logo
logo
ยกเลิก
สินค้าทั้งหมด
โปรโมชันออนไลน์
printer-scanner-fax

ALL PRINTER / SCANNER / FAX / POS Device

PRINTGRID-VIEWLIST-VIEW

เครื่องปริ้นใช้ในบ้าน เลือกแบบไหนดี? เทียบ Inkjet, Laser, Ink Tank และ Wi-Fi ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องปริ้นสำหรับใช้ในบ้านมีหลายประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน บางบ้านพิมพ์เอกสารเพียงไม่กี่แผ่นต่อสัปดาห์ บางบ้านมีเด็กหรือนักเรียนที่ต้องพิมพ์รายงานและใบงานเป็นประจำ ขณะที่บางคนต้องพิมพ์เอกสารสี สแกนเอกสาร หรือสั่งพิมพ์จากมือถือ

ดังนั้นการเลือกเครื่องปริ้นไม่ควรดูแค่ “ราคาเครื่อง” แต่ควรดูทั้งปริมาณการพิมพ์ ประเภทงาน สีหรือขาวดำ ระบบหมึก การเชื่อมต่อ ฟังก์ชันสแกนและถ่ายเอกสาร รวมถึงค่าใช้จ่ายของหมึกหรือวัสดุสิ้นเปลืองในระยะยาวบทความนี้จะช่วยเลือกเครื่องปริ้นตามลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่เครื่องปริ้นใช้ในบ้าน เครื่องปริ้นสำหรับนักเรียน ไปจนถึงการเปรียบเทียบเครื่องปริ้นเลเซอร์กับอิงค์เจ็ท การเลือก Wi-Fi Printer และเครื่องปริ้นหมึกแท้งค์

 

เครื่องปริ้นใช้ในบ้าน เลือกแบบไหนดี?

ถ้ากำลังมองหาเครื่องปริ้นใช้ในบ้าน จุดเริ่มต้นไม่ใช่การถามว่าเครื่องไหนดีที่สุด แต่ควรถามก่อนว่า “เราจะใช้เครื่องปริ้นทำอะไร” ลองตอบคำถามเหล่านี้ก่อนซื้อ

  1. พิมพ์บ่อยแค่ไหน?

  2. ส่วนใหญ่พิมพ์สีหรือขาวดำ?

  3. ต้องสแกนหรือถ่ายเอกสารด้วยหรือไม่?

  4. มีหลายคนใช้เครื่องเดียวกันหรือไม่?

  5. ต้องการสั่งพิมพ์จากมือถือหรือโน้ตบุ๊กหรือไม่?

  6. ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านหมึกในระยะยาวหรือไม่?

คำตอบเหล่านี้จะช่วยจำกัดตัวเลือกได้มากกว่าการดูราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว

 

พิมพ์เอกสารทั่วไปในบ้าน

หากใช้งานเป็นครั้งคราว เช่น พิมพ์เอกสาร แบบฟอร์ม ใบเสร็จ หรือเอกสารส่วนตัว ให้ดูขนาดเครื่อง การเชื่อมต่อ และฟังก์ชันที่จำเป็นเป็นหลัก ถ้าต้องสแกนหรือถ่ายสำเนาเอกสารด้วย เครื่องแบบมัลติฟังก์ชันจะช่วยลดความจำเป็นในการมีอุปกรณ์หลายเครื่อง

 

บ้านที่มีเด็กหรือนักเรียน

หากมีการพิมพ์รายงาน ใบงาน เอกสารประกอบการเรียน หรือรูปภาพเป็นประจำ ควรพิจารณาเครื่องที่มีทั้งการพิมพ์สีและฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานสะดวก เช่น Wi-Fi, Scanner หรือการพิมพ์สองหน้า หากปริมาณการพิมพ์ค่อนข้างมาก ควรให้ความสำคัญกับระบบหมึกและต้นทุนระยะยาวมากกว่าราคาเครื่องเพียงอย่างเดียว

 

พิมพ์งานสีและเอกสารจำนวนมาก

ถ้าต้องพิมพ์สีเป็นประจำหรือมีเอกสารจำนวนมาก ควรเปรียบเทียบระบบ Inkjet, Ink Tank และ Laser ตามประเภทงาน รวมถึงดูราคาหมึกและจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรสรุปว่าเครื่องประเภทใดมีต้นทุนต่ำกว่าเสมอ เพราะต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับรุ่น ระบบหมึก และลักษณะการพิมพ์

 

บ้านที่มีหลายคนใช้เครื่องเดียวกัน

บ้านที่มีสมาชิกหลายคนอาจได้ประโยชน์จากเครื่องที่รองรับ Wi-Fi และการพิมพ์จากอุปกรณ์หลายประเภท เพราะสามารถวางเครื่องไว้จุดเดียวและสั่งพิมพ์จากคอมพิวเตอร์หรือมือถือได้ โดยไม่จำเป็นต้องต่อสายเข้ากับเครื่องทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้าน Wi-Fi Direct, แอป และการพิมพ์จากมือถือแตกต่างกันไปตามรุ่น จึงควรตรวจสอบสเปกของเครื่องก่อนซื้อ

 

เครื่องปริ้นสำหรับนักเรียน ควรเลือกแบบไหน?

เครื่องปริ้นสำหรับนักเรียนไม่ได้จำเป็นต้องเป็นเครื่องประเภทใดประเภทหนึ่งเสมอไป เพราะลักษณะงานของแต่ละคนแตกต่างกัน หากต้องพิมพ์รายงาน ใบงาน และเอกสารประกอบการเรียนเป็นหลัก ควรพิจารณา

  • สี หากมีงานภาพหรือสื่อการเรียนที่ต้องใช้สี

  • Wi-Fi หากต้องการพิมพ์จากมือถือหรือโน้ตบุ๊ก

  • Scanner หากต้องสแกนเอกสารหรือถ่ายสำเนา

  • Duplex หากมีการพิมพ์เอกสารสองหน้าเป็นประจำ

  • ต้นทุนหมึก หากพิมพ์บ่อย

  • ขนาดเครื่อง หากมีพื้นที่โต๊ะจำกัด

  • วิธีเติมหรือเปลี่ยนหมึก เพื่อให้ดูแลรักษาได้สะดวก

หากพิมพ์ไม่บ่อย ราคาเริ่มต้นของเครื่องอาจมีความสำคัญมากกว่า แต่ถ้าพิมพ์เป็นประจำควรดูค่าใช้จ่ายของหมึกและจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุควบคู่กันไป

 

 

Advice เองมีการแยกหมวด Laser Printer และระบุรุ่นที่รองรับทั้ง USB และ Wi-Fi ขณะที่หมวด Inkjet All-in-One มีทั้งเครื่องแบบ Ink Tank และรุ่นที่รวม Scanner/Copy ไว้ด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่า Laser ถูกกว่า Inkjet หรือ Inkjet มีคุณภาพสีกว่า Laser ในทุกกรณี เพราะต้องดูเป็นรายรุ่นและลักษณะงาน

 

เครื่องปริ้น Wi-Fi รุ่นไหนดี?

ถ้าถามว่าเครื่องปริ้น Wi-Fi รุ่นไหนดี ให้เริ่มจากถามว่า “ต้องการใช้ Wi-Fi เพื่ออะไร” มากกว่าดูว่ารุ่นไหนมีคำว่า Wi-Fi อยู่บนกล่อง Wi-Fi Printer เหมาะกับ

  • บ้านที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง

  • ผู้ที่ใช้โน้ตบุ๊ก

  • ผู้ที่ต้องการพิมพ์จาก Smartphone

  • บ้านที่ต้องการวางเครื่องปริ้นไว้จุดเดียว

  • บ้านที่มีหลายคนแชร์เครื่องเดียวกัน

ก่อนซื้อควรตรวจสอบ

  • Wi-Fi รองรับการเชื่อมต่อแบบใด

  • Wi-Fi Direct มีหรือไม่

  • Mobile Printing รองรับหรือไม่

  • แอปของผู้ผลิต ใช้สำหรับตั้งค่าและสั่งพิมพ์ได้หรือไม่

  • ระบบปฏิบัติการ ที่รองรับ

  • USB มีไว้สำหรับการเชื่อมต่อโดยตรงหรือไม่

  • การตั้งค่าเครือข่าย เหมาะกับลักษณะการใช้งานหรือไม่

ตัวอย่างเช่น Brother HL-1210W รองรับ Wi-Fi และ USB 2.0 และเป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำ ส่วนเครื่อง Ink Tank อย่าง Canon PIXMA G3730 มีทั้ง Wi-Fi, AirPrint และ Mopria/Canon Print Service ตามข้อมูลของ Advice และ Canon ดังนั้นการเลือก Wi-Fi Printer ควรดู “วิธีที่เราจะใช้งาน” มากกว่าการมี Wi-Fi เพียงอย่างเดียว

 

เครื่องปริ้นหมึกแท้งค์รุ่นไหนดี?

เครื่องปริ้นหมึกแท้งค์เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบหมึกแบบเติมและมีการพิมพ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พิมพ์ทั้งเอกสารและงานสี สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือก Ink Tank ได้แก่

  • พิมพ์บ่อยแค่ไหน

  • พิมพ์สีหรือขาวดำ

  • ราคาหมึกเติม

  • จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ

  • ราคาเครื่อง

  • ฟังก์ชัน Scanner / Copy

  • Wi-Fi

  • Duplex

  • การรับประกัน

ตัวอย่างเช่น Canon PIXMA G3730 เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชันแบบเติมหมึก รองรับ USB และ Wi-Fi และข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุจำนวนหน้าของหมึก GI-71 แยกตามสีอย่างชัดเจน ขณะที่ Advice มีรุ่น Ink Tank อีกหลายรุ่นที่เพิ่ม Wi-Fi, Duplex หรือ ADF ตามแต่ละรุ่น จุดสำคัญคือ ต้นทุนต่อหน้าไม่ได้เท่ากันทุกเครื่อง จึงควรดูราคาหมึกและปริมาณหน้าที่ผู้ผลิตระบุควบคู่กัน ไม่ควรตัดสินจากคำว่า Ink Tank เพียงอย่างเดียว

 

ค่าใช้จ่ายเครื่องปริ้น ดูอะไรบ้าง?

ราคาเครื่องเป็นเพียงค่าใช้จ่ายส่วนแรก เพราะหลังจากซื้อแล้วจะยังมีค่าใช้จ่ายด้านหมึกหรือผงหมึก กระดาษ และอาจมีค่าเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลืองบางรายการตามประเภทเครื่อง ควรดูอย่างน้อย

  1. ราคาเครื่อง

  2. ราคาหมึกหรือผงหมึก

  3. จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ

  4. จำนวนตลับหรือขวดหมึกที่ต้องใช้

  5. Drum / Toner สำหรับเครื่องเลเซอร์ หากรุ่นนั้นมีวัสดุสิ้นเปลืองแยกกัน

  6. กระดาษ

  7. การบำรุงรักษา

  8. การรับประกัน

 

หากต้องการคำนวณต้นทุนการพิมพ์ต่อหน้า สามารถใช้สูตรพื้นฐานได้ว่า ต้นทุนหมึกต่อหน้าโดยประมาณ = ราคาหมึก ÷ จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ ตัวเลขที่ได้เป็นเพียงต้นทุนโดยประมาณ เพราะการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับปริมาณหมึกที่ใช้กับเอกสาร รูปแบบงาน และเงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิต ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตบางรายระบุจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ของหมึกหรือผงหมึกไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยตรง จึงสามารถใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานในการเปรียบเทียบได้ แต่ควรใช้ข้อมูลของรุ่นเดียวกันและเงื่อนไขเดียวกันในการคำนวณ

 

 

 

เลือกเครื่องปริ้นตามการใช้งานแบบไหนดี?

ใช้ในบ้านทั่วไป

ให้ความสำคัญกับ

  • ขนาดเครื่อง

  • ราคา

  • Wi-Fi

  • Scanner หากจำเป็น

  • ต้นทุนหมึก

  • ฟังก์ชันที่ใช้งานจริง

ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องที่มีฟังก์ชันจำนวนมาก หากไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันเหล่านั้น

 

นักเรียน / นักศึกษา

ควรพิจารณา

  • การพิมพ์สี

  • Wi-Fi

  • Scanner

  • Duplex

  • ต้นทุนต่อหน้า

  • ความสะดวกในการเติมหรือเปลี่ยนหมึก

หากพิมพ์รายงานและใบงานเป็นประจำ ระบบหมึกและค่าใช้จ่ายระยะยาวอาจมีความสำคัญมากกว่าราคาเครื่องตอนซื้อ

 

พิมพ์เอกสารจำนวนมาก

ควรพิจารณา

  • Laser หรือ Ink Tank ตามลักษณะงาน

  • Print Speed

  • Duty Cycle

  • ราคา Toner หรือ Ink

  • จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ

เครื่องที่มีความเร็วสูงไม่ได้หมายความว่าจะมีต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอ จึงควรดูทั้งเครื่องและวัสดุสิ้นเปลืองร่วมกัน

 

ต้องพิมพ์จากมือถือ

ควรเลือกเครื่องที่รองรับ

  • Wi-Fi

  • Mobile Printing

  • แอปของผู้ผลิต

  • AirPrint หรือ Mopria หากอุปกรณ์ที่ใช้รองรับ

ตัวอย่างในหมวด Advice มีทั้ง Canon, Epson, HP และ Brother ที่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และระบบพิมพ์จากอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ฟังก์ชันที่รองรับแตกต่างกันตามรุ่น

 

พิมพ์สีเป็นประจำ

ให้พิจารณา

  • Ink Tank หรือ Inkjet ตามลักษณะงาน

  • จำนวนสีที่เครื่องรองรับ

  • ราคาหมึก

  • จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ

  • ความละเอียด

  • ประเภทกระดาษที่ใช้

หากเน้นเอกสารสีจำนวนมาก ระบบหมึกแบบเติมอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ควรเปรียบเทียบเป็นรายรุ่น ไม่ควรสรุปจากประเภทเครื่องเพียงอย่างเดียว

 

สรุป

การเลือกเครื่องปริ้นใช้ในบ้านไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “รุ่นไหนดีที่สุด” แต่ควรเริ่มจากการดูว่าใช้งานอย่างไร

ถ้าพิมพ์เอกสารทั่วไป อาจเน้นขนาดเครื่อง การเชื่อมต่อ และฟังก์ชันที่จำเป็น

ถ้ามีเด็กหรือนักเรียนที่ต้องพิมพ์รายงานและใบงานเป็นประจำ ควรดูทั้งสี Wi-Fi Scanner Duplex และต้นทุนหมึก

ถ้าพิมพ์เอกสารจำนวนมาก ควรเปรียบเทียบ Laser และ Ink Tank โดยดูความเร็ว ปริมาณงาน และต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง

ถ้าต้องการพิมพ์จากมือถือ ควรตรวจสอบ Wi-Fi, Mobile Printing และแอปของผู้ผลิต

ส่วนคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ควรมองแค่ราคาเครื่อง แต่ควรดูราคาหมึก จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ กระดาษ และค่าใช้จ่ายในการดูแลเครื่องร่วมกัน เพราะเครื่องปริ้นที่เหมาะกับเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องที่มีฟังก์ชันเยอะที่สุด แต่คือเครื่องที่ตอบโจทย์งานที่ต้องพิมพ์จริง และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน

 

 

FAQ

Q:เครื่องปริ้นใช้ในบ้านควรเลือกแบบไหนดี?

A:ให้เริ่มจากดูว่าพิมพ์บ่อยแค่ไหน พิมพ์สีหรือขาวดำ ต้องสแกนหรือไม่ และต้องการพิมพ์จากมือถือหรือไม่ จากนั้นจึงเลือกระหว่าง Inkjet, Ink Tank หรือ Laser ตามลักษณะงาน

 

Q:เครื่องปริ้นสำหรับนักเรียนควรเลือกแบบไหน?

A:ควรพิจารณาจากงานที่ต้องพิมพ์ เช่น รายงาน ใบงาน และรูปภาพ โดยดูสี Wi-Fi Scanner Duplex และต้นทุนหมึก หากพิมพ์บ่อยควรให้ความสำคัญกับต้นทุนระยะยาวด้วย

 

Q:เครื่องปริ้นเลเซอร์กับอิงค์เจ็ทต่างกันอย่างไร?

A:Laser ใช้ผงหมึกและเหมาะกับงานเอกสารตามลักษณะของรุ่น ส่วน Inkjet ใช้การพ่นหมึกและมีรุ่นที่เหมาะกับงานสีและรูปภาพ ทั้งสองประเภทมีหลายระดับ จึงควรเปรียบเทียบเป็นรายรุ่น

 

Q:เครื่องปริ้น Wi-Fi มีข้อดีอะไร?

A:ช่วยให้สามารถสั่งพิมพ์ผ่านเครือข่ายไร้สายจากอุปกรณ์ที่รองรับได้ โดยเหมาะกับบ้านที่มีหลายอุปกรณ์หรือหลายคนใช้เครื่องเดียวกัน แต่ความสามารถด้าน Wi-Fi Direct และ Mobile Printing แตกต่างกันตามรุ่น

 

Q:เครื่องปริ้นหมึกแท้งค์เหมาะกับใคร?

A:เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบหมึกแบบเติมและมีการพิมพ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พิมพ์สีหรือมีปริมาณงานมากพอที่จะให้ความสำคัญกับต้นทุนหมึกในระยะยาว

 

Q:เครื่องปริ้นควรเลือกแบบ Ink Tank หรือ Laser?

A:ขึ้นอยู่กับงาน หากเน้นเอกสารขาวดำและรูปแบบการใช้งานเหมาะกับ Laser ก็สามารถพิจารณา Laser ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการพิมพ์สีและสนใจระบบหมึกเติมสามารถพิจารณา Ink Tank ทั้งนี้ควรดูต้นทุนและสเปกเป็นรายรุ่น

 

Q:ก่อนซื้อเครื่องปริ้นควรดูอะไรบ้าง?

A:ควรดูประเภทเครื่อง สีหรือขาวดำ ความเร็วพิมพ์ ความละเอียด Wi-Fi Duplex Scanner ADF ประเภทหมึกหรือผงหมึก จำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุ และการรับประกัน

 

Q:เครื่องปริ้นที่ใช้ในบ้านควรมี Scanner หรือไม่?

A:ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่ถ้ามีการสแกนเอกสาร ถ่ายสำเนา หรือส่งเอกสารดิจิทัลเป็นประจำ เครื่องแบบมัลติฟังก์ชันที่มี Scanner สามารถช่วยรวมการใช้งานหลายอย่างไว้ในเครื่องเดียวได้