+ RX 580 ตัวท๊อปรุ่นนี้มาพร้อมกับซิงก์ระบายความร้อนทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับพัดลมคู่ และ Back Plate โลหะสวยงาม ใครทีกำลังมองหาการ์ดจอเย็น ๆ แรงๆ เอาไว้เล่นเกมหรือขุด Bitcoin การ์ดจอรุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย มองมาที่ข้าง ๆ กันกับบูธ ASUS ซึ่งก็ได้ขนเมนบอร์ด Socket AM4 มาให้ชมกันถึง 2 รุ่น ทั้ง Prime X370 รุ่นคุ้ม ๆ ที่เป็นเมนบอร์ดระดับ Main Steam เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป และเมนบอร์ดระดับ Hi-End อย่าง CROSSHAIR VI HERO ที่เน้นความเป็นเกมมิ่ง และความสวยงามโดดเด่นพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือชั้นกับเมนบอร์ดรุ่นนี้ ในส่วนของการ์ดจอนั้นก็มีมาให้ชมกันถึง 2 รุ่นกับ ASUS RX550 การ์ดจอไซต์มินิรุ่นน้องเล็กราคาประหยัด กับการ์ดจอรุ่นพี่ ASUS ROG STRIX RX 570 ที่เน้นความสวยงาม ประสิทธิภาพการประมวลผล สำหรับบูธ ASUS ถือน่าสนใจไม่แพ้บูธไหนเช่นกัน มาต่อกันที่บูธของผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นแนวหน้าอย่าง ASROCK แน่นอนว่าบูธนี้เค้าก็ได้ขนกองทัพเมนบอร์ดมาให้ชมกันอย่างมากมายตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มอย่าง X370 Taichi และระดับกลาง ๆ อย่าง AB 350 Gaming K4 ที่เน้นความสวยงามโทนดำแดงรองรับ M.2 อีกทั้งยังสามารถรองรับการ OC ได้ในระดับหนึ่ง ภายในบูธยังเปิดให้ผู้ที่สนใจได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ CPU การ์ดจอ และ เมนบอร์ด ASROCK กับเกมแข่งรถแบบ Racing  Simulator และสำหรับบูธนี้ยังสามารถลุ้นรับโมเดล Baby Groot จากเรื่อง Guardians of the Galaxy ได้อีกด้วย อีกหนึ่งบูธในงานนี้กับการ์ดจอแบรนด์ดังชนิดหาตัวจับยาก PowerColor ก็มาเปิดบูธให้ได้ชมกันในงานนี้อีกเช่นกัน แน่นอนว่าผู้ร่วมงานสามารถทดสอบเล่นเกมที่ใช้การ์ดจอ แบรนด์นี้ในการประมวลผล เรียกได้ว่าทดสอบกันให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของการ์ดจอแบรนด์นี้ ทั้งหน้าตา วัสดุ และความแรง ไม่แพ้แบรนด์อื่นอย่างแน่นอน ก็ขนมาให้ได้ชมทุกรุ่นสำหรับการ์ดจอ Radeon RX 500 Series ของ PowerColor ตังแต่รุ่นน้องเล็กอย่าง RX550 จนถึงรุ่นพี่อย่าง RX580 เลยทีเดียว นอกหนือจากนี้ก็ยังมีบูธกิจกรรมของเกม Blade And Soul ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจากทางบูธสามารถลุนรับ Lucky Draw สุดพิเศษได้อีกด้วย และยังมีแรม PC แบรนด์ Xtreme พร้อมเคส MOD สวย ๆ มาให้ชมกันอีกด้วยสำหรับบูธนี้ เรียกได้ว่าใครที่เป็นแฟน AMD งานนี้ต้องห้ามพลาด รวมถึงบุคคลทั่วไปก็ยังสามารถเข้ามาร่วมงานนี้ได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย โดยงานนี้จะเปิดให้ร่วมเข้าชมงานและร่วมสนุกกับบูธต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อเป็นการอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ สัมผัสประสบการณ์ VR พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย และย้ำอีกครั้งสำหรับงาน “I’am Siam RYZEN” จัดขึ้น ณ ลานเอเทรียม 1 สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 23 เมษายน สำหรับผู้ที่สะดวก ไม่รู้จะไปไหน อยากหากิจกรรมดี ๆ งานนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาด เรียกได้ว่ามางานนี้ไม่มีมือเปล่ากลับบ้านแน่นอน และสุดท้ายก่อนจากกันไป ลากันด้วยรูปภาพเก็บตกจากเหล่าพริตตี้งาม ๆ ภายในงาน และเคส MOD สวย ๆ จาก MODDER ชื่อดังของประเทศไทย ขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ถ้า Power Bank ของคุณไม่ค่อยจะสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้นานเท่าไรหล่ะก็ วันนี้เราขอแนะนำ Power Bank แบตเตอรี่สำหรับรีชาร์จอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับพอร์ตจำนวนมากถึง 11 พอร์ตและมีความจุมากถึง 116,000mAh (412Wh) ที่มีชื่อว่า River จากทาง EcoFlow บริษัทน้องใหม่แต่หัวใจเกินรอยครับ River นั้นถึงแม้ว่าจะหน้าตาเหมือนหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก แต่เราก็คงไม่สามารถที่จะไปพิจารณาความสามารถของมันได้โดยใช้รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวครับ ว่าไปแล้วนั้นก็มาดูกันดีกว่าครับว่า River มีสเปคเป็นอย่างไรบ้าง ความจุ 412Wh (116,000mAh) โดยใช้ LG Chem 18650 lithium-ion cells กำลังไฟฟ้ารวม 500 watts ทั้ง AC + DC output พอร์ตเชื่อมต่อ 11 พอร์ต ประกอบไปด้วย 4 x USB (2x Quickcharge 2.0), 2x USB Type C, 2x AC Outlets, 2x DC Outlets (พร้อม adapters) และ 12V car socket น้ำหนัก 4.99 kg สัดส่วน 9.8 (height) x 6.3 (width) x 8.3 (length) นิ้ว มีตัวเลือกที่ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 50 W และ 21 W เวลาสำหรับชาร์จ River ถ้าใช้ wall charger จะเต็มภายใน 6 ชั่วโมงและขึ้นมาอยู่ที่ 80% ภายใน 4 ชั่วโมง, ชาร์จผ่านรถยนต์จะเต็มใน 9 ชั่วโมงและชาร์ผ่านแผงพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เวลา 10 – 15 ชั่วโมง สามารถที่จะเก็บประจุเอาไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน 1 ปี กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP63 กันกระแทกตามมาตรฐาน UN38.3, FCC, CE, UL และ RoHs certifications มีวางจำหน่าย 2 สีคือดำและขาว โดยจะมีฐานยางในโมเดลสีดำ วางจำหน่ายทั้งรุ่นแรงดันไฟฟ้า 110V และ 220V ด้วยขนาดของมั้งนั้นคงจะใหญ่เกินไปสำหรับการจะพกเอาไปใช้ในสถานที่ที่ไม่ไกลมากนักอย่างเช่นพกไปทำงานนั้นก็คงจะดูแลกตากไปหน่อย ที่ทาง EcoFlow ต้องการสำหรับจุดประสงค์ในการใช้งานของ River นั้นก็คือการออกเที่ยวนอกสถานที่อย่างเช่นการไปตั้งแคมป์ยาวๆ เพราะ River จะสามารถตอบโจทย์ให้คุณได้อย่างแน่นอน สำหรับราคานั้นอยู่ที่ $599 หรือประมาณ 20,000 บาทขึ้นไปครับ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
 วันนี้มีโปรดักส์จากทางเจ้าพอเกมมิ่งโน๊ตบุ้คอย่าง msi มารีวิวให้ได้ชมกันครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่เกมมิ่งโน๊ตบุ้ค แต่เป็น mini PC Gaming ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว ยัดเอาฮาร์ดแวร์ระดับเทพเข้ามาอยู่ในเคสขนาด 4.72 ลิตร และมีน้ำหนักแค่เพียง 3.17 กิโลกรัมเท่านั้นครับ โดยใช้หน่วยประมวลผลเป็น Intel Core i7 7700 ทำงานร่วมกับ Chipset Intel H110 และใช้เป็นกราฟฟิกส์การ์ด MSI GeForce GTX 1060 Gaming ที่มีหน่วยความจำแยกมาให้ถึง 3GB ในระดับ GDDR5 รองรับเทคโนโลยี VR เต็มรูปแบบ ส่วนหน่วยความจำของตัวเครื่องมีมาให้ 8GB 2400MHz SO-DIMMs ทำงานบน Windows 10 Home ที่มีมาให้ และใช้เป็น SSD จากทาง Kingston ในแบบ M.2 ในการรันการทำงานหลัก และสำรองข้อมูลด้วย Harddisk Toshiba ขนาด 2.5นิ้ว ความจุ 1TB สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายไร้สายด้วย Intel Dual Band Wireless-AC 3168 และ Bluetooth 4.2 แล้วก็ยังมี RJ45 สำหรับเชื่อมต่อ Gigabit Lan (WGI219VIntel)) ได้อีกด้วย ในส่วนของด้านเสียงนั้น รองรับ 5.1 Channel HD Audio และฟีเจอร์ Nahimic audio enhancer สำหรับมัลติมีเดียโดยเฉพาะ ในส่วนของดีไซน์นั้นต้องไปชมพร้อมๆกันครับ แล้วก็มีบททดสอบความแรงของเจ้าคอมจิ๋วเครื่องนี้มาให้ชมกันในแบบเต็มๆ ถ้าพร้อมแล้วเชิญรับมชมกันได้เลยครับ กับ MSI Trident - The world's smallest true gaming PC VDO พรีเซ้นท์ของเจ้า Trident ครับ ตัวแพ็คเกจเป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำ ด้านหน้ามีรูปตัวอย่างของเจ้า Trident และฟีเจอร์ต่างๆสกรีนมาให้รอบๆกล่อง   เมื่อเปิดกล่องออกาก็จะเจอกับ Adapter และสาย AC กินไฟสูงสุด 230W (AC) เท่านั้นครับ พร้อมฐานพลาสติกเนื้อหนา สำหรับตั้งเครื่องในแนวตั้ง   เจ้า Trident ถูกแพ็คมาในซองผ้าอย่างดีสำหรับกันรอย   วัสดุหลักที่ใช้ เป็นโพลิเมอร์เนื้อหนาขุ่นสีดำด้านทั่วทั้งตัวเครื่อง โดยมีโครงสร้างหลักเป็นเหล็กชุบด้วยอลุมิเนียมและสีกันสนิม สัดส่วนตัวเครื่องอยู่ที่ 346.25 x 232.47 x 71.83 มิลลิเมตร   ด้านหน้ามีพอร์ต  USB 3.1 Gen 1 Type C มาให้ 1 พอร์ต , USB 3.1 Gen 1 Type A (with Super Charger 2)  อีก 1 พอร์ต และ Mic in / Headphone out อย่างละช่อง พร้อมด้วย HDMI out (VR Link) อีก 1 พอร์ต   มีโลโก้ msi ปั๊มแสต๊มป์เป็นสีดำเงาที่มุมขวาบนขงด้านหน้า   มีช่องสำหรับดูลมเข้ากราฟฟิกส์การ์ดมาให้ด้านหน้า   เมื่อตั้งบนฐานจะมีสัดส่วนเป็น 353.73 x 97.56 x 251.35 มิลลิเมตร   และมุมซ้ายบน มีเป็นโบโก้ี่เป็นโลหะของ G series ติดมาให้ หล่อลงตัวมากๆครับเจ้า Trident    มาดูด้านหลังกันบ้างครับ   กราฟฟิกส์การ์ดใช้เป็น MSI GeForce GTX 1060 Gaming 3GB GDDR5  ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ใช้บน PC    ช่องระบายความร้อนจากหน่วยประมวลผลหลัก ด้วยพัดลม Fan Cooler และมีพอร์ตต่างๆมาให้ดังนี้ครับ 1 x USB 3.1 Gen1 Type A , 4 x USB2.0 , 1 x HDMI out 1 x HDMI in (connect Graphic card and front VR-Link port) ,3 x OFC Audio jacks และ 1 x RJ45  ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
          Samsung ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบผลิต 10 นาโนเมตรรุ่นที่สองแล้ว โดยกระบวนการนี้จะยังคงเป็นแบบ FinFET อยู่ ที่เพิ่มเข้ามาคือ 10LPP (Low Power Plus) ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 10% ขณะที่กินไฟน้อยลง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นแรก Samsung กลายเป็นบริษัทแรกในวงการที่ผลิตชิป 10LPE ได้ (เทคโนโลยีใน 10nm Gen 1) โดย Samsung Galaxy S8 เองก็ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ส่วนเทคโนโลยี 10LPP (10nm Gen 2) นี้จะถูกใช้ในโรงงาน S3 ที่ฮวาซองในเกาหลีใต้ คาดว่าจะพร้อมผลิตจำนวนมากในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ทาง Samsung Foundry หวังเอาไว้ว่า 10LPP จะทำให้บริษัทเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักของชิปอุปกรณ์พกพาของโลกที่มีประสิทธิภาพสูุง ทั้งด้านการประมวลผล เน็ทเวิร์คไร้สาย ในอนาคต ที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เรื่องของเบราว์เซอร์กับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นถือว่าไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ครับ จะว่าไปแล้วนั้นเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่บนอุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีตัวแปรอยู่มากมาย ถ้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop นั้นเรื่องดังกล่าวคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไร แต่กับผู้ใช้เครื่องโน๊ตบุ๊คแล้วนั้นเรื่องดังกล่าวนี้ถือว่าสำคัญมากทีเดียวครับเพราะคงจะลืมไปไม่ได้เลยว่าโน๊ตบุ๊คนั้นเราไม่สามารถที่จะเพิ่มแบตได้เองครับ แน่นอนว่าการใช้งานเบราว์เซอร์แต่ละค่ายนั้นย่อมมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ครับ งานนี้นั้นทาง Microsoft เองก็ทราบดีและทุกครั้งที่มีการอัพเดทระบบปฎิบัติการ Windows 10 นั้นทาง Microsoft ก็จะมีการปรับแต่ง Edge ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดนั้นทาง Microsoft ได้ปล่อยคลิปทดสอบการใช้งานเบราว์เซอร์ของตัวเองอย่าง Edge สู้กับ Chrome และ Firefox ออกมา ผลการทดสอบจะเป็นอย่างไรนั้นไปชมได้จากคลิปทางด้านล่างนี้เลยครับ จากคลิปนั้นจะเห็นได้ครับว่า Edge นั้นสามารถที่จะทำเวลาได้ดีสุดคือ 12 ชั่วโมง 31 นาที ตามมาห่างๆ กับ Chrome ที่ทำเวลาได้ 9 ชั่วโมง 17 นาทีเร็วกว่า Edge อยู่ 35% รั้งท้ายด้วย Firefox ที่ทำเวลาได้ 7 ชั่วโมง 4 นาทีเร็วกว่า Edge อยู่ 77% ซึ่งเครื่องทั้ง 3 ที่ใช้ทดสอบนั้นมาพร้อมกับสเปคเหมือนกันทั้งหมด งานนี้ถือว่า Edge แน่จริงๆ หล่ะครับ ที่เหลือที่ทาง Microsoft ต้องทำก็คือการทำให้ Edge นั้นเป็นเบราว์เซอร์หลักของผู้ใช้ให้ได้เท่านั้นหล่ะครับ ที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
โดยปกติที่แล้วมานั้นทาง HP จะโฟกัสไปที่การพัฒนาโน๊ตบุ๊คสำหรับระบบปฎิบัติการ Windows มาโดยตลอดครับ ทว่าล่าสุดนั้นทาง HP อาจจะเตรียมเปิดตลาดใหม่ด้วยโน๊ตบุ๊คในซีรีส์ EliteBook ที่จะมาพร้อมกับชิปเซ็ทของทาง Rockchip ที่เป็น สถาปัตยกรรม ARM (แบบเดียวกับมือถือ) ใช้ระบบปฎิบัติการ Remix OS โดยเจ้าโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวนี้นั้นไปโผล่ที่ Hong Kong Global Sources Fair หล่ะครับ ตามข้อมูลนั้นบอกเอาไว้ว่า HP EliteBook รุ่นดังกล่าวนี้จะมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ หน้าจอตัวเครื่องมีขนาดอยู่ที่ 12.5 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ Full HD ชิปเซ็ท Rockchip RK3399 ที่มาพร้อมกับแกนการประมวลผลแบบ hexa-core หน่วยความจำ(RAM) 4 GB แหล่งเก็บข้อมูลภายในความจุ 64 GB อย่างไรก็ตามแต่ทาง HP ยังไม่ได้ยืนยันออกมาแน่นอนครับว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นดังกล่าวนี้เป็นของทาง HP เองจริงๆ หรือไม่ เพราะการเจอตัวในครั้งนี้นั้นเป็นทาง Rockchip เองที่นำเครื่องออกมาโชว์ ที่ว่าเป็นของ HP นั้นก็เนื่องมาจากตัวเครื่องเหมือนกับซีรีส์ EliteBook ของทาง HP เป็นอย่างมากและหากอ้างอิงจากทาง Rockchip เองแล้วนั้นก็ได้บอกเอาไว้ว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้จะวางจำหน่ายในไม่ช้าและเป็นของแบรนด์ชื่อดังครับ ที่มา : https://notebookspec.com 
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  Apple ประกาศวันนี้ว่าแอพ iMovie, iWork และ GarageBand จะกลายเป็นแอพฟรี ผู้ที่ใช้งาน macOS และ iOS สามารถโหลดไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ที่ผ่านมาแอพเหล่านี้สามารถโหลดได้ฟรีถ้าหากว่าผู้ใช้ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่จาก Apple ไปใช้งาน โดยหนึ่งเครื่องจะได้หนึ่งแอคเคาต์ที่สามารถโหลดไปใช้ได้ฟรี อย่างไรก็ตามอัพเดทราคาครั้งนี้ทำให้ผู้ที่ใช้งานเครื่องเก่าๆ ที่ไม่ยอมซื้อใหม่สามารถติดตั้งแอพเหล่านี้ได้ด้วย iWorks นั้นเป็นแอพรวมงานเอกสารสาย Mac ไม่ว่าจะเป็น Keynote (เหมือน PowerPoint) Pages (เหมือน Word) และ Numbers (เหมือน Excel) ส่วน iMovie เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดิโอ และ GarageBand เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียง ข่าวดีนี้น่าจะส่งผลกับผู้ที่ซื้อเครื่องมือสองไปใช้งานด้วย เนื่องจากสามารถโหลดได้ทันทีแม้เจ้าของเก่าจะเคยกดโหลดไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้ภาคการศึกษาและธุรกิจก็จะโหลดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง License อีกด้วย ที่มา : https://www.overclockzone.com 
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับการ์ดจอรุ่นใหม่ล่าสุดจาก AMD ในซีรีส์ RX500 ซึ่งก็ได้มีการวางจำหน่ายกันไปบ้างแล้วในประเทศไทย ราคาในตลาด ณ ตอนนี้ก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น ในเวลานี้มีการวางจำหน่ายเพียงแค่ 2 รุ่นเท่านั้น โดยจะมีราคาสูงสุดในรุ่น RX580 อยู่ที่ 11,400 บาท  และถูกสุด 8,550 บาทในรุ่น RX 570 MSI RX570-GAMING-X-4G @ 8,550฿ Stream Processors 2304 Units Core Clocks 1393 MHz (OC Mode) 1380 MHz (Gaming Mode) 1340 MHz (Silent Mode) Memory Clock Speed 7100 MHz (OC Mode) 7000 MHz (Gaming / Silent Mode) Memory 4GB GDDR5 Memory Bus 256-bit MSI RX580-GAMING-X-8G @ 11,400฿ Stream Processors 2304 Units Core Clocks 1393 MHz (OC Mode) 1380 MHz (Gaming Mode) 1340 MHz (Silent Mode) Memory Clock Speed 8100 MHz (OC Mode) 8000 MHz (Gaming / Silent Mode) Memory 8GB GDDR5 Memory Bus 256-bit MSI RX580-ARMOR-8G-OC @ 10,350฿ Stream Processors 2304 Units Core Clocks 1366 MHz Memory Clock Speed 8000 MHz Memory 8GB GDDR5 Memory Bus 256-bit MSI RX580-ARMOR-4G-OC @ 9,500฿ Stream Processors 2304 Units Core Clocks 1366 MHz Memory Clock Speed 7000 MHz Memory 4GB GDDR5 Memory Bus 256-bit ASUS ROG Strix RX570 OC 4GB @ 8,950฿ Video Memory GDDR5 4GB Engine Clock 1310 MHz (OC Mode) 1300 MHz (Gaming Mode) Stream Processors 2048 Memory Clock 7000 MHz ( ) Memory Interface 256-bit GIGABYTE  AORUS Radeon RX 580 8GB @ 10,390฿ Core Clock OC mode: 1380MHz Gaming mode: 1365MHz (Reference card : 1340 MHz) Process Technology 14 nm Memory Clock 8000 MHz Memory Size 8 GB Memory Type GDDR5 Memory Bus 256 bit ณ เวลานี้ RX 500 Series ยังคงทยอยออกมวางจำหน่ายกันอย่างต่อเนื่องในหลายแบรนด์ ซึ่งราคายังคงอยู่ในระดับเดียวกับการ์ดจอ RX 400 Series ตอนทื่เปิดตัวออกมาใหม่ ๆ แน่นอนว่าการเปิดตัวของ RX500 จะทำให้ RX400 มีราคาที่ถูกลง ใครที่กำลังมองหาาร์ดจอราคาประหยัดคงต้องติดตามข่าวลดราคากันให้ดี ๆ ส่วนคนที่มองหาของใหม่ก็ใจเย็น ๆ รอของเข้ากันอีกสักระยะ ที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
หลังจากที่เริ่มปล่อยให้รุ่นใหญ่อย่าง Samsung เปิดตัว Galaxy S8 กันไปแล้วนั้น ล่าสุดทาง Xiaomi ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Xiaomi Mi 6 ซึ่งถือเป็นรุ่นท๊อปล่าสุดของทางบริษัทออกมาพร้อมผลการทดสอบ GeekBench 4 ให้แฟนๆ ที่ชอบสมาร์ทโฟนจากประเทศจีนได้ตื่นเต้นกันบ้างแล้วหล่ะครับ ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับดีไซน์เครื่องแบบโค้งมนแถมด้วยกล้องหลังตามสมัยนิยมที่มาพร้อมกับเลนส์คู่ครับ ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับสเปคดังต่อไปนี้ครับ หน้าจอขนาด 5.15 นิ้ว ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 835 หน่วยความจำ(RAM) 6 GB กล้องหลังแบบเลนส์คู่ความละเอียด 12 MP ซึ่งทำให้มีความกล้าวในการถ่ายรูปที่ดีกว่าเดิม แบตเตอรี่ความจุ 3,350 mAh ตัวเครื่องนั้นหากจะว่าไปแล้วดีไซน์ค่อนข้างที่จะคล้าย Mi 5 อยู่พอสมควรครับโดยทางด้านหน้านั้นจะใช้กระจกโค้งโดยมีกรอบเป็นโลหะ ที่แตกต่างออกไปนั้นน่าจะเป็นเรื่องสีที่มีสีน้ำเงินเข้ามาอยู่ด้านหน้าตัวเครื่องควบคู่ไปกับสีทองทางด้านหลังด้วย สำหรับกระจกด้านหลังนั้นจะมาพร้อมกับความโค้งโดยไปตัดเอากับขอบทั้ง 4 มุมเป็นมุมโค้งทั้งหมดครับ จุดที่น่าเสียใจที่สุดนั้นคงจะหนีไม่พ้นของการที่ Mi 6 นั้นได้ตัดเอาช่องเชื่อมต่อแบบ 3.5 audio jack ไปด้วยเหมือนกับเครื่องอื่นๆ ที่ออกกันมาในปีนี้โดยจะใช้พอร์ต USB Type-C แทน ทั้งนี้ราคาวางจำหน่ายจะขั้นอยู่กับแหล่งเก็บข้อมูลดังนี้ครับ โมเดลที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 64 GB ราคาอยู่ที่ 2499 yuan หรือประมาณ 12,500 บาท โมเดลที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลขนาด 128 GB ราคาอยู่ที่ 2899 yuan หรือประมาณ 14,500 บาท ทั้งนี้ก่อนจากเรามีผลเทสของ Mi 6 กับ GeekBench 4 มาให้ได้ชมกันครับ ที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
จะว่าไปแล้วเรื่องการเปิดตัวซีรีส์ Radeon RX 500 กราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ของทาง AMD นั้นก็ไม่ค่อนจะน่าแปลกใจมากสักเท่าไรครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เคยมีข่าวหลุด ข้อมูลหลุดออกมากันเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว สิ่งที่พอจะทำให้เราแปลกใจได้บ้างนั้นคงหนีไม่พ้นความเร็วที่ตอนแรกหลายๆ เว็บไซต์ให้ความเห็นตรงกันว่าน่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทว่าทาง AMD ได้เปิดตัวก่อนในคืนวันอังคารที่ผ่านมาแล้วหล่ะครับ นอกเหนือไปจาก Radeon RX 500 นั้นทาง AMD ได้ทำการเปิดตัวหน่วยประมวลผลระดับ Ryzen รุ่น 5 ออกมาด้วยเช่นเดียวกันครับ แต่ในวันนี้นั้นเราจะขอเน้นไปยัง Radeon RX 500 กันก่อนครับ โดย RX 500 นั้นยังคงใช้ชิปสถาปัตยกรรม Polaris ภายใต้กระบวนการผลิตที่ระดับ 14 nm ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้นั้นมีมาด้วยกัน 4 รุ่น คือ RX 580, RX 570, RX 560 และ Rx 550 แต่ละรุ่นจะมีสเปคอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันครับ Radeon RX 580 : มาพร้อมกับความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่ 1,256 MHz และ Boost clock ที่ 1,366 MHz ซึ่งจะพูดไปแล้วนั้นมันเท่ากับ RX 480 ไม่ได้มีการขยับความเร็วสัญญาณนาฬิกาเลยครับ แถม RX 580 ยังมาพร้อมกับอัตราการคายความร้อนที่สูงกว่า RX 480 นั้นก็คือจากเดิมอยู่ ที่ 150 W ไปเป็น 185 W สำหรับราคานั้นรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 4 GB จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $200 หรือประมาณ 7,200 บาท ส่วนในรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 8 GB นั้นจะมีราคาอยู่ที่ $230 หรือประมาณ 7,900 บาทครับ Radeon RX 570 : รุ่นนี้นั้นจะมีการขยับความเร็วมาอยู่ที่ 1,168 MHz และ Boost clock ที่ 1,206 MHz ซึ่งทำให้อัตราการคายความร้อนนั้นสูงขึ้นไปอยู่ที่ 150 W TDP จากเดิม 120 W TDP ครับ  ตัวการ์ตนั้นจะเน้นการเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p เป็นหลักโดยรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 4 GB นั้นจะมีราคาอยู่่ที่ $169 หรือประมาณ 5,800 บาทครับ Radeon RX 560 : เป็นรุ่นที่มีความเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดโดยตัวชิปนั้นยังคงใช้สถาปัตยกรรม Polaris 11 เช่นเดิม แต่ทว่าได้มีการเพิ่ม compute unit จากเดิมที่ 14 ไปเป็นที่ 16 ดังนั้นแล้วแล้วประสิทธิภาพจึงเพิ่มขึ้นตาม โดยในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกานั้นจะอยู่ที่ 1,175 MHz และ Boost clock ที่ 1,275 MHz เร็วขึ้นซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพนั้นจะมากกว่ารุ่น RX 460 ที่เป็นรุ่นพี่ แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นก็ไม่ได้ทำให้ RX 560 มีอัตราการคายความร้อนที่เปลี่ยนไปเพราะยังอยู่ที่ 75 W เหมือนเดิมแต่ก็มีข้อเสียเพิ่มเติมซึ่งนั่นก็คือ RX 560 นั้นต้องการการต่อไฟเพิ่มแบบ 6-pin ครับ(แต่ยังไม่แน่ใจเนื่องจากทาง AMD ไม่ได้เผยข้อมูลในส่วนนี้มาครับ) ส่วนราคานั้นจะอยู่ที่ $99 หรือประมาณ 3,550 บาทครับ Radeon RX 550 : เป็นโมเดลใหม่ที่ไม่มีรุ่นพี่เปิดตัวออกมาก่อน โดยในรุ่นนี้นั้นทาง AMD จะเน้นไปที่ผู้เล่นเกม e-sports และผู้ใช้ HTPC โดย compute units นั้นจะถูกลดลงมาอยู่ที่ 8 หน่วย ความเร็วสัญญาณนาฬิกาตอน boost จะอยู่ที่ 1,183 MHz(ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานนั้นทาง AMD ไม่ได้เผยไว้) มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 2 GB ใช้ Bus ที่ 128-bit (โดยอาจจะมีรุ่น 4 GB ตามมา) ราคาอยู่ที่ $79 หรือประมาณ 2,700 บาทครับ หมายเหตุ – มีการเปิดตัวรุ่น RX 540 มาด้วยแต่ทว่าจะเป็นการจำหน่ายให้กับ OEM เท่านั้น ในส่วนของประสิทธิภาพนั้นทาง AMD ได้เผยออกมาเฉพาะรุ่น RX 570 โดยจากกราฟจะเห็นได้ว่านำหน้า R7 370 และ GTX 960 ได้มากพอควร โดยที่นำไปเทียบกับการ์ดรุ่นเก่านั้นน่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าทาง AMD ได้เน้นให้ซีรีส์ Radeon RX 500 นั้นเล่นเกมที่ความละเอียด 1080p มากกว่าครับ ถามว่ามันตามคู่แข่งได้ไหม คงต้องตอบเลยหล่ะครับว่าไม่ได้เพราะรุ่นท๊อปอย่าง RX 580 นั้นก็น่าจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่า GTX 1060 ไม่มากเท่าไรนัก ซึ่งสิ่งที่ AMD นำมาสู้นั้นน่าจะเป็นเรื่องของราคาที่คุ้มกับประสิทธิภาพแบบสุดๆ ทั้งนี้ทาง AMD ได้จำหน่าย RX 580 และ RX 570 แล้ว ส่วนรุ่น RX 550 จะวางจำหน่ายในวันที่ 20 เมษายนนี้และตามมาด้วย RX 560 ในเดือนพฤษภาคมครับ ที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Lenovo นั้นเคยสร้างนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วกับซีรีส์ Yoga ครับ ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ Yoga อยู่ในจุดอิ่มตัวแล้วนั้นทาง Lenovo เองก็ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อที่จะเข้ามาแทนที่ เพื่อที่ทาง Lenovo จะสามารถรับรางวัล Most Innovative Company of the Year จากทาง Tom’s Guide ให้ได้อีกครั้งหนึ่งทาง Lenovo จึงจำเป็นต้องคิดใหม่ทำใหม่จนทำให้เกิดเป็น Lenovo Blade ขึ้นมาครับ Lenovo Blade นั้นดูจากภายนอกแล้วมันค่อนข้างที่จะเหมือนกันกับโน๊ตบุ๊คแบบ convertible และ 2-in-1 ที่สามารถใช้งานได้ในหลายๆ โหมด แต่จริงๆ แล้วนั้นนวัตกรรมของมันได้ถูกซ่อนไว้ข้างในตัวเครื่องครับ โดยปกติแล้ว 2-in-1 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอที่มีฮาร์ดแวร์อยู่ภายใน ทว่า Lenovo Blade นั้นฮาร์ดแวร์ทั้งหมดจะอยู่ที่ส่วนของคีย์บอร์ที่สามารถถอดได้ครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วเจ้า Lanovo Blade นี้นั้นจะถอดหน้าจอออกมาแล้วสามารถใช้งานได้อีกอย่างไร คำตอบนั้นอยู่ตรงที่ตัวเครื่อง Lenovo Blade นั้นจะใช้วิธีการสตรีมมิ่งสัญญาณภาพไปที่ส่วนของหน้าจอครับ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งาน Lenovo Blade แบบหน้าจอระบบปฎิบัติการ Windows 10 เสมือนเป็นแท็บเล็ตได้ครับ ยังครับยังไม่หมด อย่าคิดว่าบนส่วนของหน้าจอจะไม่มีลูกเล่นนะครับ เนื่องจากว่าหน้าจอของ Lenovo Blade เองนั้นก็มีฮาร์ดแวร์เป็นของตัวเองเหมือนกัน ฮาร์ดแวร์ดังกล่าวนี้เอาไว้ใช้เปิดระบบปฎิบัติบัติบัติการ Android ขึ้นมาเพื่อใช้งานครับ ดังนั้นหากจะว่าไปแล้ว Lenovo Blade นั้นก็เหมือนกับมี 2 ระบบปฎิบัติการที่แยกใช้ฮาร์ดแวร์ของใครของมันครับ งานนี้นั้นคงต้องดูกันต่อไปหล่ะครับว่า Lenovo Blade นั้นจะทำให้ทาง Lenovo ได้รางวัล Most Innovative Company of the Year ของปี 2018 ได้หรือไม่ครับ ที่มา : https://notebookspec.com 
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Windows 7 และ Windows 8.1 นั้นไม่รองรับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ๆ อย่าง Kaby Lake และ AMD Zen ตามที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือทาง Microsoft ได้ตั้งให้ระบบปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ติดตั้งอัพเดท ถ้าหากใช้ชิปเหล่านี้อยู่ ถ้าใครติดตั้ง Windows 7 หรือ 8.1 ลงบนเครื่องที่เป็น AMD Zen / Intel Kaby Lake จะขึ้นหน้าจอ Unsupported Hardware ขึ้นมา และไม่สามารถทำการอัพเดท Windows ได้ ในข้อความเขียนเอาไว้ว่า "คอมพิวเตอร์ของคุณใช้หน่วยประมวลผลรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อ Windows รุ่นล่าสุด เนื่องจากหน่วยประมวลผลนี้ไม่ได้ออกแบบเพื่อทำงานกับ Windows ที่ใช้อยู่ คุณจะอัพเดทไม่ได้และไม่ได้แพทช์ด้านความปลอดภัย" สำหรับข้อความนี้จะขึ้นมาบนหน้าจอ Windows เมื่อผู้ใช้งานใช้หน่วยประมวลผลกลุ่มต่อไปนี้ Intel 7th-generation Kaby Lake AMD Ryzen AMD Bristol Ridge Qualcomm Snapdragon 8996 สำหรับ Intel 6th Gen อย่าง Skylake เองก็มีแผนจะถูกปลดระวางจาก Windows 7 และ 8.1 ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน เพื่อผลักให้ไปใช้งาน Windows 10 เท่านั้น ที่มา : https://www.overclockzone.com