ข่าวไอที

Advice Holdings Group Co.,Ltd.
ในเมื่อทางฝั่ง AMD มี CPU ระดับ Hi-End ที่มาพร้อมกับจำนวน Core และ Thread แบบเหลือกินเหลือใช้ ทาง Intel ที่เป็นคู่แข่งเจ้าสำคัญซึ่งยังเป็นเจ้าตลาดอยู่ก็อยู่เฉยไม่ได้ เพราะจะยอมให้ AMD นั้นมาแย่งตำแหน่งไปโดยไม่ทำอะไรก็คงจะไม่ได้ .. หลังจากที่ Ryzen บน Platform AM4 เปิดตัวมาก่อนหน้านี้และสามารถทำยอดขายได้ดี ดึงส่วนแบ่งการตลาดมาจาก Intel ได้พอสมควร .. และตอนนี้ก็มีข่าวของ Threadripper มาอีกใน Segment ที่สูงขึ้น ก็เป็นปกติครับที่ Intel จะต้องมีมาตรการเปิดตัว Product ออกมาแข่งขันกัน โดยที่ไม่นานมานี้ Intel เองก็ได้เปิดตัว Platform HEDT ที่ใช้ Socket LGA2066 ไปแล้ว พร้อมกับ Mainboard X299 แต่ว่า CPU นั้นก็ทะยอยเปิดตัวออกมาทีละรุ่น ปัจจุบันที่เห็นใช้กันมากที่สุดก็คงจะเป็น Core i7-7800X ด้วยราคาที่ไม่แพง และเป็นชิพระดับเริ่มต้นของ LGA2066 .. ต่อมาใน Q3 ของปีนี้ทาง Intel ก็มีแผนจะเปิดตัวและวางจำหน่ายเพิ่มเติมอีก โดยหลักๆแล้วจะมีสองรุ่นคือ Core i9-7920X ที่จะมากับ 12-Core / 24-Thread และ Core i9-7960X ที่จะมากับ 16-Core / 32-Thread .. นอกจากนั้นก็อาจจะมีอีกรุ่นที่ไม่แน่ว่าจะเปิดตัวภายในปีนี้ทันหรือเปล่า กับ Core i9-7980XE ที่มากับจำนวน Core / Thread มากถึง 18/36  แต่ตอนนี้เราได้ข้อมูลของตัว Core i9-7960X (16/32) มาก่อนเลยครับ โดยที่มันจะมากับ L2 Cache 1MB ต่อ Core , และ L3 Cache แบบ Shared ทั้งหมด 22MB .. การรองรับอุปกรณ์อื่นๆก็จัดมาเต็มด้วย Lane ที่มีมากถึง 44-Lane ในแบบ PCI-Express Gen 3.0 , รองรับ Memory แบบ Quad Channel (DDR4) .. เรื่องความเร็ว Frequency นั้นก็ดูแล้วจะต่ำกว่ารุ่นน้องที่มี 12-Core อยู่ เพราะจากข้อมูลที่หลุดมานั้นจะมี Base Clock อยู่ที่ 2.5GHz เท่านั้น ส่วนตัวเลข Boost Clock ก็ยังไม่แน่ใจครับ   รายละเอียดทั้งหมดนี้ก็หลุดมากับโปรแกรม GeekBench ขาประจำที่ชอบทำรายละเอียด CPU หลุดออกมา ไม่แน่ว่าผู้ผลิต Mainboard หรือวิศวกรท่านไหนเอา CPU ไปลองเล่นแล้วลืมปิด Internet หรือเปล่า มันจึงได้อัพเข้าไปอยู่ใน Database ของ GeekBench อยู่เรื่อยเลย .. คะแนนของ CPU รุ่นนี้ก็อยู่ที่ราว 33,xxx ในแบบ Multi-Thread จากตัวเลขนี้เราก็เห็นว่าคะแนนสูงกว่าของฝั่งคู่แข่งอย่าง AMD Ryzen Threadripper 1950X ที่ทำคะแนนออกมาได้ที่ 27,xxx .. ส่วนคะแนน Single-Thread ของ i9-7960X นั้นดูแล้วจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยที่คะแนนออกมาที่ 5,2xx เท่านั้น น้อยกว่ารุ่นน้องร่วมค่ายอย่าง Core i7-7740X ที่เก่ากว่าด้วยซ้ำ.. ส่วนสาเหตุที่คะแนนออกมาต่ำ น่าจะเป็นเพราะเรื่อง Clock Speed ล้วนๆเลยครับ อย่างที่เห็นว่ามันเริ่มที่ 2.5GHz เท่านั้น สุดท้ายแล้วแอดมินก็อยากให้แยกกันนิดนึงครับ ว่าทำไม CPU รุ่นท๊อปๆแบบนี้ให้ Clock Speed มาต่ำ .. ตรงนี้ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าพวกนี้เขาไม่ได้ออกแบบมาให้เล่นเกมส์เหมือนพวก Core i7-7700K ที่เดาว่าอาจจะเล่นเกมส์ดีกว่าตัวนี้ด้วยซ้ำ พวกนั้นจำนวน Core / Thread อาจจะเยอะไม่เท่า แต่ว่า Clock Speed มันดันไปได้ที่ 4.5GHz กันเป็นปกติอยู่แล้ว และการเล่นเกมส์ ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่มันก็ไม่ได้รองรับการใช้งาน Core หรือ Thread ได้มากกว่า 4 เลยด้วยซ้ำ .. เพราะฉะนั้นพวกตระกูล Core i9 นี้จะเหมาะสมกับการทำงานแบบ Workstation เสียมากกว่า เพราะว่าการทำงานแบบ Render ต่างๆจะใช้ประสิทธิภาพของจำนวน Core / Thread ได้เต็มที่ และตรงนี้แหละครับที่ Core i9 จะทำประสิทธิภาพดีกว่าพวก Core i7 หรือ Platform LGA1151 เป็นเท่าตัวเลย ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Supercapacitor เป็นสิ่งที่มนุษย์เราพยายามจะสร้างกันมานานแล้ว เนื่องจากตัวนำยิ่งยวดนี้สามารถนไฟฟ้าได้อย่างดี ถ้านำไปใช้กับแบตเตอรีก็จะทำให้ชาร์จไฟเต็มในไม่กี่วินาที แทนที่จะต้องใช้เวลาชาร์จไฟมือถือกันหลายชั่วโมง นอกจากชาร์จไฟไวแล้ว ตัวนำยิ่งยวดยังมีข้อดีด้านความคงทนอันยาวนานอีกด้วย ล่าสุดนักวิจัยที่ Drexel พบจุดสมดุลย์ที่จะสร้างตัวนำยิ่งยวดได้ โดยพัฒนาอิเล็กโทรดให้ใช้วัสดุประเภทนาโนฯ ชื่อว่า MXene สามารถชาร์จไฟได้ไวกว่าเดิมมาก ข้างในเป็นการอัด oxide-metal แบบสองมิติให้แน่นไปด้วยไฮโดรเจล ทำให้โครงสร้างภายในนำไฟฟ้าได้ดี และขณะเดียวกันก็ยังให้ไอออนในแบตเตอรีเคลื่อนที่ไปเพื่อชาร์จไฟได้ด้วย ในห้องแล็บทดสอบนั้นแบตเตอรี MXene สามารถชาร์จไฟได้ใน 10 มิลลิวินาทีก็เต็มแล้ว รถยนต์ไฟฟ้า หรือมือถือในอนาคตอาจจะชาร์จกันไม่เกินนาทีก็เต็ม ปัญหาของแบตเตอรีนี้ก็เหมือนกับตัวอื่นๆ คือต้องทำการสเกลขึ้นไปให้ใหญ่ระดับผลิตจำนวนมาก มีความสเถียร และใช้งานได้จริง คงต้องรอกันอีกหลายๆ ปี (อีกแล้ว) กว่าเราจะเห็นเทคโนโลยีนี้ก้าวไปข้างหน้าและออกสู่ตลาด ข้อดีคือเทคโนโลยีนี้ไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก ฝั่งโรงงานแต่เลือกใช้อิเล็กโทรดแบบใหม่ก็เสร็จแล้ว ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เวลามันก็ผ่านไปไวจริงๆ เพราะไม่นานก็ผ่านครึ่งปีไปแล้ว นั่นก็หมายความว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ Intel ก็ต้องเปิดตัว CPU รุ่นใหม่เหมือนที่มีการเปิดตัวในทุกๆปี และจาก Road Map ที่เราดูมาก็ให้คำตอบว่าชื่อของรุ่นต่อไปจาก Kaby Lake ที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันก็จะเป็นรุ่น Coffee Lake นั่นเองครับ .. แต่แค่นั้นมันก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรใหญ่โต แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือปีนี้ Intel ต้องมีไม้เด็ดงัดออกมาโชว์ เพราะว่าถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่ทางคู่แข่งอย่าง AMD นั้นมี Processor (CPU) ที่มีประสิทธิภาพและราคาสู้ Intel ได้ หลังจากที่ฝั่ง Intel นั้นผูกขาดตลาดค่อนบนมานาน ด้วยความที่ตลอดหลายๆปีที่ผ่านมา AMD ก็ไม่ได้มี CPU ใหม่ๆออกมาสู้กับ Intel เลย จึงทำให้ Intel เองก็ไม่ได้มีการพัฒนาอะไรอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งล่าสุดนี้ที่มี Ryzen ออกมาทำให้ เกมส์การแข่งขันในตลาด CPU กลับมาคึกคักอีกครั้ง .. ซึ่งก็ดีกับผู้บริโภคอย่างเราจริงๆ อิอิ Coffee Lake ปีนี้ก็จะยังคงเป็น 14nm อีกแล้วววววว หลังจากที่เลิกใช้แผนการเปิดตัวแบบ Tick Tock มาซักพัก ทำให้ยังอยู่ที่ขบวนการผลิตเดิม .. จริงๆ Intel เองก็อยากจะลดขบวนการผลิตเหมือนกันตามข้อมูลของข่าวอื่นๆ แต่ว่าการทำให้เป็นจริงนั้น ทำได้ยากมาก เพราะว่ายิ่งเล็กก็ยิ่งซับซ้อน คงจะต้องใช้ 14nm กันไปก่อนที่จะย้ายไป 10nm ในยุคของ Cannonlake ที่จะมาหลังจาก Coffee Lake ไปอีก / และมันจะน่าสนใจยังไง เอาอะไรไปสู้กับ AMD หล่ะ ถ้าในเมื่อไม่มีการลดขบวนการผลิต ? คำตอบคือจำนวน Core ที่จะได้มาไงหล่ะครับ หลังจากมีการเปิดตัว Intel Core i7-2600K ในปี 2011 ที่ผ่านมา CPU รุ่น Top ของตระกูล Core i7 ระดับ Mainstream ก็จะเน้นว่าต้องมี 4-Core และ 8-Thread ตลอด .. แต่คราวนี้คงจะต้องเปลี่ยนแผนซักหน่อยแล้ว หลังจากที่ AMD มี Core มาให้มากขึ้น คราวนี้ Intel จึงต้องใส่ 6-Core และ 12-Thread มาให้ในรุ่น Core i7-8700K และคาดเดาจากสถานการณ์การแข่งขันแล้ว ทาง Intel ก็ไม่น่าจะขึ้นราคาได้ด้วย .. นั่นก็หมายความว่าราคาจะอยู่ในระดับเดียวกับ Core i7-7700K แต่จะได้ 6-Core / 12-Thread มาด้วย โปรแกรม CPU-Z ก็มักจะเป็นโปรแกรมหลักถ้าเราต้องการจะดูสเป็คคอมพิวเตอร์เครื่องนึง โดยให้รายละเอียดอย่างดีในส่วนของ CPU / Motherboard / Memory ซึ่งตรงนี้ก็มีรูปหลุดของ Coffee Lake ออกมาแล้วครับ จะเป็นรุ่นไหนไม่สำคัญ รู้แค่ว่ามี 6-Core / 12-Thread แล้ว มากับ Clock Speed ยืนพื้นที่ 3.5GHz กับ Boost Clock ที่ 3890Hz (อาจจะทำได้มากกว่านี้หรือเปล่าไม่แน่ใจ) .. ค่า TDP ก็จะอยู่ที่ 80W และรายละเอียดอื่นๆก็ดูตามรูปเลยครับ สเป็คขึ้นมาตามนั้นน่าจะตรงทุกอย่าง แค่เราไม่รู้ชื่อรุ่นเฉยๆ เพราะว่าทาง CPU-Z Database ยังไม่ได้เพิ่มเข้าไปเท่านั้นเองครับ เพื่อนๆคิดว่ายังไงกันบ้างกับสถาปัตยกรรมใหม่ของ Intel นี้ ผิดหวังหรือเปล่าที่ไม่ได้มีการลดลงไปที่ 10nm .. แต่ส่วนตัวแอดมินเองก็มองว่าน่าเสียดายส่วนนึง แต่อีกส่วนนึงก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่ายังใช้ Platform LGA1151 เหมือนกับ 2 Generation ที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ Mainboard Gen ที่แล้วจะรองรับ Coffee Lake ผ่านการอัพเดท BIOS ยืดอายุการใช้งานให้กับ Hardware Component ไปอีกหนึ่งปี ลดการอัพเกรดที่ไม่จำเป็น และที่สำคัญไม่ต้องเสียตังอัพเกรดใหม่บ่อยๆ เพราะว่า Platform เก่านั้นยังใช้ได้อยู่ .. ส่วนเรื่องความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นมาด้วยความที่มี 6-Core / 12-Thread นั้นต้องขอบคุณ AMD เลยครับ เพราะถ้า AMD ไม่มีโปรดักส์มากระชากใจ กระตุ้นตลาดอย่าง Ryzen ท่าทาง Intel ก็คงยังไม่ขยับเหมือนเดิม ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  Technology นั้นเป็นสิ่งที่มาไว ไปไว แต่ทาง Microsoft กับ Intel พันธมิตรคู่ยากก็พยายามทำให้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับของเก่าได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยชิป Atom สถาปัตยกรรม Clober Trail จาก 4 ปีก่อนถึงวันจากลาแล้ว เมื่อจะทำการอัพเดทเป็น Windows 10 Creator Update ระบบจะบอกว่าไม่สามารถติดตั้ง Windows 10 บน PC เครื่องนี้ได้ Microsoft แถลงว่าพีซีที่เป็นชิป Clover Trail จะไม่ได้รับอัพเกรดเป็น Windows 10 รุ่นใหม่ๆ แล้ว เนื่องจากทาง Intel ไม่ยอมส่งอัพเดทเฟิร์มแวร์รุ่นใหม่มาให้ โดยทาง Intel ทิ้งลูกค้าแล้วเรียบร้อย และเนื่องจากไม่มีไดร์เวอร์ที่สำคัญ ทำให้ทาง Microsoft ไม่สามารถอัพเกรด Windows 10 Creator Update บนชิปเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามทาง Microsoft จะยังให้เครื่องที่เป็น Clover Trail รัน Windows 10 ตัวเก่าได้ โดยจะยังคงมีอัพเดทคาวมปลอดภัยให้จนถึงปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ Windwoos 8.1 หมดอายุซัพพพอร์ทพอดี ชิป Clover Trail นั้นเป็นชิป Atom รุ่นแรกที่มี Dual Core โดยในตอนนั้นสามารถแข่งขันกับ Snapdragon ต่างๆ ได้ แม้จะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่แรงนัก แต่กินไฟน้อยมาก จากนั้นทาง Intel ก็หนีไปเร่งพัฒนา Bay Trail ที่กินไฟน้อย ประสิทธิภาพสูงกว่าเพื่อเข้ามาแทนที่ อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของ Clover Trail นั้นไม่สามารถรันงานใหม่ๆ บน Windows 10 Creator Update ได้ ไม่ว่าจะเป็น Paint 3D, Game Livestreaming, Cortana และอื่นๆ อีกมาก ทำให้อัพเดทสุดท้ายที่ติดตั้งได้คือ Windows 10 Anniversary Update นั่นเอง ขอขอบคุณแหล่งที่มา :https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
สำหรับสินค้าที่ซื้อในช่วงต่อไปนี้ 15-31 กรกฎาคม 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น X-Box ประกาศผลวันที่ 3 สิงหาคม 2560 1 - 15 สิงหาคม 2560 ลุ้นรับ Roccat Gaming Set ประกาศผลวันที่ 18 สิงหาคม 2560 15-31 สิงหาคม 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น เก้าอี้ Gaming ประกาศผลวันที่ 3 กันยายน 2560 1-15 กันยายน 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น ทองคำ 0.5 บาทประกาศผลวันที่ 18 กันยายน 2560 15-30 กันยายน 2560 ลุ้นรับเครื่องเล่น DJI Drone Spark ประกาศผลวันที่ 3 ตุลาคม 2560 **เพียงส่งข้อมูลการซื้อสินค้า, ชื่อ-นามสกุล, เบอร์ติดต่อ เข้ามาที่ Inbox : AMDThailand  เงื่อนไข การตัดสินของทาง AMD ถือเป็นที่สิ้นสุด รายการอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ร้านค้างดร่วมกิจกรรม ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
กลับมาอีกครั้ง!!!! กับความยิ่งใหญ่ PB สุดยอดเกม FPS เปิดศักราชใหม่ของวงการ ESport จัดหนักการแข่งขันชิงเงินรางวัลกว่า 20,000 บาท วันที่ : 1 ต.ค. 2560 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สถานที่ : STAR IT CENTER จังหวัด ระยอง !!!!  (ด่วนรับเพียง 16 ทีมเท่านั้น) เงินรางวัล CHAMPION 1st - 10,000 บาท 2nd - 5,000 บาท 3rd - 3,000 บาท 4th - 2,000 บาท *** ลงทะเบียนในงานลุ้นรับ Item Code มากมาย*** มาประลองความเทพกัน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ก.ย. 2560 สอบถามเพิ่มเติม  Facebook/สตาร์เซ็นเตอร์   ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
เป็นอีกหนึ่งการ์ดจอที่มีคนรอคอย (มานานมากๆ) สำหรับความหวังใหม่จากทาง AMD ที่คาดการ์ณว่าจะออกมาสู้เรื่องความแรงจากฝั่ง NVIDIA ได้บ้าง หลังจาก NVIDIA นั้นกินตลาด Segment บนสำหรับการ์ดจอ Consumer ทั่วๆไปมาพักใหญ่ๆ ตั้งแต่ Segment GTX1070, GTX1080 หรือว่า GTX1080Ti ขึ้นมา.. จน AMD เองก็มีข่าวคราวถึงสถาปัตยกรรมใหม่อย่าง VEGA ที่หลายๆคนคาดว่าจะมาแรงกว่าตัวท๊อปของฝั่ง NVIDIA ด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นแค่ข่าวลือและการคาดการณ์ เพราะถึงแม้ว่าจะมีคนพูดถึงบ่อยแค่ไหน มันก็ยังไม่มีให้เรายลโฉมอย่างเป็นทางการซะที แต่จริงๆมันก็ใกล้แล้วหล่ะครับ เพราะว่าตอนนี้สื่อต่างประเทศก็มีโอกาสได้สัมผัสมันบ้างแล้ว !  ถ้าใครติดตามข่าวมาก่อนหน้านี้อาจจะได้ยินกันมาแล้วว่า AMD Radeon Vega รุ่น Frontier Edition นี้จะมากับระบบระบายความร้อนสองแบบก็คือแบบลม (Air Cooling) มาตรฐาน กับระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooling) ซึ่งตอนนี้เองก็มีบางคนได้การ์ดไปทดลองใช้งานกันและก็มีผลทดสอบหลุดออกมาบ้างแล้ว .. ซึ่งข่าวที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่นาประทับใจอะไร แต่จะเป็นเรื่องการบริโภคพลังงานของการ์ด Vega Frontier Edition .. ที่พูดกันตรงๆคือกินไฟมากกว่า GTX1080 จากฝั่งคู่แข่งถึงสองเท่าด้วยกัน ! ทางสื่อ PC Perspective ก็ได้ทำการทดสอบการ์ดรุ่นดังกล่าว ที่ตามสเป็คค่า TDP แล้วจะกินไฟราวๆ 375W (ตัว Air Cooling มีค่า TDP 300W) .. และก่อนหน้านี้ราคาของ Frontier Edition ก็เริ่มที่ $1200 สำหรับรุ่น Air Cooling กับ $1800 สำหรับรุ่น Liquid Cooling จนกระทั่งไม่นานมานี้มีการลดราคาลงมาที่ $999 และ $1200 ตามลำดับ / ส่วนสิ่งที่น่าสนใจก็คือตัวเลขที่โผล่มาในกราฟ เรื่องประสิทธิภาพนั้น Radeon Vega Frontier Edition นั้นทำประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ NVIDIA GeForce GTX1080 แต่ว่าการบริโภคพลังงานนั้นกระโดดทะลุเพดานไปเลย กินไฟกว่าแม้กระทั่ง GTX1080 แบบ SLI ด้วยซ้ำ สำหรับค่า Setting ที่ต่ำที่สุดมันก็กินไฟราวๆ 350W และเมื่อ Overclock ขึ้นไปอีก ค่าการกินไฟ ก็ไปแตะระดับ 440W เลยทีเดียว แต่ก็มีข่าวดีอย่างนึงก็คือ PC Perspective ได้รายงานว่า Radeon Vega Frontier Liquid ตัวนี้เงียบกว่า R9 Fury X การ์ดตัวแรงที่ใช้ระบบระบายความร้อนรุ่นก่อนหน้า / งานนี้ก็ต้องรอดูของจริงหล่ะครับ รอให้ส่งมาเทสท์จริงๆ และมีการอัพเดท Firmware อะไรต่างๆให้เสถียรก่อน ตอนนี้น่าจะเป็นผลการทดสอบคร่าวๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไร - ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  วันที่ 20-23 ก.ค.นี้ พบกับงาน 'Pantip Com Set Expo 2017’ มหกรรมสินค้าคอมพิวเตอร์สเปคเทพราคาพิเศษ ณ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ 💥 จัดเต็มกับคอมพิวเตอร์เซ็ต และ คอมพิวเตอร์ All in One ราคาเดียว 9,900 บาท หลากหลายสเปคที่คุ้มค่า จะใช้งานก็ดี จะเล่นเกมก็แรงส์!! 💥 หรือจะจัดคอมพิวเตอร์สเปคเทพก็มีอุปกรณ์ให้เลือกมากมาย งานนี้มีครบทุกแบรนด์ดัง มาเต็มทุกร้าน ทั้ง Advice, ITCITY, JIB, SPEED งัดไม้เด็ด ส่งสินค้าไอทีทุกอย่างที่มี อัดเต็มในงานเดียว 💥 ซื้อสินค้าในงานครบ 9,000 บาท ได้สิทธิ์ลุ้นรับคูปองเงินสด #พันธุ์ทิพย์ออกให้ มูลค่าสูงสุดถึง 5,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท 💥 เท่านั้นยังไม่พอ!! พิเศษสุด วันที่ 22-23 ก.ค. เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงานที่ลิงค์นี้ -> https://goo.gl/hBWq2F และมารายงานตัวที่หน้างานตั้งแต่เวลา 9:30 จับบัตรคิวเวลา 10:00 น. ร่วมลุ้นรับฟรี!! ของรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท  [ของรางวัลกิจกรรมลุ้นรับฟรี] ☑ การ์ดจอ GIGABYTE AORUS GTX 1070 8GB มูลค่า 18,900 บาท วันละ 2 ชิ้น รวม 4 รางวัล ☑ Computer All in One มูลค่า 9,900 บาท วันละ 1 เครื่อง รวม 2 รางวัล ☑ คูปองเงินสด 200 บาท รวม 100 รางวัล ☑ Pantip Bulky Bag แจก 4 วัน รวม 200 รางวัล ☑ เสื้อ I'm Gaming แจก 4 วัน รวม 200 รางวัล **สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าในใบลงทะเบียนนี้ สามารถร่วมรับบัตรคิวได้ตลอดทั้ง 2 วัน โดยการลงทะเบียนแค่ครั้งเดียว 💥 พร้อมร่วมกิจกรรม Like & Share ที่ www.facebook.com/PantipPratunam  เพื่อลุ้นรับคอมพิวเตอร์ประกอบมูลค่า 60,000 บาท ฟรี!! ทันที 💥 ใครที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์สเปคเทพราคาพิเศษงานนี้ห้ามพลาด แล้วพบกันที่ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ 📣📣📣 รีบลงทะเบียนด่วนที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลย https://goo.gl/hBWq2F ลงทะเบียนก่อน มาถึงงาน รับบัตรคิว รอลุ้นรับของฟรีทันที!! 
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
Atari ประกาศตัวว่าจะหันกลับมาทำเครื่องคอนโซลอีกครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา วันนี้ก็ได้โอกาสโชว์รูปเครื่องให้เห็น โดยมีหน้าตาคล้ายกับ Atari 2600 ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 1977 หรือ 40 ปีที่แล้ว งานนี้ก็ไม่รู้ว่าผู้อ่านจะเกิดทันเครื่อง Atari 2600 กันไหม แต่ที่แน่ๆ ทาง Atari บอกว่าจะวางจำหน่ยสองเวอร์ชัน เวอร์ชันแรกคือ Black/Red สีดำแดง ส่วนอีกเวอร์ชันคือ Wood งานไม้ (แต่ไม่ได้บอกว่าจะเป็นไม้จริงๆ หรือเปล่า) ตัวเครื่องนั้นทาง Atari ไม่ยอมบอกว่ามีสเปคเช่นไร แต่บอกว่าสเปคทันสมัยเหมือนเครื่องเล่นเกมส์อื่นๆ แน่นอน โดยจะมีพอร์ต USB 4 ช่อง และ HDMI, SD Card reader อีกด้วย แม้จะไม่บอกสเปค แต่ก็บอกว่าจะเล่นเกมส์เก่าคลาสสิคได้ทั้งหมด และเกมส์สมัยใหม่ในยุคปัจจุบันได้ด้วย ณ จุดนี้เราก็ไม่รู้ว่าเกมส์สมัยใหม่ที่ว่าคือเกมส์แนวไหน แต่ก็น่าจะแปลว่าเครื่องต้องแรงประมาณนึงเลยล่ะ นอกจากนี้ Atari ยังยอมรับว่าตัวเครื่องยังต้องพัฒนาอีกหลายอย่างกว่าจะพร้อมวางจำหน่าย สเปคยังไม่นิ่งเลยไม่สามารถเปิดเผยให้แฟนๆ รู้ได้ ถ้าแฟนๆ อยากรู้รายละเอียดขอให้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
งานวิจัยจากทาง University of Chicago ล่าสุดที่พึ่งเผยออกมาไม่นานนี้นั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจและมีความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งครับ โดยในงานวิจัยได้เผยออกมาครับว่าวัยรุ่นตอนปลายถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นของสหรัฐอเมริกานั้นเลือกที่จะเล่นเกมมากกว่าที่จะทำงานเป็นจริงเป็นจังครับ ค่าสถิติที่แสดงออกมานั้นพบว่าในปี 2016 นั้นผู้ชายวัยรุ่นตอนปลายถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่มีอายุอยู่ที่ 21 ถึง 30 ปีนั้นมีจำนวนมากถึง 15% ที่ไม่ได้ทำงานแบบจริงจังเต็มเวลา เพิ่มขึ้นมากว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับอัตราผู้เล่นเกมในช่วงวัยเดียวกันในปี 2000 ที่มีจำนวนอยู่ที่ 8% โดยผลของมันนั้นทำให้เวลาในการทำงานของคนในช่วงวัยเดียวกันนั้นลดลงถึง 12% จากปี 2000 มาปี 2015 ครับ ในงานวิจัยยังเผยอีกครับว่ากว่า 67% ของผู้ที่ยังคงเล่นเกมในช่วงวัยข้างต้นนั้นจะอยู่กับครอบครัวหรือผู้ดูแลมากกว่าที่จะแยกไปอยู่คนเดียวซึ่งจำนวนดังกล่าวนี้สูงขึ้นมากจาก 46% ที่ได้ทำการสำรวจไว้ในปี 2000 ทั้งนี้ตามข้อมูลของงานวิจัยนั้นบอกเอาไว้ว่าในฃั่วโมงของการใช้คอมพิวเตอร์เฉลี่ยของคนกลุ่มนี้นั้น กว่า 60% เป็นชั่วโมงที่พวกเขาใช้ในการเล่นเกมครับ(จากชั่วโมงของการใช้งานคอมพิวเตอร์เฉลี่ย 520 ฃั่วโมง) นี่ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญมากๆ เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในช่วงนี้ที่ทางสหรัฐอเมริกาเองต้องการแรงงานที่เป็นบุคคลในสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก(ตามนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่) ซึ่งคงต้องแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน ซึ่งในงานวิจัยนั้นก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ด้วยครับว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไรครับ ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://notebookspec.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  เห็นก็มีข่าวมาอยู่เรื่อยว่าบริษัทนู้นเปิดตัว SSD ตัวแรง บริษัทนีเปิดตัว HDD ความจุมหึมา .. วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวครับ เป็นข่าวที่มีการแชร์กันเยอะมากในเว็ปข่าวไอทีต่างประเทศ / เราจะมาว่ากันเรื่อง SSD หรือว่า Solid-State-Drive ที่มีความจุระดับ 50TB !! มีใครบ้างจะไม่ชอบ SSD ? เพราะด้วยความที่มันเป็น Storage ความเร็วสูง และหลังๆนี้อัตราส่วนความจุต่อราคาก็สมเหตุสมผลมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีทุกคนต้องมี ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ใช้งานทั่วๆไปก็จะเห็นความแตกต่างตั้งแต่การ Boot เครื่องขึ้นมา หรือว่า Gamer ก็จะได้รับประโยชน์จากการโหลดของฉากเกมส์ที่เร็วขึ้น จนไปถึงกลุ่มผู้ใช้งานระดับ Enterprise ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วว่า Harddrive แบบจานหมุน / ล่าสุดบริษัท Viking Technology ผู้ผลิต Storage แบรนด์ Viking ก็ได้เปิดตัว SSD ในซีรียส์ Silo ในตระกูล SSD แบบ UHC หรือว่า Ultra High Capacity แปลกันตรงตัวก็คือ "ความจุโคตรเยอะ" .. สเป็คของมันก็ตรงกันกับชื่อนั่นแหละครับ เพราะจะมีความจุให้เลือกสูงถึง 50TB ด้วยกัน SSD รุ่นนี้ก็ออกแบบมาเจาะตลาด Enterprise จาก Interface ที่เชื่อมต่อจะเป็น SAS และ Form Factor จะมาแบบ 3.5" ดูรายละเอียดเหล่านี้แล้วก็น่าจะพอเดาได้ว่าเขาออกแบบมากะให้ผู้ใช้งานที่ใช้ HDD แบบ SAS ก่อนหน้า เปลี่ยนมาเป็น SSD รุ่นนี้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงหรือใส่ Adapter อะไรเพิ่มเติม .. ผู้ที่เปลี่ยนจาก HDD SAS มาเป็น SSD SAS ตัวนี้ก็จะได้ผลประโยชน์ทั้งเรื่องความเร็ว การปล่อยความร้อนที่ต่ำ และการบริโภคพลังงานที่ประหยัดอีกด้วย เพราะว่าตัวนี้จะมีการกินไฟ Idle น้อยกว่า 10W และช่วง Active ที่ 16W ทำให้ประหยัดไฟมากขึ้นจาก HDD ทั้งระบบได้สูงสุดราวๆ 80% ต่อ Terabyte เลยทีเดียว นอกจากรุ่น 50TB นี้แล้วก็ยังมีรุ่นรองลงมาที่ 25TB .. ทั้งสองรุ่นจะใช้ NAND Planar MLC และจะทำความเร็วได้ที่ 500MB/s สำหรับการอ่าน และ 350MB/s สำหรับการเขียน และ Random Read / Write ที่ 60,000 และ 100,000 IOPS ตามลำดับ / เรื่องความแรงอาจจะดูไม่น่าประทับใจ เมื่อเทียบกับพวก M.2 NVMe ที่เหล่าเซียนๆคุ้นเคย แต่ว่าตัวนี้จะเน้นความจุ และค่า Endurance ที่ทาง Viking เคลมไว้ว่าจะเข้าถึงข้อมูลได้เต็มจำนวนของตัว Storage ทุกวัน (25TB,50TB ต่อวัน) ได้เป็นเวลา 5 ปี ทางด้านราคานั้นสื่อต่างประเทศก็คาดการณ์ไว้ว่าอาจจะมีแตะ $14,000 หรือเกือบๆ 5 แสนบาทต่อลูก .. งานนี้ถ้าเป็น Data Center ต้องการความเร็วสูงจริงๆ ก็อาจจะต้องลงทุนก็ได้นะ ! ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com
Advice Holdings Group Co.,Ltd.
  Fall Creator Update ที่จะเป็นอัพเดทใหญ่ถัดไปของ Windows 10 อาจจะไม่ได้ใช้ชื่อนี้ทั่วโลกซะแล้ว โดย Microsoft กำลังตัดสินใจเลือกชื่อที่จะใช้อยู่ สำหรับสาเหตุคงจะเป็นเพราะว่าแม้อัพเดทจะออกในฤดูใบไม้ร่วง แต่มันอาจจะเป็นฤดูใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีในบางประเทศก่อนจะเกิดการร่วงก็เป็นได้ ด้วยความแตกต่างนี้เอง Microsoft อาจจะใช้ชื่ออื่นในประเทศที่ไม่ได้เป็นฤดูใบไม้ร่วง เช่น Windows 10 Autumn Creator ในประเทศกลุ่มสหราชอาณาจักร อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และแน่นอนว่าการมีอัพเดทเดียวกันแต่แบ่งย่อยชื่อย่อมจะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในประเทศที่เปลี่ยนชื่อเป็นอย่างอื่น แต่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ทยังคงเรียกว่า Fall Creator อยู่ รวมไปถึงบางประเทศอย่างเช่นไทยไม่มีฤดูใบไม้ร่วง หรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่ผ่านมา Microsoft ได้แสดงผลงานให้เราประจักษ์แล้วว่าไม่ใช่บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อนัก (Microsoft Windows XP Professional 64-bit Edition คงจะเป็นตัวอย่างได้) บางทีการเรียกชื่อเดือนอย่างเช่น November Update ยังฟังดูเป็นอะไรที่ง่ายกว่าสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com